
Ecco แบรนด์รองเท้าชื่อดังระดับโลกสัญชาติเดนมาร์ก กำลังเผชิญกับวิกฤตทางธุรกิจครั้งใหญ่ หลังจากประสบภาวะขาดทุนติดต่อกันสองปี โดยขาดทุนราว 280 ล้านโครนเดนมาร์ก (ประมาณ 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2024 และประมาณ 180 ล้านโครนเดนมาร์ก (ประมาณ 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2025 ประกอบกับยอดขายที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่องในตลาดหลักทั่วโลก เช่น อเมริกาและยุโรป เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องและลดต้นทุนการผลิต ทางบริษัทจึงได้ประกาศมาตรการรัดเข็มขัดครั้งใหญ่ผ่านกลยุทธ์การปรับโครงสร้างองค์กร ดังนี้:
• การปิดโรงงานและลดกำลังการผลิต: Ecco ตัดสินใจปิดโรงงานผลิตรองเท้า 2 แห่งในประเทศโปรตุเกส (พนักงาน 650 คน) และเวียดนาม (พนักงาน 1,400 คน) เพื่อกำจัดภาวะกำลังการผลิตส่วนเกิน และจะย้ายฐานการผลิตไปมุ่งเน้นที่ไทย อินโดนีเซีย และจีนแทน การดำเนินการนี้จะช่วยลดต้นทุนกำลังการผลิตลงได้ราว 80 ล้านยูโร หรือประมาณ 600 ล้านโครนเดนมาร์ก (ประมาณ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี
• การปรับโครงสร้างช่องทางการขายและการเงิน: บริษัทเตรียมปิดร้านค้าที่ไม่ทำกำไรอีก 60 แห่ง และหันมาเน้นผลักดันการเติบโตผ่านช่อง E-commerce และการขายส่ง (Wholesale) นอกจากนี้ ครอบครัวผู้ก่อตั้ง (ตระกูล Toosbuy Kasprzak) ได้ตัดสินใจอัดฉีดเงินสดเพิ่มทุนเข้ามาในบริษัทถึง 50 ล้านยูโร หรือมากกว่า 370 ล้านโครนเดนมาร์ก (ประมาณ 55.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับรากฐานทางการเงิน
• การเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูง: หลังจากการพ้นตำแหน่งของอดีตซีอีโอ Thomas Gøgsig ทาง Ecco กำลังเปิดรับสมัครซีอีโอคนใหม่จากภายนอกองค์กรเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อเข้ามาพลิกฟื้นและปรับกลยุทธ์ธุรกิจในช่วงปี 2027 รวมถึงประเด็นความท้าทายจากกระแสสังคมกรณีที่บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจในรัสเซียท่ามกลางสงครามยูเครน
บทวิเคราะห์ผลกระทบต่อไทย ข้อเสนอแนะ โอกาสและแนวทาง และความคิดเห็นของ สคต.
การที่ ECCO ปรับโครงสร้างฐานการผลิต โดยย้ายการผลิตบางส่วนจากยุโรปไปยังภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย และจีน อาจส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้าสำเร็จรูปจากฐานการผลิตในยุโรปลดลง ขณะที่การผลิตในเอเชียมีบทบาทเพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการปรับโครงสร้างการผลิตของบริษัทเป็นรายกรณี มิได้สะท้อนถึงภาวะการส่งออกของเดนมาร์กโดยรวม ซึ่งยังได้รับแรงสนับสนุนจากสินค้าและอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งนี้ ทิศทางการส่งออกของเดนมาร์กยังขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและอุปสงค์ของตลาดคู่ค้าเป็นสำคัญ