fb
อินโดนีเซียประกาศมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองด้านข้าวและข้าวโพด ภายในสิ้นปี 2568

อินโดนีเซียประกาศมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองด้านข้าวและข้าวโพด ภายในสิ้นปี 2568

โดย
Kumtornpol
ลงเมื่อ 09 ธันวาคม 2568 13:13
สคต. ณ กรุงจาการ์ตา (อินโดนีเซีย) (TTC, Jakarta (Indonesia))
75

รัฐมนตรีประสานงานด้านอาหารของอินโดนีเซีย ซุลกิฟลี ฮาซัน (ซุลฮัส) เปิดเผยว่า อินโดนีเซียเตรียมประกาศความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านข้าวและข้าวโพด ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญด้านความมั่นคงทางอาหารของประเทศ จากความร่วมมือของเกษตรกร รัฐบาล และนโยบายที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

          ซุลฮัสระบุว่า ผลผลิตข้าวของประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก จาก 30 ล้านตันในปี 2567 เป็น 34.7 ล้านตันในปี 2568 ขณะเดียวกัน สต็อกข้าวสำรองของรัฐ (CBP) ที่เก็บในคลังของ Bulog ก็มีถึง 4 ล้านตัน เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศโดยไม่ต้องพึ่งการนำเข้าเพิ่มเติม แม้อินโดนีเซียจะก้าวสู่การพึ่งพาตนเองด้านข้าว แต่ยังคงมีการนำเข้าข้าวบางประเภทเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น ข้าวญี่ปุ่น ข้าวสำหรับอุตสาหกรรม หรือการแพทย์ รวมถึงข้าวบาสมาติ อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า ข้าวสำหรับบริโภคทั่วไปในครัวเรือนจะหยุดการนำเข้าโดยสิ้นเชิง

          ด้านข้าวโพด ซุลฮัสกล่าวว่าปัจจุบันการผลิตในประเทศเพียงพอต่อความต้องการทั้งด้านอาหารและอาหารสัตว์ ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงให้แก่ภาคไก่และไข่ ทำให้มีเสถียรภาพและแข่งขันได้มากขึ้น แม้เขาจะไม่ได้ระบุปริมาณผลผลิตข้าวโพดในปัจจุบัน แต่ในระยะต่อไปรัฐบาลตั้งเป้าขยายความพอเพียงไปยังภาคประมง และยังยืนยันว่าจะลดการนำเข้าให้มากที่สุด แต่สินค้าบางชนิด เช่น ข้าวสาลี ถั่วเหลือง และน้ำตาล ยังคงจำเป็นต้องนำเข้าเพราะศักยภาพการผลิตภายในประเทศยังไม่เพียงพอ ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าที่จะฟื้นฟูและพัฒนาการผลิตเพื่อลดการพึ่งพานำเข้าในอนาคต

          สำหรับเกลือ รัฐบาลอินโดนีเซียเชื่อว่าจะสามารถพึ่งพาตนเองได้ราวปี 2570 ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและขยายพื้นที่ผลิต เพื่อลดการนำเข้าอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมุ่งสู่ความมั่นคงด้านอาหารในระยะยาว

          โดยรวมแล้ว รัฐบาลอินโดนีเซียมุ่งปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยกลไกสมัยใหม่และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสร้างความพอเพียงด้านอาหารอย่างยั่งยืนให้กับประเทศ

                                                                                  

ความคิดเห็นสำนักงาน

                อินโดนีเซียมีแผนจะประกาศการพึ่งพาตนเองอย่างสมบูรณ์ด้านข้าวและข้าวโพดภายในสิ้นปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากการผลิตในประเทศที่เพิ่มขึ้น ปริมาณสำรองของรัฐที่มีอยู่มาก และนโยบายระยะยาวที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร แม้ว่าจะยังคงมีการนำเข้าข้าวเฉพาะกลุ่มและสินค้าจำเป็นบางชนิด (เช่น ข้าวสาลี ถั่วเหลือง และน้ำตาล) แต่การนำเข้าข้าวและข้าวโพดสำหรับการบริโภคทั่วไปคาดว่าจะยุติลง นอกจากนี้อินโดนีเซียยังตั้งเป้าการพึ่งพาตนเองด้านประมงและเกลือในอนาคตอีกด้วย

          สำหรับไทย โอกาสการส่งออกข้าวและข้าวโพดไปยังอินโดนีเซียมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากอินโดนีเซียตั้งเป้าหยุดนำเข้าพืชผลหลักเหล่านี้ในอนาคต แม้ว่าข้าวเฉพาะกลุ่มอาจยังไม่ถูกกระทบโดยตรง แต่ตลาดดังกล่าวมีขนาดค่อนข้างเล็กในกลุ่มนี้ ขณะที่การส่งออกน้ำตาลจากไทยยังไม่น่าถูกกระทบในระยะสั้นนี้ เพราะอินโดนีเซียยังจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำตาลจำนวนมาก และยังไม่สามารถบรรลุการพึ่งพาตนเองได้ในเร็ววัน

ถึงแม้แนวโน้มการลดการนำเข้าจะชัดเจนขึ้น แต่ไทยยังมีโอกาสในตลาดเฉพาะ (niche market) เช่น ข้าวพรีเมียม ข้าวแปรรูป และวัตถุดิบอาหารสัตว์บางชนิดที่อินโดนีเซียยังผลิตไม่เพียงพอ นอกจากนี้ สินค้าที่อินโดนีเซียต้องนำเข้าอย่างต่อเนื่อง เช่น ข้าวสาลี ถั่วเหลือง น้ำตาล และสินค้าประมงบางประเภท ยังคงเป็นตลาดสำคัญสำหรับผู้ส่งออกไทย หากสามารถแข่งขันด้านราคาและคุณภาพ พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎระเบียบการนำเข้าที่เข้มงวดขึ้นได้

ขณะเดียวกัน ความพยายามของอินโดนีเซียในการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตร ปัจจัยการผลิต ระบบชลประทาน และเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายยกระดับประสิทธิภาพการผลิตของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ทิศทางระยะยาวบ่งชี้ว่าอินโดนีเซียมุ่งลดการพึ่งพาการนำเข้าอาหารทุกประเภท ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการค้าในอนาคต ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามสถานการณ์และปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับนโยบายใหม่ของอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด

Share :
Instagram