fb
Lidl, Rossmann และ dm กำลังวางแผนเปิดร้านขายยาออนไลน์
โดย
Thanit
ลงเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 14:06
สคต. ณ กรุงเบอร์ลิน (เยอรมนี) (TTC, Berlin (Germany))
35

ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ บริษัท dm ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านค้าสุขภาพและความงาม (Drugstore) ชื่อดังของเยอรมนีกำลังวางแผนเปิดตัวร้านขายยาออนไลน์ ซึ่งตอนนี้ อยู่ระหว่างการรออนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานที่กำกับดูแลเท่านั้น โดย นาย Sebastian Bayer ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ dm เปิดเผยในงานแถลงข่าวประจำปี ณ เมือง Karlsruhe เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า “เรามั่นใจว่า เราจะสามารถเปิดตัวร้านขายยาออนไลน์ได้ในปีนี้” เนื่องจากกฎหมายบังคับไว้ว่า เพียงเภสัชกรที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น ก็สามารถได้รับอนุญาตให้สามารถเปิดร้านขายยาในเยอรมนีได้ และ dm ตั้งใจที่จะจัดส่งยาที่อนุญาตให้ขายตามใบสั่งแพทย์ และยาที่ไม่ต้องมีใบสั่งของแพทย์ สำหรับ การเข้าสู่ตลาดยาที่ขายหน้าเคาน์เตอร์โดยไม่ต้องใช้สั่งโดยแพทย์พบว่า มีมูลค่าหลายพันล้านยูโร ซึ่ง dm น่าจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่หนักพอสมควร เพราะไม่เพียงแต่ต้องแข่งกับร้านขายยาออนไลน์ขนาดใหญ่กับร้านขายยาแบบดั้งเดิมแล้ว ยังต้องแข่งกับ บริษัท Rossmann ซึ่งเป็นคู่แข่งและร้าน Lidl ร้านค้าปลีกราคาประหยัด (Discounter) ที่กำลังสำรวจตลาดและต้องการจะเข้าตลาดร้านขายยาออนไลน์เช่นกัน ดังข้อมูลที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนในอุตสาหกรรมได้แจ้งให้กับสำนักข่าว Handelsblatt ทราบ

ตลาดยาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์นั้นมีขนาดใหญ่มากและมีการแข่งขันที่สูง ซึ่งจากข้อมูลของสถาบันวิจัยตลาด Datamed IQ ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบราคาที่ผู้บริโภคปลายทางต้องชำระมีมูลค่าการซื้อ - ขายยาสูงกว่า 14,000 ล้านยูโร โดยพบว่า ยาที่ไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ขายแบบหน้าเคาน์เตอร์ตามในร้านขายยาดั้งเดิมมีถึง 16,800 แห่ง และร้านขายยาออนไลน์ในประเทศอีกหลายเจ้า รวมถึงบริษัทร้านขายยาออนไลน์จากต่างประเทศอย่างเช่นร้าน Shop Apotheke และ DocMorris นอกจากนี้ ยังมีการจำหน่ายยาดังกล่าวทางร้านค้าออนไลน์ที่ดำเนินการโดยร้านขายยาดั้งเดิมอีกประมาณ 150 แห่งอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันร้านขายยาออนไลน์กำลังขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 ยอดขายยาออนไลน์เติบโตมากกว่า 11% หรือ 3.5 พันล้านยูโร โดยปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของตลาดโดยรวม แต่ในทางตรงกันข้ามร้านขายยาแบบดั้งเดิมกลับพบว่า การขายหน้าเคาน์เตอร์โดยไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ (OTC) ผ่านร้านขายยาแบบดั้งเดิมเติบโตเพียงประมาณ 2.3% หรือคิดเป็นรายได้ 10.67 พันล้านยูโรเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองผู้เชี่ยวชาญจึงไม่แปลกใจที่ผู้ค้าปลีกขนาดใหญ่กำลังพิจารณากระโดยเข้าสู่ตลาดออนไลน์ แหล่งข่าววงในของอุตสาหกรรมยาระบุว่า บริษัท Schwarz Group ก็สนใจมองหาผลกำไรจากร้านขายยาออนไลน์ผ่าน Lidl ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเช่นกัน และแม้ว่าความตั้งใจดังกล่าวจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ Lidl ในเครือ Schwarz Group ก็กำลังเจรจากับผู้ร่วมตลาดเกี่ยวกับความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นอยู่ อย่างไรก็ตาม Schwarz Group มิได้ออกมาตอบคำถามของ Handelsblatt เกี่ยวกับเรื่องนี้ นอกจากนี้แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า Rossmann ก้าวหน้าไปมากตามแผนงานที่ตั้งไว้ โดยยึดแนวทางตามแบบอย่างของผู้นำในอุตสาหกรรมอย่างบริษัท Shop Apotheke และ DocMorris โดย Rossmann ตั้งใจที่จะจัดการขนส่งยาจากเนเธอร์แลนด์ อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้น Rossmann จะมุ่งเน้นขายยาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ซึ่งกฎหมายไม่เข้มงวดมากนัก โฆษกของบริษัท Rossmann กล่าวกับ Handelsblatt ว่า เรากำลังติดตามตลาดดังกล่าวอย่างใกล้ชิดอย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปตามนโยบายของบริษัท เราจะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาหรือการคาดเดาที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันใด ๆ” ทั้งสิ้น การที่ที่ dm ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจร้านขายยาออนไลน์นั้นส่วนหนึ่งก็เพื่อเสริมความเข้มแข็งธุรกิจบริการด้านสุขภาพให้มีความหลากหลายขึ้น และตอบสนองการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจบริการด้านสุขภาพในร้านของพวกเขา โดย dm กำลังทดสอบการใช้งานเทคโนโลยีการตรวจเลือด การตรวจคัดกรองดวงตา และการตรวจผิวหนังด้วย AI ในร้านขายยาที่ได้รับเลือก โดย dm กำลังร่วมมือกับพันธมิตรในโครงการเหล่านี้ ซึ่งพันธมิตรส่วนหนึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพอย่าง Dermanostic, Skleo Health และ Aware Health เป็นต้น ธุรกิจของ dm ในฐานะเครือร้านค้าสุขภาพและความงาม (Drugstore) มีความก้าวหน้าที่ดีในปีงบประมาณที่ผ่านมา (สิ้นเดือนกันยายนของปีนี้) โดยยอดขายในยุโรปเพิ่มขึ้น 8.2% หรือ 19.19 พันล้านยูโร ซึ่งกว่า 13 พันล้านยูโร มาจากการประกอบธุรกิจในเยอรมนี นาย Christoph Werner ซึ่งเป็น CEO ของ dm กล่าวว่า เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทจำเป็นต้องขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ดังนั้น dm จึงมองว่า ธุรกิจร้านขายยาออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถขยายของกลุ่มสินค้าของบริษัทออกไปได้ ตามที่นาย Bayer ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ dm เน้นย้ำ ขณะนี้ลูกค้ากำลังค้นหายาทั่วไปอย่าง “แอสไพริน” หรือ “โวลทาเรน” บนเว็บไซต์ของ dm อยู่แล้ว โดยนาย Werner กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องมั่นใจว่า เรามีความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าคาดหวังจากเรา โดย dm ได้รับความไว้วางใจในจากลูกค้าอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว จากการสำรวจโดยบริษัทที่ปรึกษา Sempora Consulting เมื่อต้นปี 2568 พบว่า ผู้บริโภค 2 ใน 3 ที่ตอบแบบสอบถาม เห็นว่า เป็นไปได้ที่พวกเขาจะสั่งซื้อยาที่ไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ผ่าน dm ซึ่งหาก Rossmann เปิดตัวร้านขายยาออนไลน์ของตนเอง บริษัทอาจได้รับผลตอบรับจากผู้บริโภคในการซื้อยาออนไลน์สูงกว่าที่ Lidl ได้รับในปัจจุบันอย่างมากเช่นกัน จากผลสำรวจผู้บริโภคของ Sempora พบว่า เกือบ 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามพร้อมที่จะสั่งซื้อหรือซื้อผลิตภัณฑ์ยา OTC จาก Rossmann ในระหว่างที่ Lidl มีคะแนนนิยมเพียง 27% เรียกได้ว่า Lidl ได้รับการตอบรับน้อยกว่า Aldi เล็กน้อย ซึ่งจนถึงขณะนี้ Aldi ยังไม่มีความทะเยอทะยานใด ๆ ที่จะบุกตลาดดังกล่าวนี้ นาย Fabian Kaske ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดจากบริษัท Kaske Group ผู้ให้บริการด้านข้อมูลการตลาด และบริการข้อมูลคาดการณ์ว่า dm จะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ค้าปลีกออนไลน์ชั้นนำได้อย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่า ภายในปีหน้า dm อาจมีรายได้ถึง 190 ล้านยูโร จากธุรกิจร้านขายยาออนไลน์ ซึ่งนั่นจะหมายความว่า dm จะเข้ามาครองอันดับ 6 ร้านขายยาออนไลน์นับตั้งแต่เริ่มต้นประกอบธุรกิจในทันที แต่ช่องว่างของรายได้ที่เกิดขึ้นของ dm เมื่อเที่ยบกับ Shop Apotheke ที่มีรายได้ประมาณ 1.2 พันล้านยูโร และ DocMorris ที่มีรายได้ประมาณ 900 ล้านยูโร สองบริษัทชั้นนำก็ยังคงค่อนข้างสูงอยู่ อย่างไรก็ตาม นาย Kaske ผู้เชี่ยวชาญฯ ก็ยืนยันถึงโอกาสอันสดใสของ dm ในตลาดใหม่นี้ว่า dm นำ “จุดแข็งที่หาได้ยากสามประการมาสู่ตลาดการดูแลสุขภาพดิจิทัล ได้แก่ (1) ความไว้วางใจในแบรนด์ dm (2) บริษัทมีฐานลูกค้าจำนวนมากที่แอคทีฟพร้อมการใช้งานแอปพลิเคชันจำนวนมาก และ (3) การดำเนินงานธุรกิจประจำวันที่ยอดเยี่ยมชัดเจน” เมื่อรวมกับการมุ่งเน้นปรัชญาของบริษัทในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพแล้ว นาย Kaske กล่าวว่า dm สามารถสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องแข่งขันด้านราคากับร้านขายยาออนไลน์รายใหญ่ ๆ ซึ่งเพียงพอที่จะสร้างชื่อให้ตัวเองเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกออนไลน์ชั้นนำในตลาดยา OTC ได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับ dm ผู้เชี่ยวชาญมองเห็นอุปสรรคหลายประการ โดยผู้เชี่ยวชาญตลาดหลายราย คาดว่า การเติบโตทางการตลาดของ dm จะเกิดขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันร้านขายยาดั้งเดิมก็จะต้องเสียเปรียบไปโดยปริยาย ในวงการ dm กำลังถูกขนานนามว่าเป็น “บอสตัวสุดท้าย” ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นสมญานามใช้เรียก Amazon ยักษ์ใหญ่ออนไลน์รายเท่านั้น นอกจากนี้ Amazon ยังถือว่า เป็นคู่แข่งในอนาคตในตลาดร้านขายยาของเยอรมนี อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันเป้าหมายของ Amazon ยังคงจำกัดตัวเองอยู่แค่เป็นตัวกลางในการขายยาให้กับผู้ขายรายอื่นอยู่ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ dm ในตลาดร้านขายยาไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า การที่ dm มีบริษัทอยู่ในสาธารณรัฐเช็กนั้น เสียเปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่งร้านออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มีสาขาอยู่ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งพวกเขาตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเยอรมนีเลย แม้ว่าร้านขายยาของ dm จะตั้งในเมือง Bor สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งเป็นศูนย์โลจิสติกส์หลักของ dm จะอยู่ห่างจากชายแดนเยอรมนีเพียง 15 กิโลเมตรก็ตาม แต่ตัวแทนระดับสูงในอุตสาหกรรมฯ รายหนึ่งกล่าวว่า “ภูมิภาค Ruhrgebiet เป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุดในเยอรมนี ในบางครั้งศูนย์กระจายสินค้าในเนเธอร์แลนด์สามารถจัดส่งยาได้ภายในวันเดียวกันกับที่สั่งซื้อ” แต่การจัดส่งยาจากสาธารณรัฐเช็กมายังภูมิภาคดังกล่าวต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองวัน โดยแหล่งข่าววงในอุตสาหกรรมฯ ระบุว่า นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่จำหน่ายในร้านขายยาโดยเฉพาะอีกหลากหลายรายการ dm วางแผนที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ยา OTC ประมาณ 2,500 รายการ ผู้ผลิตยาระบุว่า สินค้าน่าจะครอบคลุมตลาดผลิตภัณฑ์ยาประมาณ 80% นอกจากนี้ dm ยังได้ลงนามในสัญญาจัดหายากับผู้ผลิตส่วนใหญ่แล้วด้วย ผู้ผลิตฯ รายหนึ่งระบุว่า ยา OTC ของ dm มีคุณภาพเทียบเท่ากับร้านขายยาทั่วไป นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการแต่ไม่มีจำหน่ายในศูนย์โลจิสติกส์บริษัท dm ก็น่าจะสามารถจัดหาผ่านผู้ค้าส่งได้ ผู้ผลิตรายใหญ่รายหนึ่งกล่าวว่า สำหรับเราในฐานะผู้ผลิตนั้น การร่วมมือกับ dm ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเราไม่เคยวางจำหน่ายยาในร้านค้าสุขภาพและความงาม (Drugstore) มาก่อน พวกเขาคาดหวังว่า ธุรกิจสามารถที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นออกไปอีก เช่น หากลูกค้าของ dm พบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสั่งโดยแพทย์พร้อมกันขณะที่พวกเขากำลังค้นหาสินค้าในร้านค้าออนไลน์ของ dm เป็นต้น จนถึงตอนนี้ dm ยังไม่ได้เจรจาต่อรองราคากับผู้ผลิตอย่างจริงจังในประเด็นสินค้ายาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ ผู้จัดการฝ่ายเภสัชกรรมของผู้ผลิตรายใหญ่รายหนึ่งกล่าวว่า เราคาดว่า สถานการณ์เช่นนี้จะยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกสักสองสามเดือนเท่านั้น เมื่อบริษัทแน่ใจว่ามีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอยู่ในคลังสินค้าแล้ว เป็นไปได้ที่จะมีการเปิดตลาดสินค้ายาอื่น ๆ ต่อไปได้

 

จาก Handelsblatt 10 พฤศจิกายน 2568

Share :
Instagram