
บริษัท Chevron เป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาและเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติชั้นนำของโลก ได้ยื่นเสนอโครงการเพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่ของอาร์เจนตินา (Régimen de Incentivo para Grandes Inversiones: RIGI) สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำมัน El Trapial ในพื้นที่ Vaca Muerta มูลค่า 13,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายการลงทุนและเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน โครงการดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในการลงทุนใหม่ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในภาคพลังงานของอาร์เจนตินาในปัจจุบัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติจากรัฐบาลอาร์เจนตินา โดย Vaca Muerta ถือเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำมันและก๊าซจากชั้นหินดินดานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญด้านพลังงาน ทั้งนี้ หากโครงการได้รับการอนุมัติ คาดว่าจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายของอาร์เจนตินาในการขยายการส่งออกพลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว
Régimen de Incentivo para Grandes Inversiones (RIGI) เป็นมาตรการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลอาร์เจนตินา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดการลงทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เพิ่มการผลิตและการส่งออก และสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนด้วยความมั่นคงทางกฎหมายและภาษี โดยมุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน เพิ่มการส่งออก และเพิ่มรายได้เงินตราต่างประเทศ โดยบริษัทจะได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการ RIGI เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี สิทธิประโยชน์ด้านศุลกากร และหลักประกันความมั่นคงของกฎระเบียบการลงทุน
การยื่นข้อเสนอโครงการลงทุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัท Chevron ต่อแนวทางการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุนของอาร์เจนตินา โดยนาย Mike Wirth ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Chevron กล่าวในงาน CERAWeek by S&P Global ว่า แม้อาร์เจนตินายังคงเผชิญความท้าทายในด้านภาษี กฎหมายแรงงาน และกฎระเบียบทางการค้า แต่บริษัทกลับมองเห็นสัญญาณเชิงบวกจากนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอาร์เจนตินาในยุคปัจจุบันที่มุ่งสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการ RIGI ซึ่งได้ออกแบบมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความไม่แน่นอนในการลงทุนสำหรับโครงการขนาดใหญ่ นาย Mike Wirth กล่าวเพิ่มเติมว่า Vaca Muerta เป็นแหล่งทรัพยากรพลังงานที่มีศักยภาพสูง และมีแนวโน้มที่จะมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นในพอร์ตการลงทุนของบริษัท Chevron ในอนาคต โดยบริษัทจัดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตเชิงยุทธศาสตร์ระดับเดียวกับ Permian Basin และ Bakken ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซจากชั้นหินดินดานที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของอาร์เจนตินาในฐานะฐานการผลิตพลังงานที่มั่นคง ทั้งนี้ บริษัท Chevron มีแผนนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติจากการดำเนินงานในหลายประเทศมาประยุกต์ใช้ใน Vaca Muerta เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเสริมขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
บริษัท Chevron เป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานต่างชาติรายสำคัญที่ดำเนินธุรกิจในพื้นที่ Vaca Muerta มาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายแรกๆ ที่เข้าร่วมพัฒนาแหล่งน้ำมันและก๊าซจากชั้นหินดินดานร่วมกับบริษัท YPF ที่เป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของอาร์เจนตินา ผ่านโครงการ Loma Campana ตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งในปัจจุบันบริษัท Chevron ถือหุ้นร้อยละ 50 ในโครงการ Loma Campana และ Narambuena ในฐานะผู้ร่วมลงทุนกับบริษัท YPF และมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติด้านการผลิตน้ำมันและก๊าซจากชั้นหินดินดานให้แก่อุตสาหกรรมพลังงานของอาร์เจนตินา นอกจากนี้ บริษัทยังมีการดำเนินงานในแหล่ง El Trapial อยู่ก่อนแล้ว ทำให้มีฐานการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ Vaca Muerta ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการขยายการลงทุนในครั้งนี้
ความคิดเห็นของสำนักงาน
โครงการลงทุนของบริษัท Chevron นับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงความสามารถของรัฐบาลอาร์เจนตินาในการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทพลังงานชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะในภาคพลังงานซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลมุ่งมั่นให้เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ การดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ การเพิ่มรายได้จากการส่งออก และการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยการลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่ Vaca Muerta มีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มสินค้าทุน เครื่องจักรอุตสาหกรรม ระบบวิศวกรรม งานก่อสร้าง และบริการด้านเทคนิค เข้ามาศึกษาและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในอาร์เจนตินา โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลอาร์เจนตินาเร่งส่งเสริมการลงทุนผ่านมาตรการ RIGI นอกจากนี้ รายได้จากการส่งออกพลังงานจะช่วยเสริมศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินา ส่งผลให้กำลังซื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นและความสามารถในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศดีขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นด้วย
ภาพและแหล่งที่มา:
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงบัวโนสไอเรส สาธารณรัฐอาร์เจนตินา