fb
ชาเย็นไม่เย็นชา - ตลาดออสเตรียพร้อมรับชาต่างวัฒนธรรม Signature Thai Tea

ชาเย็นไม่เย็นชา - ตลาดออสเตรียพร้อมรับชาต่างวัฒนธรรม Signature Thai Tea

โดย
Nonglak
ลงเมื่อ 22 ตุลาคม 2568 18:00
สคต. ณ กรุงเวียนนา (ออสเตรีย) (TTC, Vienna (Austria))
86

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชานมไทย หรือ Thai Milk Teaได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดยุโรป จากเครื่องดื่มเฉพาะกลุ่มในร้านอาหารไทยสู่เมนูที่เริ่มจำหน่ายในคาเฟ่ ร้านชานมไข่มุก (Bubble Tea) และในร้านค้าปลีกเอเชียอย่างแพร่หลายในรูปแบบบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (Ready-to-Drink: RTD) ด้วยความโดดเด่นทั้งสีน้ำตาลอมส้มจากใบชา กลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ชานมไทยแตกต่างจากชานมสัญชาติอื่น

ข้อมูลจาก Statista (2024) ระบุว่า ตลาดเครื่องดื่มชาแบบพร้อมดื่มในยุโรปมีมูลค่าประมาณ 11.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 9.5% ต่อปีจนถึงปี 2030 ส่วนตลาดชานมไข่มุกซึ่งเป็นหนึ่งในแรงผลักดันหลักของการบริโภคชาสัญชาติเอเชีย มีมูลค่า 582.7 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 และคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องในอัตรา 8.9% ต่อปี (2023–2030) (Grand View Research, 2024) สำหรับตลาดออสเตรีย รายงานจาก Euromonitor International ระบุว่า ตลาดชา (Tea) จัดเป็นเครื่องดื่มร้อนที่ได้รับความนิยมอันดับสองรองจากกาแฟ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงการเปิดรับวัฒนธรรมการดื่มชาแนวใหม่ในหมู่ผู้บริโภคชาวยุโรปรวมถึงออสเตรีย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานในเมืองใหญ่ที่มองชาเป็น “ไลฟ์สไตล์ดริงก์” ที่สะท้อนถึงรสนิยมและความใส่ใจในสุขภาพ มากกว่าเครื่องดื่มดั้งเดิม 

 

151951081_457433519041915_38984650123606434_n.jpg
ชาไทย เป็นหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยมของร้านคาเฟ่ Oliang Café ซึ่งตั้งอยู่ในเขต 15 (Rudolfsheim-Fünfhaus)ชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม (Multiculturalism) ที่สุดย่านหนึ่งของกรุงเวียนนา

 

 

ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นสำนักงาน

          จากภาพรวมดังกล่าว สำนักงานฯ เห็นว่าออสเตรียเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าชาไทย เนื่องจาก ออสเตรียเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมคาเฟ่มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในกรุงเวียนนา ซึ่งมีร้านกาแฟกว่า 2,000 แห่ง และมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยกว่า 30,000 คนต่อวัน (Vienna Chamber of Commerce, 2024) อีกทั้งตลาดค้าปลีกในออสเตรียมีโครงสร้างชัดเจนและเป็นระบบ ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาสินค้าตามแนวทางต่อไปนี้เพื่อต่อยอดขยายตลาดในออสเตรียได้ต่อไป

  1. พัฒนาสินค้า RTD (Ready-to-Drink) ควรเป็นสูตรหวานน้อยและใช้วัตถุดิบธรรมชาติเพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพและความยั่งยืน

  2. พัฒนาผลิตภัณฑ์คอนเซนเทรตหรือไซรัปสำหรับ HORECA (โรงแรม–ร้านอาหาร–คาเฟ่) ช่วยให้บาริสต้าสามารถสร้างเมนู Signature Thai Tea ได้อย่างรวดเร็วและคงมาตรฐานรสชาติ

  3. นำเสนอชุด Home Café ตอบรับเทรนด์การทำเครื่องดื่มเองที่บ้าน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบการออกแบบไลฟ์สไตล์ของตัวเองแต่ก็ต้องการความสะดวกสบายในเวลาเดียวกัน

  4. การร่วมมือกับร้านอาหาร Thai SELECT ในออสเตรีย เพื่อสร้างเมนูของหวานและเครื่องดื่มชาไทย หรือการจัดโปรโมชั่นตามเทศกาลไทย เช่น “Songkran Thai Tea Menu” เป็นต้น 

นอกจากนี้ การสื่อสารเรื่องราวแหล่งที่มาอย่างน่าสนใจจะช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ได้กว้างและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าตลาดออสเตรียจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะกฎ EU Regulation No. 1169/2011ว่าด้วยการแสดงฉลากโภชนาการและสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งต้องใช้ภาษาเยอรมันและระบุส่วนผสมหลักอย่างชัดเจน รวมทั้งปรับมาตรฐานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบบรรจุภัณฑ์และการรีไซเคิล (Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR) – Regulation (EU) 2025/40 ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2026 

ตุลาคม 2568

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา 

 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :

https://www.grandviewresearch.com/

https://www.advantageaustria.org/

https://www.statista.com/

เครดิตภาพ : https://www.instagram.com/oliangcafe/

 

 

Share :
Instagram