
ระหว่างวันที่ 6–11 ตุลาคม 2569 ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี (Abdel Fattah El-Sisi) ของอียิปต์ เดินทางเยือนเอเชีย 3 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน ส่งเสริมอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ตลอดจนขยายบทบาทของอียิปต์ในห่วงโซ่อุปทานระหว่างเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป
ภายหลังเดินทางกลับอียิปต์เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ประธานาธิบดีอัล-ซีซีระบุว่า การเยือนครั้งนี้นำไปสู่การลงนามและแลกเปลี่ยนข้อตกลงและบันทึกความเข้าใจรวมประมาณ 20 ฉบับ โดยเน้นการขยายการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์
ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ของอียิปต์ ปิดท้ายการเดินทางเยือนเอเชียด้วยการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 โดยได้พบหารือกับประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ณ ทำเนียบประธานาธิบดีเมอร์เดกา กรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เพื่อผลักดันความสัมพันธ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ตลอดจนความร่วมมือด้านความมั่นคงและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การเยือนครั้งนี้เป็นการสานต่อความสัมพันธ์หลังจากผู้นำอินโดนีเซียเดินทางเยือนอียิปต์หลายครั้งในช่วงปี 2567–2568 โดยเฉพาะการเยือนเมื่อเดือนเมษายน 2568 ซึ่งทั้งสองประเทศได้ประกาศยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership)
การเยือนอินโดนีเซียมีความสำคัญต่ออียิปต์เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในอาเซียน และมีฐานการผลิตสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และพลังงานที่สำคัญ ขณะที่อียิปต์มีศักยภาพในการเป็นตลาดรองรับสินค้าและการลงทุนจากอินโดนีเซีย รวมถึงเป็นจุดเชื่อมโยงทางการค้าไปยังทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลาง ความร่วมมือระหว่างสองประเทศจึงมีลักษณะเกื้อกูลกัน โดยอียิปต์ให้ความสำคัญกับการดึงดูดเงินลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ ขณะที่อินโดนีเซียต้องการขยายตลาดสินค้า เพิ่มการเข้าถึงวัตถุดิบ และสร้างความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว
ผลลัพธ์สำคัญของการเยือน คือ การประกาศข้อตกลงความร่วมมือ 4 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ การยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต ราชการ และหนังสือเดินทางพิเศษบางประเภท ความร่วมมือด้านสถิติ และความร่วมมือด้านกิจการทางทะเลและประมง โดยข้อตกลงเหล่านี้มีเป้าหมายสร้างกลไกดำเนินความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ และสนับสนุนการขยายความสัมพันธ์ไปสู่สาขาเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมากขึ้น ทั้งนี้ การยกเว้นการตรวจลงตราดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาทั่วไป
ในด้านการค้าและการลงทุน ประธานาธิบดีอัล-ซีซีระบุว่า ทั้งสองประเทศมีเป้าหมายผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้เพิ่มขึ้นเป็น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 โดยให้ความสำคัญกับการลดอุปสรรคทางการค้า การขยายการเข้าถึงตลาด และการส่งเสริมการผลิตสินค้าร่วมกัน ขณะที่ประธานาธิบดี ปราโบโวสนับสนุนการพัฒนาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Economic Partnership Agreement: EPA) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและเพิ่มโอกาสการลงทุนระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม เป้าหมายมูลค่าการค้าและความตกลง EPA ยังอยู่ในขั้นผลักดันเชิงนโยบาย ไม่ใช่ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้ว
ความร่วมมือที่มีความคืบหน้าและความสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน คือ การเชื่อมโยงอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มกับอุตสาหกรรมปุ๋ย โดยผู้นำทั้งสองประเทศแสดงความยินดีต่อความคืบหน้าของความร่วมมือระหว่าง Danantara ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการบริหารการลงทุนของอินโดนีเซีย กับหน่วยงาน Future of Egypt for Sustainable Development ของอียิปต์ ในการศึกษาและพัฒนาโอกาสด้านการผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ ผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมัน ปุ๋ยฟอสเฟต และวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองฝ่ายยังสนับสนุนให้ขยายความร่วมมือไปยังโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน โลจิสติกส์ และธุรกิจเกษตรในอนาคต
ความร่วมมือดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากอินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายสำคัญของโลก ขณะที่อียิปต์มีความต้องการน้ำมันพืชและวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร อีกทั้งยังมีฐานการผลิตปุ๋ยและทรัพยากรฟอสเฟตที่สามารถนำมาต่อยอดเชิงอุตสาหกรรมได้ ความร่วมมือระหว่างสองประเทศจึงอาจช่วยสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีลักษณะแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน โดยอินโดนีเซียสามารถขยายตลาดน้ำมันปาล์มและเพิ่มความมั่นคงด้านการจัดหาวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมเกษตร ขณะที่อียิปต์สามารถเพิ่มโอกาสในการจัดหาน้ำมันพืช พัฒนาการแปรรูปอาหาร และขยายตลาดส่งออกปุ๋ยหรือผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ทั้งนี้ แถลงการณ์ร่วมยังไม่ได้ระบุมูลค่าการลงทุนรวมที่ได้รับการยืนยันหรือกำหนดการเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ของโครงการเหล่านี้
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ข้อเสนอในการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน (Joint Investment Fund) ระหว่างหน่วยงานด้านการลงทุนของทั้งสองประเทศ เพื่อสนับสนุนโครงการในสาขายุทธศาสตร์ โดยประธานาธิบดีปราโบโวแสดงการสนับสนุนต่อแนวคิดดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นกลไกสำคัญในการระดมเงินทุนสำหรับโครงการร่วมลงทุนในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการจัดตั้ง แหล่งเงินทุน ขนาดกองทุน และโครงการที่จะได้รับการสนับสนุน เนื่องจากการแสดงเจตนารมณ์ดังกล่าวยังไม่ใช่การยืนยันว่ากองทุนได้จัดตั้งและเริ่มดำเนินงานแล้ว
ในด้านกิจการทางทะเลและประมง ทั้งสองประเทศตกลงขยายความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล การพัฒนาประมงอย่างยั่งยืน การต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย และ การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญ ซึ่งอาจสร้างโอกาสในการพัฒนาการแปรรูปสัตว์น้ำและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการหารือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางเทคนิค โดยอินโดนีเซียแสดงความขอบคุณต่อบทบาทของอียิปต์ในการสนับสนุนภารกิจของเรือกองทัพเรืออินโดนีเซียที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ด้านการศึกษาและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ทั้งสองประเทศมีพื้นฐานความร่วมมือมาอย่างยาวนาน โดยมีนักศึกษาอินโดนีเซียจำนวนมากศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของอียิปต์ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้ขยายความร่วมมือด้านการศึกษา ภาษา วัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนนักศึกษา และการพัฒนาบุคลากร โดยอินโดนีเซียยังแสดงความยินดีต่อการที่มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรมีมติเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ให้บรรจุภาษาอินโดนีเซียในหลักสูตรของคณะภาษาและการแปล ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งของการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ
การเยือนครั้งนี้ยังมีความสำคัญในมิติภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากอียิปต์และอินโดนีเซียต่างมีบทบาทในเวทีประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศที่มีประชากรมุสลิมจำนวนมาก อีกทั้งมีจุดยืนร่วมกันในประเด็นปาเลสไตน์ โดยทั้งสองฝ่ายย้ำการสนับสนุนแนวทางสองรัฐ (Two-State Solution) และคัดค้านการบังคับโยกย้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากดินแดนของตน นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและการเดินเรือระหว่างประเทศ การกระชับความสัมพันธ์กับอินโดนีเซียจึงช่วยให้อียิปต์มีพันธมิตรที่สามารถประสานจุดยืนทางการเมืองและเศรษฐกิจในเวทีระหว่างประเทศได้มากขึ้น
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
สคต. ณ กรุงไคโร เห็นว่า ในภาพรวม การเยือนอินโดนีเซียแสดงให้เห็นถึงความพยายามของอียิปต์ในการเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางการทูตและความร่วมมือทางการเมืองที่มีอยู่เดิมให้เป็น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการส่งเสริมการค้าระหว่างกัน การลงทุน ในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร และการเชื่อมโยงการผลิตวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างสองประเทศ หากความร่วมมือเหล่านี้สามารถพัฒนาไปสู่โครงการเชิงพาณิชย์ได้จริง จะช่วยสนับสนุนให้อียิปต์เพิ่มความมั่นคงด้านสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบอุตสาหกรรม พร้อมทั้งเสริมบทบาทของประเทศในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคใกล้เคียง
ทั้งนี้ การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างอียิปต์กับอินโดนีเซียมีนัยสำคัญต่อการแข่งขันในตลาดสินค้าเกษตร อาหาร และวัตถุดิบอุตสาหกรรมของอียิปต์ โดยเฉพาะน้ำมันปาล์ม ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป และปุ๋ย ซึ่งเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมและการบริโภคในประเทศ ขณะเดียวกัน การที่อียิปต์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการผลิตและการลงทุนร่วมกับอินโดนีเซีย อาจส่งผลให้รูปแบบการจัดหาสินค้าและวัตถุดิบของผู้ประกอบการอียิปต์เปลี่ยนแปลงไปในระยะยาว จากการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปไปสู่การนำเข้าวัตถุดิบเพื่อแปรรูปภายในประเทศมากขึ้น
สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปรายสำคัญ การขยายความร่วมมือระหว่างอียิปต์กับอินโดนีเซียอาจเพิ่มแรงกดดันด้านการแข่งขันในบางกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูป อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าวยังอาจสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตอาหาร เครื่องจักรแปรรูป บรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์เกษตร และระบบควบคุมคุณภาพ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมอียิปต์ที่กำลังขยายตัวได้
ในด้านอุตสาหกรรมอาหารทะเลและประมง การที่อียิปต์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความร่วมมือกับอินโดนีเซีย อาจเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูป การเก็บรักษา และการบริหารจัดการห่วงโซ่ความเย็นมากขึ้น ซึ่งไทยมีผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยเฉพาะอุปกรณ์การแปรรูปอาหารทะเล บรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาความต้องการเฉพาะของตลาดอียิปต์ ทั้งด้านราคา คุณภาพ มาตรฐาน และระบบการจัดจำหน่ายประกอบกัน
สคต. ณ กรุงไคโร ประเมินว่า ประเทศไทยควรติดตามความคืบหน้าของความร่วมมือระหว่าง Danantara กับหน่วยงาน Future of Egypt for Sustainable Development รวมถึงข้อเสนอการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนและการเจรจาความตกลง EPA ระหว่างอียิปต์กับอินโดนีเซีย เนื่องจากโครงการเหล่านี้อาจส่งผลต่อโครงสร้างการค้าและการลงทุนในตลาดอียิปต์ในอนาคต ขณะเดียวกัน ไทยควรใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร และ การผลิตเพื่อแสวงหาโอกาสการลงทุนหรือความร่วมมือกับผู้ประกอบการอียิปต์ แทนการพึ่งพาการส่งออกสินค้าสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว
โดยสรุปแล้ว การเยือนอินโดนีเซียครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าอียิปต์กำลังมุ่งสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจผ่านความร่วมมือด้านอาหาร พลังงาน วัตถุดิบอุตสาหกรรม และเงินลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว สำหรับไทย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นสัญญาณสำคัญให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว เพิ่มมูลค่าสินค้า และมองหาโอกาสในการเข้าร่วมเครือข่ายการผลิตและการลงทุนในอียิปต์ เพื่อรักษาและขยายโอกาสทางการค้าในตลาดแอฟริกาเหนืออย่างยั่งยืน
แหล่งที่มาของข้อมูล
รูปภาพ https://jakartaglobe.id/news/egypts-sisi-arrives-in-indonesia-for-talks-with-prabowo
Ministry of Foreign Affairs of Indonesia, 11 October 2026 — Joint Statement on the Official Visit of President El-Sisi to Indonesia
State Secretariat of Indonesia, 11 October 2026 — Four Cooperation Agreements between Indonesia and Egypt
Cabinet Secretariat of Indonesia, 11 October 2026 — Indonesia–Egypt Cooperation in Economy, Maritime and Defence
Ahram Online, 11 October 2026 — Full Text: Egypt–Indonesia Joint Statement
Daily News Egypt, 11 October 2026 — Egypt, Indonesia Target USD 5 Billion in Bilateral Trade by 2030
------------------------------------