fb
ตลาดบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในสหรัฐอเมริกาเติบโตต่อเนื่อง

ตลาดบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในสหรัฐอเมริกาเติบโตต่อเนื่อง

โดย
Pisetsak
ลงเมื่อ 15 พฤษภาคม 2569 22:45
สคต. ณ นครชิคาโก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, Chicago (USA))
5

ตลาดบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก (Green Packaging) ในสหรัฐอเมริกากำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องท่ามกลางกระแสความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในระดับผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และภาครัฐส่งผลให้องค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรมเร่งปรับกลยุทธ์ด้านบรรจุภัณฑ์ เพื่อมุ่งสู่แนวทางที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มากขึ้น

โดยข้อมูลจากบริษัทวิจัย IMARC Group ระบุว่า ตลาดบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกของสหรัฐฯ มีมูลค่า 76.8 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 108.3 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2034 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ร้อยละ 3.9 ในช่วงปี 2026–2034 สะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์สู่รูปแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของตลาด

หนึ่งในปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดคือ ความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิล ใช้ซ้ำ หรือย่อยสลายได้มากขึ้น ผู้บริโภคยุคใหม่มีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าที่สะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องเร่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดผลกระทบต่อธรรมชาติพร้อมรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าไปพร้อมกัน

ขณะเดียวกันการบังคับใช้กฎหมายและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในสหรัฐฯ ถือเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญของตลาด มาตรการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การเพิ่มประสิทธิภาพระบบรีไซเคิล และการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) กำลังผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตและการจัดการของเสียที่ยั่งยืนมากขึ้น

เทคโนโลยีและนวัตกรรมช่วยเร่งการเติบโต

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านวัสดุบรรจุภัณฑ์มีบทบาทสำคัญในการขยายตัวของตลาดโดยเฉพาะการพัฒนาพลาสติกชีวภาพ (Bio-based Plastics) โพลิเมอร์ย่อยสลายได้ และเทคโนโลยีรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งช่วยให้ต้นทุนการใช้งานลดลงและสามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้จริงมากขึ้น

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังให้ความสำคัญกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือ รีไซเคิลได้ เพื่อยืดอายุการใช้งานของวัสดุและลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มครองสัดส่วนสูงสุด

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มยังคงเป็นกลุ่มผู้ใช้งานบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกหลักของตลาดเนื่องจากเป็นภาคธุรกิจที่มีปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์สูงและต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารอย่างเข้มงวดส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากหันมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระดาษรีไซเคิล บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ และภาชนะที่สามารถใช้ซ้ำได้

ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและอุตสาหกรรมสุขภาพก็เริ่มปรับตัวสู่การใช้บรรจุภัณฑ์สีเขียวมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

แนวโน้มตลาดและโอกาสทางธุรกิจ

การวิเคราะห์โครงสร้างตลาดพบว่ากลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลมีสัดส่วนตลาดสูงที่สุด เนื่องจากสามารถจัดหาได้ง่ายและมีต้นทุนคุ้มค่า รองลงมาคือบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้และบรรจุภัณฑ์แบบใช้ซ้ำ

ในเชิงภูมิภาค พื้นที่ฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ (West Region) มีแนวโน้มเป็นผู้นำตลาดจากการมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด รวมถึงการเป็นฐานของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ขณะที่ภูมิภาค Northeast, Midwest และ South ต่างมีอัตราความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อคิดเห็น

ตลาดบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในสหรัฐอเมริกากำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตที่มีศักยภาพสูง จากแรงสนับสนุนของผู้บริโภค กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง บรรจุภัณฑ์จึงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบด้านการใช้งาน แต่กลายเป็นส่วนสำคัญของภาพลักษณ์แบรนด์ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และ           กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนขององค์กร

โอกาสของผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดในสหรัฐฯ ควรพิจารณาการพัฒนา 

  1. พิจารณาเร่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ภาชนะที่ปลอด PFAS ระบบการผลิตที่ยั่งยืน ใบรับรองระดับสากล ความโปร่งใสด้านซัพพลายเชน การสื่อสารแบรนด์ด้าน ESG  เพื่อเพิ่มโอกาสส่งออก ผู้ประกอบการไทยควรปรับตัวสู่การใช้วัสดุ รีไซเคิล ย่อยสลายได้ หรือใช้ซ้ำได้ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลก ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

  2. ลงทุนด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาวัสดุชีวภาพ พลาสติกจากพืช หรือเทคโนโลยีรีไซเคิล จะช่วยลดต้นทุนในระยะยาว และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น

  3. ติดตามกฎระเบียบและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด ตลาดสหรัฐฯ มีแนวโน้มใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานการผลิตและระบบจัดการของเสีย เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางการค้าในอนาคต

  4. การหาพันธมิตรทางการค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความต้องการใช้ Green Packaging สูงที่สุด ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคควรพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัยและความยั่งยืน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก

  5. การพิจารณาการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในสหรัฐฯ  เช่น PACK EXPO , National Restaurant Association Show (NRA) และงาน Natural Products Expo West

 

 

Weekly News-ตลาดบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในสหรัฐอเมริกาเติบโตต่อเนื่อง.pdf
Share :
Instagram