
ภาพที่ 1: Northern Metropolis Action Agenda
ภาพที่ 2: 4 เขตพัฒนาเศรษฐกิจหลักใน Northern Metropolis
การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจหลัก 4 เขต มีรายละเอียดการดําเนินการ และแนวคิดการพัฒนา ดังนี้ (1) ศูนย์กลางบริการวิชาชีพระดับสูงและโลจิสติกส์ (High-end Professional Services and Logistics Hub) Northern Metropolis ถูกกําหนดให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของฮ่องกง โดยหนึ่งใน พื้นที่ยุทธศาสตร์สําคัญคือ ศูนย์กลางบริการวิชาชีพระดับสูงและโลจิสติกส์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของ เขตพัฒนาใหม่ ครอบคลุม Yuen Long, Tin Shui Wai, Hung Shui Kiu / Ha Tsuen และ Lau Fau Shan โดยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ การค้าข้ามพรมแดน และบริการวิชาชีพระดับสูง ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างเศรษฐกิจของ Greater Bay Area (GBA)
ภาพที่ 3: ศูนย์กลางบริการวิชาชีพระดับสูงและโลจิสติกส์ High-end Professional Services and Logistics Hub
พื้นที่นี้มีบทบาทสําคัญในการรองรับธุรกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะด้าน การเงิน โลจิสติกส์ และการค้าข้ามพรมแดน โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่กําลังได้รับการพัฒนา เพื่อเชื่อมโยง Qianhai Cooperation Zone ในเซินเจิ้น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินและธุรกิจของ GBA ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว Qianhai เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของ GBA ที่ดึงดูด ธุรกิจการเงิน บริการทางกฎหมาย เทคโนโลยี และโลจิสติกส์สมัยใหม่ โดยเฉพาะการขยายพื้นที่จาก 14.92 ตารางกิโลเมตร เป็น 120.56 ตารางกิโลเมตร ในปี 2564 ทําให้สามารถรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น พื้นที่ HSK/ HT และ Lau Fau Shan ได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกับ Qianhai และ Nanshan ผ่าน โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เช่น- Hong Kong-Shenzhen Western Rail Link (Hung Shui Kiu - Qianhai)
- Hong Kong Island West-Hung Shui Kiu Rail Link
พื้นที่ HSK / HT ได้รับการพัฒนาให้เป็น ศูนย์กลางบริการวิชาชีพระดับสูงของ GBA โดยเน้น บริการทางการเงิน การประกันภัย การบริหารความเสี่ยง กฎหมาย และการให้คําปรึกษาทางธุรกิจ โดยมี พื้นที่เชิงพาณิชย์กว่า 2 ล้านตารางเมตร รอบ สถานี Hung Shui Kiu ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์กลาง ธุรกิจหลัก โดยโครงการพัฒนาจะเริ่มในปี 2569 และอาคารชุดแรกจะแล้วเสร็จภายในปี 2573 พื้นที่ HSK / HT ตั้งอยู่ใกล้กับ Shenzhen Bay Port ทําให้เป็น ศูนย์กลางโลจิสติกส์ สมัยใหม่ ที่สําคัญของฮ่องกง ภายใต้ยุทธศาสตร์ "East in East out, West in West out" มีการ จัดสรร พื้นที่อุตสาหกรรมกว่า 70 เฮกตาร์ สําหรับ การพัฒนาอาคารอุตสาหกรรมหลายชั้น (MSBs) เพื่อรองรับ โลจิสติกส์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมยานยนต์ และบริการซ่อมบํารุง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการ เติบโตของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ใน GBA พื้นที่ Yuen Long South (YLS) ได้รับการกําหนดให้เป็น เขตที่อยู่อาศัยหลัก โดยสามารถ รองรับที่อยู่อาศัย 30,000 ยูนิต และโครงการที่อยู่อาศัยใน HSK / HT จะมีมากกว่า 66,700 ยูนิต รองรับประชากร 184,000 คน การพัฒนาที่อยู่อาศัยสาธารณะบางส่วนในพื้นที่นี้คาดว่าจะเปิดให้ ประชาชนย้ายเข้าอยู่ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า Northern Metropolis จึงเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนา บริการระดับมืออาชีพ และระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยยกระดับฮ่องกงให้เป็น ศูนย์กลางธุรกิจและการค้าเชื่อมต่อ กับ GBA ได้อย่างสมบูรณ์
ภาพที่ 4: Housing supply and employment opportunities
(2) เขตนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovation and Technology Zone) Northern Metropolis ได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์กลาง อุตสาหกรรมนวัตกรรมและ เทคโนโลยี (I&T) ที่สําคัญ โดยมีการเชื่อมโยงอย่างแข็งแกร่งกับ Shenzhen I&T Zone ซึ่งเป็นแหล่ง พัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงของ Greater Bay Area (GBA) พื้นที่นี้รองรับ เศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีชีวภาพ และการผลิตอัจฉริยะ
ภาพที่ 5: เขตนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovation and Technology Zone)
San Tin Technopole เป็นจุดศูนย์กลางของเขตนี้ โดยมีพื้นที่กว่า 600 เฮกตาร์ ซึ่ง 300 เฮกตาร์ ถูกจัดสรรให้เป็น พื้นที่สําหรับอุตสาหกรรม I&T รองรับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ขนาดใหญ่ รวมถึง Shenzhen-Hong Kong Science and Technology Innovation cooperation Zone (Cooperation Zone) ที่พัฒนาโดยใช้แนวคิด "แม่น้ําหนึ่ง สองฝั่ง" และ "หนึ่งเขต สองอุทยาน"
ภาพที่ 6: San Tin Technopole
- ต้นน้ำ (Upstream): การวิจัยและพัฒนา
- กลางน้ํา (Midstream): การพัฒนาต้นแบบและการทดลอง
- ปลายน้ํา (Downstream): กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ในระยะยาว ฮ่องกงมีแผนจัดตั้ง ศูนย์ซุปเปอร์คอมพิวติ้งปัญญาประดิษฐ์ (AI Supercomputing Facility) เพื่อเร่งพัฒนา เศรษฐกิจดิจิทัล และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี San Tin Technopole ได้รับการออกแบบให้มี โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่ทันสมัย โดยมี สถานี Lok Ma Chau เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อกับเซินเจิ้น นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนา Northern Link (NOL) และ NOL Spur Line เพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่ พื้นที่นี้ยังรองรับ โครงการที่อยู่อาศัยมากกว่า 50,000 ยูนิต เพื่อรองรับบุคลากรในภาค เทคโนโลยี โดยมีการพัฒนาสถาบันการศึกษาในพื้นที่ Ngau Tam Mei เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ ระหว่างภาควิชาการและอุตสาหกรรม เขตนวัตกรรมและเทคโนโลยี (I&T Zone) จะเป็นหัวใจสําคัญของ Northern Metropolis โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ล้ําสมัยและการร่วมมือกับ เซินเจิ้น จะช่วยให้ฮ่องกงกลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลก และเป็นกําลังขับเคลื่อนสําคัญของ Greater Bay Area (GBA) ใน อนาคต
ภาพที่ 7: Housing supply and employment opportunities
(3) เขตพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมชายแดน (Boundary Commerce and Industry Zone) เขตพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมชายแดนของ Northern Metropolis ตั้งอยู่ทางทิศ ตะวันออกของ San Tin Technopole ครอบคลุมพื้นที่บริเวณด่านสําคัญ เช่น Lo Wu, Man Kam To และ Heung Yuen Wai ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อหลักระหว่างฮ่องกงและเซินเจิ้น พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้ เป็นศูนย์กลางของการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมข้ามพรมแดน โดยเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจ ของเซินเจิ้นที่มีบทบาทสําคัญในอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจดิจิทัล
ภาพที่ 8: เขตพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมชายแดน (Boundary Commerce and Industry Zone)
การพัฒนาพื้นที่นี้ยังรวมถึงเมืองใหม่ New Territories North (NTN) และเขตเศรษฐกิจ บริเวณจุดควบคุมชายแดน ซึ่งจะรองรับธุรกิจที่ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่และสามารถเชื่อมต่อกับ อุตสาหกรรมด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของ San Tin Technopole ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ พื้นที่ใกล้เคียงยังมีศักยภาพสูงสําหรับการพัฒนาแหล่งค้าปลีก บริการสุขภาพ และ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อรองรับผู้บริโภคข้ามพรมแดนจากเซินเจิ้น
ภาพที่ 9: เมืองใหม่ New Territories North (NTN)
ด้านโลจิสติกส์ ด่าน Heung Yuen Wai BCP จะถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ สมัยใหม่ของฮ่องกง โดยรองรับซัพพลายเชนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เช่น เทคโนโลยีอาหาร อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว และอุตสาหกรรมการเกษตรอัจฉริยะ โดยรัฐบาลเตรียมย้ายสถานที่ตรวจสอบสัตว์มีชีวิตและอาหาร สด รวมถึงโรงฆ่าสัตว์ไปยังพื้นที่ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน
ภาพที่ 10: Housing supply and employment opportunities
รัฐบาลยังให้ความสําคัญกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โดยมีแผนพัฒนาสถานี Kwu Tung ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2570 รวมถึงขยายเครือข่ายรถไฟและถนนเพื่อเชื่อมต่อ พื้นที่สําคัญ เช่น Northern Link Extension และ Northern Metropolis Highway ซึ่งจะช่วย สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค
ภาพที่ 11: โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ของ Boundary Commerce and Industry Zone
ในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รัฐบาลมีแผนจัดตั้ง อาคารสํานักงานรัฐบาลร่วม ใน KTN เพื่อเป็นศูนย์กลางการบริหาร พร้อมพัฒนา Northern Metropolis University Town เพื่อยกระดับ ระบบการศึกษาและการวิจัย นอกจากนี้ยังมีโครงการ New Territories East Cultural Centre ใน Fanling ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางศิลปะและการแสดง รวมถึงโครงการขยายโรงพยาบาล North District Hospital ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572 เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม Long Valley Nature Park ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็น พื้นที่อนุรักษ์ระบบนิเวศ และมีกําหนดเปิดให้ประชาชนเข้าชมในปี 2567 ภายในสามปีข้างหน้า รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และที่อยู่อาศัยในพื้นที่ KTN / FLN ควบคู่ไป กับการสร้างศูนย์ราชการและอาคารสํานักงานรัฐบาล เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต ใน Northern Metropolis
ภาพที่ 12: Long Valley Nature Park
(4) เขตนันทนาการสีฟ้าและสีเขียว การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ (Blue and Green Recreation, Tourism and Conservation Circle) พื้นที่ Robin’s Nest, Lin Ma Hang, Sha Tau Kok และ Yan Chau Tong มีทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการพัฒนา Sha Tau Kok Frontier Closed Area เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ภาพที่ 13: เขตนันทนาการสีฟ้าและสีเขียว การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ (Blue and Green Recreation, Tourism and Conservation Circle)
Robin’s Nest Country Park (530 เฮกตาร์) กําลังอยู่ระหว่างกระบวนการจัดตั้ง เชื่อมต่อกับ Shenzhen Wutong Mountain Scenic Area เพื่อพัฒนาทางเดินนิเวศข้ามพรมแดน พร้อมเครือข่ายเส้นทางเดินป่าและจุดชมวิว เหมืองแร่ Lin Ma Hang จะถูกบูรณะเป็น พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
ภาพที่ 14: Robin’s Nest Country Park
Mirs Bay / Yan Chau Tong ได้รับการพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศภายใต้ Hong Kong UNESCO Global Geopark รัฐบาลยังศึกษาการพัฒนา "เขตวัฒนธรรมการท่องเที่ยว ร่วมกัน" ระหว่าง Hong Kong Sha Tau Kok และ Shenzhen Shatoujiao ใน ระหว่างปี 2567 - 2569 มีโครงการสําคัญที่ดําเนินการ ได้แก่ - จัดตั้ง Robin’s Nest Country Park -ขยายการเข้าถึง Sha Tau Kok Frontier Closed Area - พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด่าน Sha Tau Kok BCP โครงการนี้จะยกระดับ Northern Metropolis ให้เป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิง อนุรักษ์และวัฒนธรรมที่สําคัญ 2. การวางแผนการใช้ที่ดินที่ขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรม (Industry-driven Land Use Planning) Northern Metropolis มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมสําคัญเพื่อรองรับการเติบโตของฮ่องกง โดยจัดสรรที่ดินสําหรับ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (I&T), โลจิสติกส์, สิ่งแวดล้อม, ก่อสร้าง, เกษตรกรรม, การดูแลสุขภาพ, การศึกษา และบริการทางวิชาชีพ
ภาพที่ 15: ผู้บริหารสูงสุด และหัวหน้าคณะผู้บริหาร คณะกรรมการที่ปรึกษา
ภาพที่ 16: เมืองนานาชาติด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี
ทั้งนี้ Northern Metropolis มีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็น "เมืองนานาชาติด้าน นวัตกรรมและเทคโนโลยี" ที่สามารถผสานคุณภาพชีวิตที่ดี อุตสาหกรรมที่ก้าวหน้า วัฒนธรรม และ การพักผ่อนเข้าไว้ด้วยกัน โดยใช้แนวคิดการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมและโครงสร้าง พื้นฐาน เพื่อเป็นศูนย์กลางสําคัญที่ช่วยให้ฮ่องกงสามารถบูรณาการเข้ากับแผนพัฒนาระดับประเทศ ได้ โครงการมุ่งเน้นการพัฒนาใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การจัดหาที่ดินและที่อยู่อาศัย – Northern Metropolis จะเป็นแหล่งที่ดินสําคัญของฮ่องกง รองรับการพัฒนาใหม่กว่า 3,000 เฮกตาร์ และที่อยู่อาศัยมากกว่า 500,000 หน่วย คาดว่าจะ สามารถรองรับประชากรได้ถึง 5 ล้านคน 2)การพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม – มุ่งเน้นการวางผังเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ นวัตกรรมและเทคโนโลยี (I&T) และ โลจิสติกส์ระดับสูง สร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ กว่า 500,000 ตําแหน่ง 3)การเชื่อมโยงกับ Greater Bay Area (GBA) – ซึ่งครอบคลุมฮ่องกง มาเก๊า และอีก 9 เมือง ใน พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ทางตอนใต้ของจีน โดยรัฐบาลกลางดําเนินยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมค วามั่งคั่งจากการนําจุดแข็งของแต่ละเมืองมาเชื่อมโยงกัน โครงการ Northern Metropolis โดย รัฐบาลฮ่องกงส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจกับจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะเซินเจิ้น เพื่อพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรม ดังนั้นการเชื่อมโยงกับ GBA จะเป็นกําลังสําคัญในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮ่องกง 4)การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม – ใช้ ระบบรางเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก ขยาย เส้นทางรถไฟ และปรับปรุงเครือข่ายถนนเพื่อรองรับการเติบโตของเมือง นอกจากนี้ โครงการยังให้ ความสําคัญกับ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาให้เป็น ชุมชนคาร์บอนต่ํา และส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา และโครงสร้างพื้นฐานสําหรับเยาวชน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองและ คุณภาพชีวิตของประชาชนสคต. ณ เมืองฮ่องกง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง