
สรุปผลการประชุมสมัชชาแห่งชาติครั้งที่ 14 ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

1. มติที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติครั้งที่ 14 ของพรรค
สมัชชาใหญ่พรรคได้กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในช่วงปี 2569-2573 โดยเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านความคิดและการปฏิบัติ ส่งเสริมการก้าวกระโดดเชิงกลยุทธ์ สร้างระบบนิเวศการพัฒนาใหม่ โดยยึดมั่นในหลักการใช้การพัฒนาเพื่อความมั่นคง ความมั่นคงเพื่อส่งเสริมการพัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิตและความสุขของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสถาบันต่างๆ อย่างครอบคลุมและสอดคล้องกัน เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วและยั่งยืน
สร้างรูปแบบการเติบโตใหม่โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผลผลิต คุณภาพ ประสิทธิภาพ มูลค่าเพิ่ม และความสามารถใน การแข่งขันของเศรษฐกิจ โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก สร้างขีดความสามารถในการผลิตและวิธีการผลิตที่มีคุณภาพสูงขึ้น โดยมุ่งเน้นที่เศรษฐกิจข้อมูล เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจ สีเขียว และเศรษฐกิจหมุนเวียน ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงสีเขียว การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์
สร้างและพัฒนาวัฒนธรรมเวียดนามที่ก้าวหน้า อุดมไปด้วยเอกลักษณ์ของชาติ และสอดคล้องกันบนพื้นฐานของค่านิยมของชาติ ค่านิยมทางวัฒนธรรม ค่านิยมของครอบครัว และมาตรฐานของประชาชนชาวเวียดนาม การรักษาผลประโยชน์สูงสุดของชาติ การปกป้องเอกราช อธิปไตย เอกภาพ และบูรณภาพดินแดนของปิตุภูมิอย่างแน่วแน่และต่อเนื่อง
ภารกิจสำคัญในวาระของสมัชชาแห่งชาติครั้งที่ 14 ได้แก่ การให้ความสำคัญกับการพัฒนาสถาบัน โดยมุ่งเน้นที่ระบบกฎหมาย กลไก และนโยบาย เพื่อขจัดอุปสรรคและปัญหาอย่างรวดเร็ว ส่งเสริมนวัตกรรม สร้างความสอดคล้องและกลมกลืนระหว่างการเติบโตและการพัฒนา ระหว่างเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การป้องกันประเทศ ความมั่นคง และการต่างประเทศ ระหว่างการปฏิรูปและปรับปรุงสถาบันด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุมและมุ่งเน้นในทุกด้าน สอดคล้องกับรูปแบบการปกครองสามระดับ (ส่วนกลาง ส่วนจังหวัด และส่วนตำบล) เพื่อตอบสนองความต้องการของการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วและยั่งยืนในยุคใหม่
มติเน้นย้ำถึงการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยมที่ทันสมัยและเข้าร่วมกับตลาดโลก เพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาพลังการผลิตใหม่ สร้างความมั่นใจว่ารัฐวิสาหกิจมีบทบาทนำอย่างแท้จริง ในขณะที่ภาคธุรกิจเอกชนเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและการปรับปรุงให้ทันสมัย โดยมีวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก นอกจากนี้ยังมุ่งส่งเสริมการพัฒนากำลังการผลิตและวิธีการผลิตใหม่ โดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจหมุนเวียน และการสร้างสังคมดิจิทัลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
มุ่งเน้นการนำความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลมาใช้เพื่อสร้างรากฐานสำหรับการพัฒนากำลังการผลิตที่ทันสมัยใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ โดยมุ่งเน้นที่ชิปเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ ส่งเสริมการฝึกอบรมและการใช้ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสูง
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการส่งเสริมวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงจะเป็นพลัง และแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังสำหรับการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืนของประเทศ การสร้างระบบการศึกษาแห่งชาติที่ทันสมัยเทียบเท่ากับภูมิภาคและโลก และการให้ความสำคัญและลงทุนในด้านการดูแลสุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ การแก้ไขนโยบายทางสังคมอย่างมีประสิทธิภาพและการสร้างความมั่นคง สวัสดิการ ความปลอดภัย และสันติสุขให้แก่ประชาชนเป็นสิ่งจำเป็น
การสร้างกองทัพและกองกำลังตำรวจที่ทันสมัยและมีระเบียบวินัยอย่างต่อเนื่อง จะเป็นการรับประกันการปกป้องเอกราช อธิปไตย เอกภาพ และบูรณภาพดินแดนของประเทศ รวมทั้งทะเลและหมู่เกาะอย่างมั่นคง พร้อมทั้งส่งเสริมการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างครอบคลุม สร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพ
2. การเลือกคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามชุดที่ 14
นายโต เลิม เลขาธิการพรรค กล่าวว่า การประชุมใหญ่ครั้งที่ 14 ไม่เพียงแต่บรรลุฉันทามติสูงในเนื้อหาของเอกสารและแผนปฏิบัติการของการประชุมใหญ่เท่านั้น แต่ยังบรรลุฉันทามติและความมุ่งมั่นสูงในการคัดเลือกบุคลากรสำหรับคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามชุดที่ 14 ด้วย โดยการประชุมได้เลือกคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จำนวน 200 คน ประกอบด้วยสมาชิกเต็มตัว 180 คน และสมาชิกสำรอง 20 คน หลังจากนั้น คณะกรรมการกลางได้เลือกคณะกรรมการกรมการเมือง สำนักเลขาธิการ เลขาธิการพรรค คณะกรรมการตรวจสอบกลาง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบกลาง และมอบหมายให้สมาชิกของกรมการเมืองและสำนักเลขาธิการเข้าร่วมในภารกิจต่างๆ สมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามชุดที่ 14 เป็นตัวแทนของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามจำนวน 5.6 ล้านคน มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานด้านคุณธรรม ความสามารถ และคุณวุฒิ และได้รับการเลือกตั้งจากสมัชชาด้วยความไว้วางใจสูงให้ดำรงตำแหน่งผู้นำของพรรคในหน่วยงานต่างๆ
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ในที่ประชุม สมัชชาชุดที่ 14 ได้ประกาศผลการเลือกตั้งบุคลากรสำหรับคณะกรรมการกรมการเมือง เลขาธิการใหญ่ คณะเลขาธิการ คณะกรรมการตรวจสอบกลาง และประธานคณะกรรมการตรวจสอบกลาง โดยประกอบด้วยคณะกรรมการกรมการเมืองชุดที่ 14 ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามมีจำนวน 19 คน สมาชิกคณะกรรมการกลางลงมติอย่างเป็นทางการ (ด้วยคะแนนเสียง 100%) เลือกนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรค สมัยที่ 13 ได้รับเลือกตั้งเป็นเลขาธิการใหญ่ของคณะกรรมการกลางพรรคชุดที่ 14 (วาระปี 2569- 2574) นอกจากนี้ สมาชิกคณะกรรมการกลางลงมติเลือกคณะกรรมการเลขาธิการกลาง สมัยที่ 14 จำนวน 13 คน คณะกรรมการประจำสำนักกลางพรรค และคณะกรรมการตรวจสอบกลางชุดที่ 14 ประกอบด้วยสมาชิก 23 คน
สำหรับการเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ จะรอภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 15 มีนาคม 2569