fb
ตลาดชนบทของเวียดนามมีโอกาสเติบโตอย่างมากสำหรับผู้ค้าปลีก

ตลาดชนบทของเวียดนามมีโอกาสเติบโตอย่างมากสำหรับผู้ค้าปลีก

โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 18 กันยายน 2569 14:15
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))

พื้นที่ชนบทของเวียดนามกำลังกลายเป็นโอกาสการเติบโตที่สำคัญสำหรับภาคค้าปลีก โดยมีประชากรมากกว่า 60 ล้านคนหรือประมาณ ร้อยละ 65 ของประชากรทั้งหมดยังคงพึ่งพาตลาดแบบดั้งเดิมและร้านขายของชำขนาดเล็กเป็นหลัก

กรมสถิติภายใต้กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่า ยอดขายปลีกสินค้าและบริการผู้บริโภครวมอาจสูงถึง 305,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2569 โดยตลาดค้าปลีกในชนบทคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 50,000  ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะเดียวกัน รายได้เฉลี่ยต่อปีในพื้นที่ชนบทของเวียดนามสูงถึงประมาณ 58 ล้าน ด่ง (2,200 เหรียญสหรัฐฯ) ต่อคนในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าในปี 2563 ประมาณ 1.4 เท่า

แม้ว่ามาตรฐานการครองชีพในพื้นที่ชนบทของเวียดนามจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ตลาดค้าปลีกในชนบทยังคงพึ่งพาตลาดสดแบบดั้งเดิมและร้านค้าปลีกอิสระขนาดเล็กเป็นหลัก ทั้งนี้ แม้ตลาดดังกล่าวจะมีศักยภาพสูง แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของตลาดได้อย่างเต็มที่

นาง Vũ Kim Anh รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธุรกิจและสนับสนุนผู้ประกอบการกล่าวว่า ผู้บริโภคในพื้นที่ชนบทมีความต้องการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางที่มีความทันสมัยและสะดวกสบายมากขึ้น โดยเริ่มซื้อสินค้าประเภทเครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น และเครื่องปรับอากาศในลักษณะเดียวกับครัวเรือนในเขตเมือง

นาง Đặng Thuý Hà ผู้อำนวยการฝ่ายพฤติกรรมผู้บริโภคของ Nielsen Việt Nam กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้าและเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตของเวียดนามได้จัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ในพื้นที่ชนบทหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปกิจกรรมดังกล่าวยังไม่สามารถสร้างผลกำไรได้ เนื่องจากบริษัทต้องรับภาระต้นทุนทางการเงินและค่าแรงในระดับสูงด้วยตนเอง ปัจจัยดังกล่าวอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกตัดสินใจลงทุนในตลาดชนบท

ตลาดค้าปลีกของเวียดนามกำลังเข้าสู่ช่วงการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น โดยผู้ประกอบการค้าปลีกทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างเร่งขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายไปทั่วประเทศ พื้นที่ชนบทจะเป็นแหล่งการเติบโตสำคัญของภาคค้าปลีกเวียดนามในช่วง 10 ปีข้างหน้า พร้อมเรียกร้องให้ผู้ประกอบการค้าปลีกปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยลดการพึ่งพาตลาดในเมืองใหญ่และหันมาให้ความสำคัญกับการขยายตลาดในพื้นที่ชนบทมากขึ้น

ผู้ประกอบการค้าปลีกและกลุ่มธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่หลายรายเริ่มขยายการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา โดยเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงเครือข่ายร้านสะดวกซื้อในจังหวัดและเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ

Central Retail ซึ่งดำเนินธุรกิจในเวียดนามมาตั้งแต่ปี 2555 ปัจจุบันมีซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าประมาณ 330 แห่งภายใต้แบรนด์ Go!, Big C และ Tops Market ทั่วประเทศ และให้บริการลูกค้าประมาณ 500,000 คนต่อวัน ในขณะที่ AEON Việt Nam ได้เปิดสาขาหลายแห่งภายในปี 2568 ซึ่งครอบคลุมทั้งศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กและขนาดกลาง และร้านสะดวกซื้อในหลายจังหวัดและเมือง

สำหรับ WinCommerce ถือเป็นผู้ประกอบการที่มีการขยายเครือข่ายอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2568 ได้เปิดร้านค้าใหม่ประมาณ 800 แห่ง ซึ่งประมาณร้อยละ 70 ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบท และภายในกลางปี 2569 บริษัทได้เปิดสาขาแห่งที่ 5,000 ทั่วประเทศ ส่งผลให้เครือข่ายร้านค้าของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในระยะเวลาไม่ถึง 7 ปี

ท่ามกลางความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการค้าปลีกยังเผชิญแรงกดดันในการค้นหาแหล่งการเติบโตใหม่ๆ ในเมืองใหญ่ ความหนาแน่นของร้านค้าเพิ่มสูงขึ้น ค่าเช่าพื้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และการแข่งขันระหว่างเครือข่าย      ค้าปลีกทวีความรุนแรง ส่งผลให้การเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่ใจกลางเมืองมีความน่าสนใจลดลงเมื่อเทียบกับในอดีต ในทางกลับกัน พื้นที่ชนบทมีข้อได้เปรียบหลายประการ ทั้งค่าเช่าพื้นที่ที่ต่ำกว่า การเข้าถึงที่ดินที่ง่ายกว่า และการแข่งขันที่ยังไม่สูงมาก ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการค้าปลีกสามารถลดระยะเวลาในการคืนทุนจากการลงทุนได้ นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ระบบโลจิสติกส์ และนิคมอุตสาหกรรมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยังช่วยให้การกระจายสินค้าไปยังอำเภอและเมืองขนาดเล็กสามารถดำเนินการได้สะดวกและมีต้นทุนที่เหมาะสมมากขึ้น

การพัฒนาตลาดค้าปลีกในพื้นที่ชนบท ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทำความเข้าใจขนบธรรมเนียมในท้องถิ่น พฤติกรรมการซื้อสินค้า และพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างรอบด้าน ผู้ประกอบการค้าปลีกสามารถเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดชนบทด้วยการจำหน่ายสินค้าอาหารที่จำเป็นในชีวิตประจำวันในราคาที่เข้าถึงได้ ก่อนที่จะค่อย ๆ ขยายไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น ทั้งนี้ การทำความเข้าใจพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคถือเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาสาขาที่มีอยู่เดิมควบคู่กับการพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่ายรูปแบบใหม่ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(จาก https://vneconomy.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

ตลาดค้าปลีกของเวียดนามยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดในพื้นที่ชนบทซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการขยายตัว เนื่องจากประชากรประมาณร้อยละ 65 ของเวียดนามอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท ในขณะที่การเข้าถึงระบบค้าปลีกสมัยใหม่ในหลายพื้นที่ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ที่เครือข่ายค้าปลีกสมัยใหม่เริ่มมีการแข่งขันสูงและเข้าใกล้ภาวะอิ่มตัว ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกมีแนวโน้มขยายการดำเนินธุรกิจไปยังจังหวัด อำเภอ และเมืองขนาดเล็กมากขึ้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใหม่และสร้างฐานการเติบโต การขยายตัวของตลาดชนบทได้รับแรงสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้และมาตรฐานการครองชีพของประชาชนในหลายพื้นที่ ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้บริโภคนอกเขตเมืองไม่ได้ให้ความสำคัญกับราคาถูกเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพ แบรนด์ ความปลอดภัย และแหล่งที่มาของสินค้าเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอาหารบรรจุหีบห่อ สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการหมุนเวียนสูง สินค้าเพื่อสุขภาพ และสินค้าที่มีแบรนด์ ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามระดับรายได้และการรับรู้ข้อมูลของผู้บริโภคที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการลดลงของช่องว่างด้านมาตรฐานการครองชีพและพฤติกรรมผู้บริโภคระหว่างเขตเมืองและชนบท และเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการขยายตัวของเครือข่ายค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็ก ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าปลีกที่มีระบบบริหารจัดการสมัยใหม่          การขยายตัวของตลาดค้าปลีกในชนบทของเวียดนามถือเป็นโอกาสในการขยายตลาดสินค้าไทย โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่ม อาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว สินค้าเพื่อสุขภาพ สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าที่มีจุดขายด้านคุณภาพและมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับตลาดแต่ละพื้นที่ ทั้งด้านราคา ขนาดบรรจุภัณฑ์ รสชาติ และรูปแบบสินค้า รวมถึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้แบรนด์และการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า เนื่องจากผู้บริโภคในชนบทมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับคุณภาพและแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์มากขึ้น

Disclaimer: ข้อมูลต่าง ๆ ที่ปรากฏเป็นข้อมูลที่ได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และการเผยแพร่ข้อมูลเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลแก่ผู้สนใจเท่านั้นโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงกรุงฮานอยจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีบุคคลนำข้อมูลนี้ไปใช้ไม่ว่าในทางใด- สคต.กรุงฮานอย

ตลาดชนบทของเวียดนามมีโอกาสเติบโตอย่างมากสําหรับผู้ค้าปลีก.pdf
Share :
Instagram