fb
แนวโน้มพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวอเมริกันในช่วงเทศกาลวันแม่ ปี 2569

แนวโน้มพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวอเมริกันในช่วงเทศกาลวันแม่ ปี 2569

โดย
Katekanok
ลงเมื่อ 06 พฤษภาคม 2569 11:00
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
3

เทศกาลวันแม่ของสหรัฐอเมริกา (Mother’s Day) ถือเป็นวันสำคัญทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่มีการเฉลิมฉลองเป็นประจำทุกปีในวันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม โดยในปี 2569 นี้ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจากผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคประจำปีโดยสมาพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติสหรัฐฯ (National Retail Federation - NRF) ร่วมกับบริษัท Prosper Insights & Analytics โดยการเก็บข้อมูลจากผู้บริโภคผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ จำนวน 7,877 คนระหว่างวันที่ 1–8 เมษายน 2569 พบว่า การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลวันแม่ของสหรัฐอเมริกาในปีนี้ มีแนวโน้มขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดการณ์มูลค่ารวมจะพุ่งสูงถึง 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่ายอดการใช้จ่ายในปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 3.41 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำลายสถิติเดิมที่เคยบันทึกไว้ที่ 3.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 อย่างมีนัยสำคัญ แม้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะยังคงมีความไม่แน่นอนสูง แต่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การเลือกซื้อของขวัญที่สะท้อนถึงคุณค่าทางจิตใจและการสร้างความทรงจำอันยาวนานให้กับมารดาหรือบุคคลสำคัญในครอบครัว

image.png

เมื่อพิจารณาข้อมูลตามกลุ่มผู้บริโภค พบว่าประชากรวัยผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ร้อยละ 84 วางแผนที่จะร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาลดังกล่าว โดยมีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบุคคลอยู่ที่ 284.25 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากการใช้จ่ายเฉลี่ย 259.04 ดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักที่ผู้บริโภคตั้งใจเลือกซื้อของขวัญให้คือแม่และแม่บุญธรรม (ร้อยละ 54) ตามด้วยภรรยา (ร้อยละ 22) และบุตรสาว (ร้อยละ 13) สำหรับช่องทางการเลือกซื้อสินค้านั้น ผู้บริโภคยังคงนิยมใช้บริการผ่านระบบออนไลน์และห้างสรรพสินค้าเป็นหลักในสัดส่วนเท่ากันที่ร้อยละ 33 ตามมาด้วยร้านค้าเฉพาะทางและร้านค้าจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด (Discount stores) ตามลำดับ

image.png

เมื่อพิจารณาประเภทของขวัญที่ได้รับความนิยมสูงสุด ดอกไม้ยังคงเป็นสินค้าอันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคกว่าร้อยละ 75 วางแผนที่จะเลือกซื้อ รองลงมาคือบัตรอวยพร การออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน บัตรของขวัญ และเครื่องแต่งกาย อย่างไรก็ตาม ในแง่ของมูลค่าการใช้จ่ายเชิงเม็ดเงินพบว่า กลุ่มเครื่องประดับ (Jewelry) มียอดการใช้จ่ายสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งด้วยมูลค่ากว่า 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วยการจัดกิจกรรมนอกบ้าน 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ยอดการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์พุ่งเกินระดับ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในประวัติศาสตร์การสำรวจ นอกจากนี้ยังพบแนวโน้มที่น่าสนใจในกลุ่ม "ของขวัญเชิงประสบการณ์" (Gifts of Experience) เช่น การมอบบัตรชมคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมกีฬา ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 3 ของผู้บริโภคทั้งหมด โดยร้อยละ 46 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกซื้อคือความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ของของขวัญชิ้นนั้นๆ

image.png

นอกจากนี้ การวิเคราะห์เชิงลึกตามกลุ่มประชากรแสดงให้เห็นว่า กลุ่มผู้บริโภคเพศชายมีแนวโน้มการใช้จ่ายสูงกว่าเพศหญิง โดยตั้งงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ 346 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุคคล เมื่อเทียบกับเพศหญิงซึ่งอยู่ที่ 225 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะมิลเลนเนียล (Millennials) ยังคงเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อตลาดสูงสุดและมีการตั้งงบประมาณไว้สูงสุดเมื่อเทียบกับช่วงอายุอื่น รวมถึงเป็นกลุ่มผู้นำในการเลือกซื้อของขวัญ
เชิงประสบการณ์ ส่วนในแง่ของระดับรายได้ แม้ผู้บริโภคกลุ่มรายได้สูงจะมีการขยายตัวของการใช้จ่ายมากที่สุด 
แต่กลุ่มผู้บริโภครายได้ระดับปานกลางและระดับล่างยังคงแสดงเจตจํานงในการเพิ่มงบประมาณสำหรับการเฉลิมฉลองวันแม่เช่นกัน โดยมีการเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารจัดการงบประมาณผ่านการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าราคาประหยัดเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด

image.png

image.png

บทสรุปจากผลการสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของภาคค้าปลีกในสหรัฐฯ ที่ยังคงมีความแข็งแกร่ง แม้ผู้บริโภคจะมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ แต่กลับยังคงเต็มใจที่จะใช้จ่าย (Gripe but swipe) เพื่อรักษาธรรมเนียมปฏิบัติและความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ซึ่งการขยายตัวของการใช้จ่ายในเกือบทุกหมวดหมู่สินค้าและทุกระดับรายได้เช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกต่อผู้ประกอบการในภาคการค้าปลีกและธุรกิจบริการที่ต้องเร่งนำเสนอนวัตกรรมสินค้าและบริการที่สามารถสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวของผู้บริโภคชาวอเมริกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเสนอแนะจาก สคต. ณ นครนิวยอร์ก

จากแนวโน้มการใช้จ่ายในวันแม่ของสหรัฐฯ ที่เติบโตแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ผู้ประกอบการไทยควรเร่งปรับกลยุทธ์สินค้าและการตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ “ของขวัญเชิงประสบการณ์” และ “ความเป็นเอกลักษณ์” มากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาสินค้ากลุ่มพรีเมียม เช่น อาหาร 
ของขวัญไลฟ์สไตล์ และสินค้าเชิงสุขภาพ รวมทั้งเพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์และความร่วมมือกับห้างค้าปลีกในต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสเข้าสู่ตลาดกำลังซื้อสูงในสหรัฐฯ อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลอ้างอิง National Retail Federation

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก

Share :
Instagram