fb
ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวออร์แกนิกในสหรัฐฯ
โดย
Katekanok
ลงเมื่อ 18 มีนาคม 2569 11:00
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
7

ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวออร์แกนิก (Organic Skincare) ในสหรัฐอเมริกามีมูลค่าสูงถึง 9.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดการณ์ว่าจะเติบโตจาก 9.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ไปแตะระดับ 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2031 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ร้อยละ 4.30 ในช่วงปี 2026-2031 การเติบโตเกิดจากการที่ผู้บริโภคหันมาตรวจสอบส่วนผสมอย่างละเอียดเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงกฎระเบียบใหม่ภายใต้กฎหมาย MoCRA (Modernization of Cosmetics Regulation Act) ของสหรัฐอเมริกา

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดที่สำคัญ

  • ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน: 

    เรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ทางการตลาดอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างแท้จริง ผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติและใช้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เห็นได้ชัดจากบริษัทชั้นนำอย่าง L'Oréal ที่ตั้งเป้าใช้ส่วนผสมจากวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ (Bio-based) ถึงร้อยละ 95 ภายในปี 2030 และ Unilever ที่ลงทุนในทางเลือกจากพืชเพื่อทดแทนน้ำมันปาล์มรวมถึงปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้ย่อยสลายได้หรือสามารถเติมซ้ำได้ ในขณะเดียวกัน กฎหมาย Extended Producer Responsibility ในหลายรัฐกำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

  • อิทธิพลของโซเชียลมีเดีย: 

    TikTok กลายเป็นแพลตฟอร์มหลักที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ โดยร้อยละ 60 ของผู้บริโภคเชื่อมั่นในคำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์ ส่งผลให้ยอดขายผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลที่ยั่งยืนเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แบรนด์จึงต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล

  • ความกังวลต่อสารเคมีสังเคราะห์: 

    ความกังวลเกี่ยวกับสารเคมี เช่น พาราเบน ซัลเฟต และน้ำหอมสังเคราะห์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือความเสี่ยงระยะยาว กระตุ้นให้ผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ปลอดภัยมากขึ้น  โดยผลสำรวจจาก NSF ปี 2025 ระบุว่าผู้บริโภคร้อยละ 74 ให้ความสำคัญกับส่วนผสมออร์แกนิกในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และร้อยละ 45 ยินดีจ่ายเพิ่มสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง นอกจากนี้ ในหลายรัฐ เช่น แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด มินนิโซตา และวอชิงตัน ได้ออกกฎหมายจำกัดการใช้สาร PFAS ตะกั่ว และสารอันตรายอื่นในเครื่องสำอาง เร่งให้ตลาดปรับตัวสู่สูตรออร์แกนิกมากขึ้น

  • การเติบโตในกลุ่มผู้ชายและ Gender-Neutral:

ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวออร์แกนิกสำหรับผู้ชายและกลุ่ม Gender-Neutral เติบโตจากการเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางสังคม ผู้ชายและกลุ่ม Non-binary หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวธรรมชาติมากขึ้น แบรนด์ต่างๆ เช่น Bevel และ Ursa Major เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน พร้อมบรรจุภัณฑ์แบบมินิมอลและสูตรที่เน้นความปลอดภัย สะท้อนถึงค่านิยมที่เปลี่ยนไปสู่การดูแลตัวเองอย่างยั่งยืน

image.png

อุปสรรคและความท้าทายในอุตสาหกรรม

  • ช่องว่างทางกฎหมาย: ปัจจุบันกฎระเบียบด้านสินค้าออร์แกนิกในอุตสาหกรรมความงามยังไม่เข้มงวดเท่าอุตสาหกรรมอาหาร ทำให้แบรนด์ต่างๆ มักใช้คำว่า "Natural" หรือ "Natural-based" โดยไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการ สร้างความสับสนและส่งผลกระทบต่อแบรนด์ออร์แกนิกที่ได้รับการรับรองจริง

  • การแข่งขันจากผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสังเคราะห์: ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสังเคราะห์แบบดั้งเดิมยังมีพื้นที่วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ (Mass Retail) มากกว่าเนื่องจากต้นทุนการผลิตต่ำกว่าและอายุการเก็บรักษานานกว่า ทำให้แบรนด์ออร์แกนิกโดยเฉพาะรายเล็กเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงผู้บริโภค อีกทั้งความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้าและต้นทุนวัตถุดิบยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านราคา

การวิเคราะห์ตลาดตามกลุ่มผู้บริโภค

ตามประเภทผลิตภัณฑ์: ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า (Facial Care) ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ร้อยละ 71.02 ในปี 2025 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.66 ต่อปีจนถึงปี 2031 สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้าเป็นกิจวัตรประจำวัน โดยมีนวัตกรรมที่โดดเด่นคือ "Personalized Skincare" หรือการปรับสูตรเฉพาะบุคคลที่ใช้ AI และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย

ตามระดับราคา:สินค้า Mass Market ครองส่วนแบ่งร้อยละ 67.71 ในปี 2025 จากการขยายตัวของร้านค้าปลีก เช่น Walmart ที่เพิ่มสินค้าออร์แกนิกในราคาที่เข้าถึงได้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มพรีเมียมเติบโตเร็วที่สุดที่ร้อยละ 4.84 ต่อปี โดยอาศัยกลยุทธ์ดิจิทัล ความโปร่งใสของส่วนผสม และบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก

ตามกลุ่มผู้ใช้: ผู้ใหญ่ครองสัดส่วนร้อยละ 82.18 ของตลาดในปี 2025 ขณะที่กลุ่มเด็กเติบโตเร็วที่สุดที่ร้อยละ 5.09 ต่อปี จากความตระหนักด้านความปลอดภัยและสุขภาพผิวในระยะยาวของผู้ปกครอง

ตามช่องทางจัดจำหน่าย: ช่องทางออนไลน์ครองสัดส่วนร้อยละ 49.02 ในปี 2025 และเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.38 ต่อปี เนื่องจากความสะดวกในการตรวจสอบส่วนผสมและระบบการสมัครสมาชิก (Subscription) 

การวิเคราะห์ตลาดเชิงภูมิศาสตร์

แคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก และแมสซาชูเซตส์ ขึ้นแท่นเป็นตลาดสำคัญด้วยกำลังซื้อที่สูงและข้อกำหนดทางกฎหมายที่เคร่งครัด อย่างกฎหมาย Toxic-Free Cosmetics Act ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นดูแลสุขภาพ ส่วนกลุ่มรัฐทางตะวันตกเฉียงเหนือ (Pacific Northwest) และรัฐแถบเทือกเขา (Mountain West) ตลาดมีการขยายตัวตามเทรนด์รักษ์โลก สำหรับภาคใต้และมิดเวสต์นั้นจัดเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพแฝงสูง

ภาพรวมการแข่งขัน

ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวออร์แกนิกในสหรัฐอเมริกาประกอบด้วยบริษัทใหญ่ข้ามชาติอย่าง L'Oréal, Unilever ที่ก่อตั้งมานาน ครองตลาดผ่านการเข้าซื้อกิจการ ควบคู่ไปกับแบรนด์อิสระ เช่น Dr. Bronner’s, Beautycounter, Juice Beauty, The Honest Company และ Youth to the People ที่เน้นความโปร่งใสและสูตรออร์แกนิกที่ได้รับการรับรอง

image.png

image.png

ภายใต้ความไม่แน่นอนทางการค้าและต้นทุนวัตถุดิบ ผู้ประกอบการหันไปกระจายแหล่งวัตถุดิบและลงทุนในเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ภายในประเทศ ความสำเร็จในตลาดนี้ขึ้นอยู่กับการผสานนวัตกรรม ความยั่งยืน การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพ

กฎระเบียบการนำเข้าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวออร์แกนิกเข้าสหรัฐอเมริกา

ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ คำว่า “ออร์แกนิก (organic)” เป็นการกล่าวอ้างเพิ่มเติม (claim) ที่ต้องปฏิบัติควบคู่ไปกับกฎหมายเครื่องสำอาง กล่าวคือ ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามทั้งข้อกำหนดด้านเครื่องสำอาง และมาตรฐานออร์แกนิก หากมีการใช้คำว่า “organic” บนฉลากหรือการสื่อสารการตลาด

1) กฎหมายเครื่องสำอาง (FDA และ MoCRA)

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวส่วนใหญ่จัดอยู่ในหมวด “เครื่องสำอาง” ตามกฎหมาย Federal Food, Drug, and Cosmetic Act (FD&C Act) เว้นแต่มีการกล่าวอ้างเชิงการรักษา (เช่น รักษาสิว เปลี่ยนโครงสร้างผิว ป้องกันแสงแดด SPF ฯลฯ) ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นยา (OTC drug) หรือผลิตภัณฑ์ผสมยา-เครื่องสำอาง และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเพิ่มเติม

กฎหมาย Modernization of Cosmetics Regulation Act (MoCRA) ปี 2022 กำหนดข้อบังคับสำคัญ ได้แก่

  • การขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (facility registration) สำหรับผู้ผลิตหรือผู้แปรรูปที่จำหน่ายเข้าสหรัฐฯ

  • การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ (product listing) แต่ละรายการ พร้อมข้อมูลส่วนผสมและฉลาก

  • การจัดทำเอกสารรับรองความปลอดภัย (safety substantiation) การรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ และการเก็บรักษาข้อมูล

“ผู้รับผิดชอบผลิตภัณฑ์” (responsible person) ซึ่งเป็นบุคคลหรือบริษัทที่ระบุบนฉลาก ต้องเป็นผู้ยื่นขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) จัดส่งข้อมูลส่วนผสมครบถ้วน ปรับปรุงข้อมูลเป็นประจำทุกปี และรับรองว่าฉลากเป็นไปตามข้อกำหนดของ FDA

2) ประเด็นสำคัญด้านการนำเข้าเครื่องสำอาง

โดยทั่วไป เครื่องสำอางไม่ต้องได้รับการอนุมัติก่อนวางตลาด (pre-market approval) แต่ต้องมีความปลอดภัยภายใต้การใช้งานปกติ และต้องไม่มีส่วนผสมต้องห้าม ทั้งนี้ สารแต่งสีบางประเภทต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าและใช้ตามเงื่อนไขที่ FDA อนุญาต

หากผลิตภัณฑ์มีการกล่าวอ้างเชิงการรักษา เช่น “รักษาโรคผิวหนังอักเสบ” “รักษาสิว” หรือ “SPF 50 ป้องกันแสงแดด” อาจถูกจัดเป็นยา (drug หรือ OTC drug) ซึ่งต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านตำรับยา (drug monograph) และบางกรณีต้องได้รับอนุมัติล่วงหน้า

ผู้นำเข้าต้องรับรองว่า

  • ฉลากถูกต้องครบถ้วน (ชื่อผลิตภัณฑ์ ปริมาณสุทธิ รายการส่วนผสม คำเตือน ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า)

  • ไม่มีส่วนผสมต้องห้าม

  • เอกสารศุลกากรถูกต้องครบถ้วน

3) การกล่าวอ้าง “ออร์แกนิก” (USDA และมาตรฐานออร์แกนิก)

โครงการ National Organic Program (NOP) ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) สามารถให้การรับรองผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลที่มีส่วนผสมจากการเกษตร และเป็นไปตามมาตรฐานการผลิตออร์แกนิกเช่นเดียวกับอาหารออร์แกนิก

ระดับการใช้คำว่า “organic” บนฉลากมีหลายระดับ เช่น

  • “100% organic”

  • organic”

  • made with organic ingredients”

ทั้งนี้ การได้รับการรับรองออร์แกนิกไม่สามารถทดแทนข้อกำหนดของ FDA ได้ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการติดฉลากของกฎหมายเครื่องสำอางทุกประการ

การวิเคราะห์โอกาสผลิตภัณฑ์ดูแลผิวออร์แกนิกในตลาดสหรัฐฯ

1) พื้นที่ตลาดที่มีศักยภาพสำหรับแบรนด์ไทยหรือสินค้านำเข้า

  • กลุ่มพรีเมียมดูแลผิวหน้า

เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าครองสัดส่วนประมาณร้อยละ 71 ของตลาดออร์แกนิก ผลิตภัณฑ์เซรั่ม เอสเซนส์ และมอยส์เจอไรเซอร์คุณภาพสูงที่ใช้สว่นผสมจากไทย เช่น ข้าว ชาเขียว ขมิ้น หรือกล้วยไม้ มีศักยภาพสูงในช่องทางพรีเมียมและเฉพาะกลุ่ม

  • สูตรสะอาด (clean) และประสบการณ์การใช้ (sensorial experience)

แบรนด์ไทยสามารถสร้างความแตกต่างผ่านเนื้อสัมผัสที่บางเบา วัตถุดิบเขตร้อน และแนวคิดสปาไทย ผสานกับมาตรฐานส่วนผสมสะอาดที่เข้มงวด

2) โอกาสด้านช่องทางและการวางตำแหน่งสินค้า

  • ช่องทาง DTC และ Marketplace ในสหรัฐฯ

การเริ่มต้นผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์ (Direct-to-Consumer) ควบคู่กับแพลตฟอร์ม เช่น Amazon จะช่วยทดลองตลาดด้วยต้นทุนที่ต่ำ และสามารถเล่าเรื่องราวแบรนด์ได้อย่างละเอียด

  • ร้านเฉพาะทางด้าน Clean/Organic Beauty

ควรมุ่งเป้าร้านคอนเซปต์สโตร์และบูติกในเมืองหลัก เช่น นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก ออสติน และ

ไมอามี ซึ่งผู้บริโภคเปิดรับแบรนด์ออร์แกนิกจากต่างประเทศ

  • เจาะลึกช่องว่างทางการตลาด (White-space Analysis)

  • ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกสำหรับผู้ชายที่มีขั้นตอนเรียบง่าย

  • ผลิตภัณฑ์เฉพาะช่วงวัย (Targeted Life-stage Solutions) เช่น วัยรุ่นที่ต้องการสูตรธรรมชาติสำหรับผิวเป็นสิว หรือกลุ่มอายุ 40+ ที่ต้องการสูตรลดเลือนริ้วรอยอย่างอ่อนโยน

  • สินค้าออร์แกนิกที่มีราคาจับต้องได้ สำหรับเมืองรองและพื้นที่ชนบท จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์

3) ปัจจัยความสำเร็จสำคัญ

  • การกำหนดจุดยืนชัดเจน เช่น “ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากสมุนไพรไทย” หรือ “สูตรมินิมอลสำหรับผิวแพ้ง่าย”

  • การปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างครบถ้วน (MoCRA ฉลาก เอกสารความปลอดภัย) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ค้าปลีก

  • การมีตรารับรองที่เป็นที่ยอมรับ เช่น USDA Organic หรือมาตรฐาน Clean Beauty อื่นๆ เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือของแบรนด์

ข้อเสนอแนะจาก สคต. ณ นครนิวยอร์ก

ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวออร์แกนิกสหรัฐฯ กำลังก้าวสู่ยุค "Clean & Transparent Beauty" อย่างเต็มตัว ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพในด้านสมุนไพรและวัตถุดิบธรรมชาติควรให้ความสำคัญกับการขอรับรองมาตรฐานสากล เช่น USDA Organic หรือ COSMOS เพื่อสร้างความเชื่อมั่นเหนือแบรนด์ที่แอบอ้าง นอกจากนี้ ควรเน้นการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน (Refillable/Biodegradable) และใช้ช่องทางโซเชียลคอมเมิร์ซในการสื่อสารโดยตรงกับกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่มองว่าการดูแลผิวเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพดี (Wellness) มากกว่าแค่ความสวยงาม

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก 
ข้อมูลอ้างอิง   https://www.mordorintelligence.com/industry-reports/united-states-organic-skin-care-market

Share :
Instagram