fb
CEAT ขยายฐานผลิตยางในรัฐทมิฬนาฑู (Tamil Nadu) รุกตลาดพรีเมียมและส่งออกยุโรป–อเมริกาเหนือ

CEAT ขยายฐานผลิตยางในรัฐทมิฬนาฑู (Tamil Nadu) รุกตลาดพรีเมียมและส่งออกยุโรป–อเมริกาเหนือ

โดย
Lawrence
ลงเมื่อ 07 ตุลาคม 2569 15:03
สคต. ณ เมืองเจนไน (อินเดีย) (TTC, Chennai (India))
5

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 CEAT Limited ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ในเครือ RPG Group ของอินเดีย เปิดเผยการขยายขีดความสามารถด้านการผลิตของโรงงานที่ Sriperumbudur เขต Kancheepuram รัฐทมิฬนาฑู ครอบคลุมยางสำหรับรถยนต์นั่งและ SUV รถเพื่อการพาณิชย์ และรถจักรยานยนต์ โดยมุ่งเพิ่มการผลิตผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีสูง เพื่อรองรับตลาดอินเดียและตลาดส่งออกสำคัญ โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกาเหนือ

โรงงานดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณ 163 เอเคอร์ และเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของ CEAT โดยบริษัทได้เพิ่มความสามารถในการผลิตยางที่ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ อาทิ 4SeasonDrive+ ยาง All-Season สำหรับตลาดยุโรป ซึ่งเน้นสมรรถนะในการยึดเกาะบนพื้นเปียก และ CrossDrive RT ยางประเภท Rugged Terrain ที่พัฒนาสำหรับตลาดสหรัฐฯ และรถ SUV ระดับพรีเมียมในอินเดีย

นอกจากนี้ โรงงานยังสามารถผลิต SportDrive SUV ZR22 ขนาด 22 นิ้ว สำหรับรถ SUV ระดับพรีเมียม โดย CEAT ระบุว่าเป็นยางขนาด 22 นิ้วรุ่นแรกของบริษัทที่ผลิตในอินเดีย สะท้อนทิศทางของบริษัทในการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีและมูลค่าเพิ่มสูง

เพิ่มศักยภาพยางรถเพื่อการพาณิชย์และรถจักรยานยนต์

ในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ CEAT ได้เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตยางรถบรรทุกและรถโดยสารแบบเรเดียล หรือ Truck and Bus Radial (TBR) โดยโรงงานสามารถผลิต TBR ขั้นสูงได้ 7 ขนาด เพื่อรองรับตลาดระดับพรีเมียมในยุโรป อเมริกาเหนือ และตลาดต่างประเทศอื่น ๆ รวมทั้งเพิ่มการผลิตยาง Light Truck Steel Radial ขนาด 15 นิ้ว 16 นิ้ว และ 17.5 นิ้ว เพื่อรองรับรถบรรทุกขนาดเล็กและรถโดยสารรุ่นใหม่ทั้งในอินเดียและต่างประเทศ

สำหรับรถจักรยานยนต์ โรงงานได้เพิ่มการผลิตยางระดับพรีเมียม ได้แก่ SportRad Racing Slick สำหรับการใช้งานในสนามแข่งขัน และ SportRad ST สำหรับรถจักรยานยนต์ขนาดมากกว่า 650 ซีซี โดยเน้นสมรรถนะด้านความมั่นคงขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงและการเข้าโค้ง

โรงงาน Sriperumbudur ยังนำเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่มาใช้ ทั้งเครื่องจักรที่เชื่อมต่อกัน การวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-Time และระบบ Automation รวมถึงติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาขนาด 9 เมกะวัตต์ และใช้ระบบ Zero Liquid Discharge ในการบริหารจัดการน้ำจากกระบวนการผลิต

เดินหน้าแผนลงทุนเพิ่ม 13.14 พันล้านรูปีอินเดีย

นอกเหนือจากการขยายขีดความสามารถด้านผลิตภัณฑ์ดังกล่าว CEAT ยังอยู่ระหว่างดำเนินแผนเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงาน Sriperumbudur โดยคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ให้ลงทุนเพิ่มเติมประมาณ 13.14 พันล้านรูปีอินเดีย เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดยางสำหรับรถยนต์นั่งและรถอเนกประสงค์ (Passenger Car and Utility Vehicle: PCUV)

ตามข้อมูลที่บริษัทแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ โรงงานมีกำลังการผลิตประมาณ 9.5 ล้านเส้นต่อปี เมื่อรวมกำลังการผลิตที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีกประมาณ 3.5 ล้านเส้นต่อปี โดยคาดว่าจะดำเนินการเพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าวได้ภายในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ FY2028 ทั้งนี้ เงินลงทุนจะมาจากกระแสเงินสดภายในบริษัทและเงินกู้

ก่อนหน้านี้ ในเดือนกันยายน 2567 CEAT ได้เริ่มสายการผลิต TBR แห่งใหม่ที่โรงงานดังกล่าวด้วยเงินลงทุนประมาณ 6.7 พันล้านรูปีอินเดีย ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนสะสมของบริษัทในโรงงาน Tamil Nadu ณ ช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านรูปีอินเดีย 

รัฐทมิฬนาฑู ตอกย้ำบทบาทฐานอุตสาหกรรมยานยนต์

การขยายขีดความสามารถของ CEAT สอดคล้องกับบทบาทของ Tamil Nadu ในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญของอินเดีย โดยพื้นที่ Chennai–Sriperumbudur–Oragadam เป็นที่ตั้งของผู้ผลิตรถยนต์ รถเพื่อการพาณิชย์ รถจักรยานยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน และอุตสาหกรรมสนับสนุนจำนวนมาก

การที่ CEAT เพิ่มความสามารถในการผลิตยางที่ออกแบบสำหรับตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือ ยังสะท้อนแนวโน้มการยกระดับอุตสาหกรรมยางของอินเดียจากการผลิตเพื่อตลาดภายในประเทศ ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีและมูลค่าเพิ่มสูงสำหรับตลาดโลก โดยในปีงบประมาณ 2568-69 CEAT ผลิตยางรวมมากกว่า 45 ล้านเส้น เพิ่มขึ้นจากประมาณ 39.6 ล้านเส้น ในปีงบประมาณก่อนหน้า

ข้อสังเกต

การขยายขีดความสามารถของโรงงาน CEAT ในรัฐทมิฬนาฑู สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมยางอินเดียที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง และการขยายตลาดส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งมีข้อกำหนดด้านคุณภาพ สมรรถนะ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมในระดับสูง

ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวอาจสร้างโอกาสในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบและสารประกอบสำหรับอุตสาหกรรมยาง เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต แม่พิมพ์ ระบบ Automation อุปกรณ์ทดสอบและควบคุมคุณภาพ ชิ้นส่วนยานยนต์ ตลอดจนบริการด้านวิศวกรรมและโลจิสติกส์ ขณะเดียวกัน การยกระดับเทคโนโลยีและการขยายตลาดต่างประเทศของผู้ผลิตยางอินเดียอาจทำให้อินเดียมีบทบาทเพิ่มขึ้นในตลาดยางและผลิตภัณฑ์ยางโลก ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามพัฒนาการด้านกำลังการผลิต ผลิตภัณฑ์ใหม่ มาตรฐานสินค้า และยุทธศาสตร์ตลาดต่างประเทศของผู้ผลิตอินเดียอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินทั้งโอกาสในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและการแข่งขันในตลาดส่งออก

แหล่งที่มา: 

1. Press Trust of India/The Economic Times, 1 October 2026.

2. ETAuto, 1 October 2026.

3. Financial Express, October 2026.

4. CEAT Limited; National Stock Exchange of India (NSE), 19 January 2026;

5. The Hindu BusinessLine, September 2024.

Weekly News Page Oct 2026 (2).pdf
Share :
Instagram