
ฉบับที่ 650 8-12 ธันวาคม 2568
ข่าวเด่นประจำสัปดาห์จากสคต. ณ นครนิวยอร์ก
(Weekly News from NEW YORK)
เทรนด์เครื่องประดับสุดฮิตของ Gen Z
กลุ่ม Gen Z คือ ผู้ที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2540–2555 มีประมาณ 69.31 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา คิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของประชากรสหรัฐฯ ทั้งหมด จากข้อมูลของ JCK พบว่า กลุ่มผู้บริโภค Gen Z ให้ความสนใจในเครื่องประดับมูลค่าสูงที่มีความเหมาะสมทั้งในด้านการออกแบบและราคาที่เหมาะสม จากข้อมูลการสำรวจของบริษัท Stuller ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเครื่องประดับและวัสดุที่เกี่ยวข้อง ได้สรุปเทรนด์ความนิยมสินค้าเครื่องประดับที่น่าจะมาแรงในกลุ่ม Gen Z ได้ดังนี้
![]()
สร้อยคออักษรดีไซน์บับเบิล (Bubble Initial Necklace)
Gen Z ชอบความเป็นส่วนตัวและต้องการปรับแต่งสิ่งของให้สะท้อนตัวตน สไตล์นี้ช่วยตอบโจทย์ได้ดีในราคาที่เข้าถึงได้ซึ่งต่างกันไปตามตัวอักษร เป็นไอเทมยอดนิยมสำหรับมอบเป็นของขวัญ ลักษณะคล้ายสร้อยอักษรย่อของ Hailey Bieber แต่เป็นแบบประดับด้วยเพชร
สร้อยคอประดับจี้ (Charm Necklace) และจี้ (Charms)
จี้และสร้อยคอประดับจี้เป็นเครื่องประดับที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่ม Gen Z เนื่องจากสอดคล้องกับความต้องการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้บริโภคกลุ่มนี้ โดยหนึ่งในดีไซน์ที่ได้รับความสนใจ คือ สร้อยคอจี้แบบวงกลมที่มีช่องเปิดคล้ายห่วง ซึ่งช่วยให้สามารถเพิ่มจี้หลายชิ้นได้ตามความต้องการ ประกอบกับความนิยมใช้สายโซ่คล้ายกับที่เสียบกระดาษ (paperclip chain) ที่กำลังเป็นเทรนด์ ทำให้ชิ้นงานมีลักษณะโดดเด่นและทันสมัย นอกจากนี้ คอลเล็กชันจี้ทอง 14K ที่มีดีไซน์น่ารักสดใส ประดับด้วยพลอยสีและมาพร้อมห่วงคลิปสำหรับติดกับสายโซ่ ก็เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ Gen Z เนื่องจากสะท้อนพลังและความสนุกสนานแบบวัยรุ่น อีกทั้งยังมีจี้ทอง 14K ทรง Dog Tag สี่เหลี่ยมประดับเพชรขนาดเล็ก ซึ่งสามารถสลักตัวอักษรและถอดเปลี่ยนหรือผสมกับจี้อื่นได้ จึงช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถสร้างเรื่องราวที่สะท้อนตัวตนของตนเองได้อย่างชัดเจน ซึ่งรายละเอียดเชิงส่วนตัว เช่น การใช้อักษรย่อของตนเอง คู่รัก หรือสัตว์เลี้ยง ยังคงเป็นองค์ประกอบที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้บริโภค Gen Z
แหวนประจำเดือนเกิด (Birthstone Rings)
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวแหวนประจำเดือนเกิดแบบซ้อนกันได้ (stackable birthstone rings) ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค โดยมีหลายระดับราคาเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังได้ขยายไลน์สินค้าไปสู่วัสดุเงินแท้และทอง 10K เพื่อให้มีตัวเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผู้บริโภคสามารถเลือกอัญมณีประจำเดือนเกิดตามความต้องการ หรือเลือกเป็นเพชรเม็ดเล็กสำหรับดีไซน์เรียบง่าย หลายรายใช้แหวนดังกล่าวเป็นแหวนที่ระลึก เช่น เพิ่มแหวนอัญมณีประจำเดือนเกิดของคู่สมรสหลังการแต่งงาน หรือรวมอัญมณีของตนเอง คู่สมรส และบุตร หลายคนสวมซ้อนกันถึง 4 วง ในขณะที่บางรายเลือกสวมเพียงวงเดียวเป็นของขวัญสำหรับตนเองในโอกาสเริ่มงานแรก

เพชรชิ้นคลาสสิก (Diamond Staples)
ในที่สุดแล้ว ผู้บริโภคยังคงให้ความนิยมกับเครื่องประดับแบบคลาสสิก เช่น ต่างหูเพชรเม็ดเดี่ยว เช่นเดียวกับกลุ่มผู้บริโภค Gen Z เนื่องจากเป็นดีไซน์ที่ผ่านการยืนยันความนิยมมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ เครื่องระดับราคาที่เข้าถึงได้ของเพชรสังเคราะห์ ก็ทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มซื้อเพื่อมอบให้บุตรมากขึ้น เครื่องประดับพื้นฐาน เช่น ต่างหูดีไซน์เพชรเม็ดเดี่ยวหรือจี้เพชรเดี่ยวแบบเรียบง่ายจึงถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยสามารถสืบทอดเป็นมรดกได้ และเนื่องจากมีขนาดให้เลือกหลายขนาด จึงสามารถเลือกเพชรขนาด 4–5 มิลลิเมตรที่เหมาะสมกับวัยรุ่นได้อย่างลงตัว
จากข้อมูลสถิติของ Global Trade Atlas พบว่าสหรัฐฯ นำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลก (7113) ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่า 8,177.2 ล้านเหรียญสหรัฐ -6.71% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยนำเข้าจากอินเดียเป็นอันดับต้น มูลค่า 1,994.3 ล้านเหรียญสหรัฐ -1.28% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สัดส่วนทางการตลาด 24.39% รองลงมา คือ อิตาลี มูลค่า 1,101.5 ล้านเหรียญสหรัฐ -2.84% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สัดส่วนทางการตลาด 13.47% และฝรั่งเศส มูลค่า 1,097.8 ล้านเหรียญสหรัฐ +10.11% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สัดส่วนทางการตลาด 13.42% ส่วนไทยเป็นลำดับที่ 4 มูลค่า 928.9 ล้านเหรียญสหรัฐ +18.88% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สัดส่วนทางการตลาด 11.36%
การนำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 สหรัฐฯ โดยสินค้าที่สหรัฐฯ นำเข้าจากไทยมาที่สุดในหมวด HS7113 ได้แก่
เครื่องประดับโลหะมีค่า (ไม่รวมเงิน) HS711319
มูลค่า 506.0 ล้านเหรียญสหรัฐ +25.27% สัดส่วนทางการตลาด 54.47%
คู่แข่ง อินเดีย ฝรั่งเศส อิตาลี ไทยเป็นลำดับที่ 4
เครื่องประดับและส่วนประกอบของเครื่องประดับ ทำด้วยเงิน (หรือเงินเคลือบ/เคลือบอลูมิเนียม) HS71311 มูลค่า 422.0 ล้านเหรียญสหรัฐ +12.04% สัดส่วนทางการตลาด 45.44%
คู่แข่ง อินเดีย อิตาลี แคนาดา ไทยเป็นลำดับที่ 1
เครื่องประดับและส่วนประกอบของเครื่องประดับ ที่ใช้โลหะพื้นฐาน และชุบ/ชุบทองโลหะมีค่า HS71320
มูลค่า 813,014 หรียญสหรัฐ +11.45% สัดส่วนทางการตลาด 0.09%
คู่แข่ง จอร์แดน อินเดีย จีน ไทยเป็นลำดับที่ 10

โอกาสในการขยายการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากไทยเพื่อมาจำหน่ายให้กลุ่มผู้บริโภคดังกล่าว สามารถสรุป ได้ดังนี้
สินค้าไทยมีโอกาสสูงในการเจาะกลุ่มผู้บริโภค Gen Z ในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะสินค้าที่เน้นงานฝีมือปรับแต่งได้หรือคอลเล็กชันที่ช่วยสร้างความเป็นเอกลักษณ์ส่วนบุคคล
สินค้าไทยสามารถเน้นเครื่องประดับราคากลางถึงสูงที่มีคุณภาพดี แต่ยังสามารถเข้าถึงวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงานได้
ช่องทางการตลาดออนไลน์และโซเชียลมีเดีย เช่น Instagram, TikTok และ Pinterest เป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับผู้บริโภคในการค้นหาแรงบันดาลใจด้านแฟชั่นและเครื่องประดับ การทำการตลาดร่วมกับ Influencer และสร้าง Interactive Content จะช่วยดึงดูดความสนใจและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง
การขายแบบออฟไลน์ เช่น Pop-up Stores หรือการร่วมมือกับร้านแฟชั่น สามารถเพิ่มการสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคและช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากใช้กลยุทธ์ด้าน ระยะเวลาและความแปลกใหม่เป็นแรงจูงใจในการดึงดูดความสนใจ
ข้อมูลอ้างอิงจาก: JCK/GTA
สคต. นิวยอร์ก เดือนธันวาคม 2568