
ห้าง Walmart กำลังปรับสูตรอาหารภายใต้แบรนด์ของตนครั้งใหญ่ โดยประกาศแผนการยกเลิกใช้สารเติมแต่งสังเคราะห์ทั้งหมดออกจากผลิตภัณฑ์อาหารภายใต้แบรนด์ของห้างที่วางจำหน่ายในสหรัฐฯ ภายในต้นปี 2027 เพื่อตอบรับแนวโน้มผู้บริโภคที่หันมาสนใจอาหารที่มีส่วนผสมธรรมชาติ และอาหารฉลากสะอาด (Clean Label) เพิ่มมากขึ้น โดยครอบคลุมแบรนด์ต่าง ๆ ของห้าง ได้แก่ Great Value, Marketside, Freshness Guaranteed และ bettergoods
ปัจจุบัน ห้าง Walmart ระบุว่า สินค้าอาหารแบรนด์ของห้างประมาณร้อยละ 90 ไม่มีการใช้สีย้อมสังเคราะห์แล้ว โดยช่วงสุดท้ายของการปรับสูตรจะใช้เวลาอีก 15 เดือน โดยเน้นการรักษารสชาติ และราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของกลยุทธ์ของบริษัท
การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคต่อฉลากสะอาด (Clean Label) ที่เพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญต่อฉลากสะอาด ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฉลากอาหารที่มีส่วนผสมน้อย และมีความโปร่งใสมากขึ้น ตลอดระยะเวลาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาผู้บริโภคมีความกังวลต่อรายการส่วนผสมที่ยาว และเต็มไปด้วยสารเคมีหรือวัตถุเจือปนอาหาร
การปรับสูตรสินค้าแบรนด์ของห้าง Walmart จะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสินค้าแบรนด์ของห้างมีจำนวนนับพันรายการ สารเติมแต่งสังเคราะห์ที่จะถูกขจัดออก ได้แก่ สีผสมอาหาร Red 3 และ Yellow 5 สารทดแทนไขมัน และสารกันบูดสังเคราะห์บางชนิด
โดยห้าง Walmart ระบุว่า ทีมงานของห้างมีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์เพื่อดำเนินการวิจัยพัฒนา และค้นหาทางเลือกที่ให้คุณภาพใกล้เคียงทั้งด้านรสชาติ อายุการเก็บ และคุณค่าทางโภชนาการ การเลิกใช้สีผสมอาหารสังเคราะห์อาจส่งผลต่อรูปลักษณ์และรสชาติของผลิตภัณฑ์ ส่วนสารกันบูดและสารทดแทนไขมันมีผลต่อเนื้อสัมผัสและความเสถียรของอาหาร
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารโดยรวม
การประกาศของห้าง Walmart เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่อื่นๆ กำลังพิจารณาทบทวนการใช้สารสังเคราะห์เช่นกัน ผลิตภัณฑ์หลายแบรนด์ได้เริ่มมีการปรับสูตรเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ประกอบกับแรงกดดันจาก FDA ที่เริ่มเพ่งเล็งสารเติมแต่งบางตัวมากขึ้น แม้จะยังไม่ถูกแบนก็ตาม
การดำเนินการของห้าง Walmart ในครั้งนี้ อาจเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ผลิตที่ผลิตสินค้าให้กับห้าง Walmart หันไปปรับสูตรฉลากสะอาดกับลูกค้ารายอื่นๆ ด้วย ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการ แม้แต่แบรนด์ที่ไม่ใช่ของห้าง Walmart อาจจำเป็นต้องปรับตัวตาม และเมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของฉลากมากขึ้น แบรนด์ที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้อาจเสียเปรียบ
ผลต่อผู้บริโภคและซัพพลายเออร์
สำหรับผู้บริโภค อาจเห็นความแตกต่างเล็กน้อยในรูปลักษณ์ หรือรสชาติของสินค้า เช่น สีจากธรรมชาติอาจไม่สดใสเท่าสีสังเคราะห์ หรือสินค้าไม่มีสารกันบูดอาจมีอายุการเก็บสั้นลง แต่ ห้าง Walmart ยืนยันว่าจะรักษารสชาติและราคาที่ย่อมเยาไว้ให้ได้
สำหรับซัพพลายเออร์ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นโอกาสในการขยายตลาดวัตถุดิบแบบฉลากสะอาด เช่น สีธรรมชาติ สารเติมแต่งที่ผ่านการแปรรูปน้อย และเทคนิคการถนอมอาหารแบบให
ข้อคิดเห็น
ปัจจุบัน ห้าง Walmart ผู้ค้าปลีกอาหารรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ และระดับโลก ดำเนินธุรกิจมากกว่า 10,750 สาขาและคลับใน 19 ประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ มีพนักงานทั่วโลกประมาณ 2.1 ล้านคนโดยในสหรัฐอเมริกามีการจ้างงานของห้าง Walmart ประมาณ 1.6 ล้านตำแหน่ง และในปี 2568 Walmart ทำรายได้ต่อปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 681 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตามที่ห้าง Walmart ประกาศยกเลิกการใช้สารเติมแต่งสังเคราะห์ในผลิตภัณฑ์อาหารแบรนด์ของตน 41 ชนิดภายในปี 2027 เป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความสำคัญและบทบาทของ "ฉลากสะอาด” (Clean Label)
ห้าง Walmart อาจมีความได้เปรียบในการดำเนินการ ด้วยปริมาณคำสั่งซื้อมีจำนวนมาก ทำให้สามารถต่อรองและผลักดันให้ผู้ผลิตเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบแบบ Clean Label และในราคาที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้
เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันเริ่มหันมาให้ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพ และความสำคัญของผลิตภัณฑ์ Clean Label มากขึ้น ผู้ส่งออกอาหารหรือส่วนผสมอาหารไทยที่ส่งสินค้าไปจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ อาจต้องปรับกลยุทธ์เพื่อตอบโจทย์ และความต้องการของลูกค้า และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ Clean Label เช่น การใช้วัตถุดิบที่ไม่มีสารกันเสียสังเคราะห์ (No artificial preservatives) ไม่ใส่สีผสมอาหารสังเคราะห์ ไม่มีสารให้ความหวานเทียม และควรจัดทำฉลากภาษาอังกฤษอย่างโปร่งใส
ผู้ประกอบการไทยอาจได้รับผลกระทบด้านต้นทุนการปรับสูตรที่สูงขึ้น การเปลี่ยนวัตถุดิบสังเคราะห์เป็นวัตถุดิบธรรมชาติ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
หากผู้ประกอบการไทยไม่สามารถปรับตัวได้เร็ว อาจถูกแทนที่ด้วยผู้ผลิตจากประเทศที่สามารถผลิตวัตถุดิบ Clean Label ได้ตรงตามข้อกำหนดคู่ค้า
โอกาสของตลาดวัตถุดิบธรรมชาติมีแนวโน้มเติบโต ด้วยความต้องการสีธรรมชาติ สารเพิ่มความหวานจากพืช จะเพิ่มขึ้น เช่น สีแดงจากบีทรูท กระเจี๊ยบแดง สีเขียวจากใบเตย สีเหลืองจากขมิ้น สีม่วง/น้ำเงินจากดอกอัญชัน