
ยอดขายของร้านอาหารและเครื่องดื่มของสหรัฐอเมริกา (ปรับตามฤดูกาล) ในเดือนธันวาคม 2568 มีมูลค่ารวม 100.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงเล็กน้อยจาก 100.4 พันล้านเหรียญสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน 2568 ตามรายงานข้อมูลเบื้องต้นของสำนัก U.S. Census Bureau
ในเดือนพฤศจิกายน 2568 มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งร้อยละ 0.7 ซึ่งนับเป็นอัตราการขยายตัวรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 (+ร้อยละ 0.8) ซึ่งสะท้อนถึงแรงส่งของภาคการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวเล็กน้อยในเดือนธันวาคม 2568 บ่งชี้ถึงภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เริ่มมีความระมัดระวังมากขึ้นในช่วงปลายปี
แม้ว่ายอดขายรายเดือนจะมีการปรับลดลง แต่ภาพรวมในไตรมาส 4 ปี 2568 ยังคงแข็งแกร่ง โดยยอดขายรวมทะลุระดับ 300 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 จากไตรมาส 3 และถือเป็นครั้งแรกที่ยอดขายรายไตรมาสของอุตสาหกรรมนี้สูงเกินระดับ 300 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและขนาดของตลาดที่ยังมีการขยายตัวในเชิงมูลค่า
ภาพรวมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในภาคธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ
ในเดือนเดียวกัน การใช้จ่ายของผู้บริโภคในภาคธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ มีแนวโน้มชะลอตัว โดยยอดขายของผู้ค้าปลีกที่ไม่ใช่ร้านอาหารโดยรวมทรงตัว มีเพียงบางหมวดสินค้าที่มีการขยายตัว ได้แก่
ร้านวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2
ร้านอุปกรณ์กีฬาและงานอดิเรก เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4
ขณะที่หลายหมวดสินค้าปรับตัวลดลงค่อนข้างชัดเจน ได้แก่
ร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ลดลงร้อยละ 0.9
ร้านเสื้อผ้า ลดลงร้อยละ 0.7
ห้างสรรพสินค้า ลดลงร้อยละ 0.7
ส่วนผู้ค้าปลีกที่ไม่มีหน้าร้าน (Non-store retailers) มียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า
แม้แนวโน้มยอดขายในไตรมาส 4 จะมีความผันผวนระยะสั้น แต่อุตสาหกรรมร้านอาหารยังคงมีอัตราการเติบโตเหนือกว่าภาคธุรกิจค้าปลีกโดยรวมตลอดปี 2568 โดยในเดือนธันวาคม ยอดขายของร้านอาหารและเครื่องดื่มสูงกว่าระดับเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.7 ขณะที่ในช่วง 12 เดือนยอดค้าปลีกที่ไม่ใช่ร้านอาหารเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2.1
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวดังกล่าวมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการปรับขึ้นราคาเมนูอาหาร และเมื่อหักผลกระทบจากเงินเฟ้อด้านราคาอาหารแล้ว พบว่า ยอดขายในเชิงปริมาณแท้จริงเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.6 ระหว่างเดือนธันวาคม 2567 ถึงเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตส่วนใหญ่เป็นการขยายตัวเชิงมูลค่า มากกว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณการบริโภคอย่างแท้จริง
โดยสรุป ร้านอาหารและเครื่องดื่มถือเป็นองค์ประกอบหลักของอุตสาหกรรมธุรกิจบริการของสหรัฐอเมริกา โดยมีสัดส่วนคิดเป็นประมาณร้อยละ 72 ของยอดขายรวมทั้งอุตสาหกรรม จึงนับเป็นภาคธุรกิจสำคัญที่สะท้อนทิศทางกำลังซื้อและพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนในภาพรวม
ในปี 2568 อุตสาหกรรมร้านอาหารในสหรัฐฯ ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในเชิงมูลค่า แม้จะมีสัญญาณการชะลอตัวระยะสั้น และการเติบโตเชิงปริมาณที่จำกัด
ข้อคิดเห็น
แม้ยอดขายของร้านอาหารในสหรัฐฯ จะชะลอลงในช่วงระยะสั้น แต่แนวโน้มรายปียังเติบโตดีกว่าธุรกิจ ค้าปลีกอื่นๆ โดยรวม
ภาพรวมตลาดสหรัฐฯ ยังมีศักยภาพ แต่ต้องแข่งขันด้วยความคุ้มค่า + นวัตกรรม + การเข้าถึงเครือข่าย ที่ถูกต้อง จึงจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ผู้ส่งออกไทยควรพิจารณาการนำเสนอสินค้าคุณภาพ ได้มาตรฐานการรับรอง เช่น HACCP, FDA การพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์เพื่อสุขภาพ เช่น สินค้าประเภท Low Sodium, Gluten Free, น้ำตาลน้อย, Plant-based การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการขยายสู่ช่องทาง Foodservice Distributor การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในสหรัฐฯ เพื่อสร้างเครือข่ายกับผู้ซื้อ เป็นต้น
สำหรับงานแสดงสินค้าในสหรัฐอเมริกาที่ผู้ส่งออกไทยควรพิจารณาเข้าร่วมเพื่อขยายตลาด การเจรจาธุรกิจ และสร้างเครือข่ายกับผู้ซื้อในธุรกิจบริการอาหาร (foodservice) อาทิ
งาน National Restaurant Association Show (NRA) ซึ่งปีนี้ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16–19 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารแสดงสินค้า McCormick Place นคร Chicago งานนี้จัดเป็นงานแสดงสินค้านานาชาติสำหรับธุรกิจร้านอาหารและบริการอาหารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาโดยจัดแสดงสินค้าอาหาร นวัตกรรมด้านอาหาร เทคโนโลยีร้านอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์อาหารปัจจุบัน