
โดยเทรนด์อาหารหลักในปี 2026 เป็นเรื่องของสุขภาพจิตใจ ความยั่งยืน และการเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมโลก โดยผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z และ Millennials จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงวิถีการกิน ซึ่งจะเป็นอาหารเสริมสุขภาพแบบสร้างสรรค์ อาหารโปรตีนที่เข้าถึงง่าย อาหารที่มีรสชาติ Swicy (หวาน-เผ็ด) อาหารแช่แข็งที่มีรสชาติระดับมิชลินสตาร์ อาหารที่มีความยั่งยืน อาหารที่เน้นความคุ้มค่า แต่ราคาย่อมเยาและไม่ลดทอนคุณภาพ รวมทั้งเทรนด์การทำ อาหารเองที่บ้าน เน้นเมนู สะดวกรวดเร็ว มีคุณภาพเสมือนเชฟมืออาชีพ
อาหารเพื่อสุขภาพ (Functional Foods) กลายเป็นของจำเป็นสำหรับสายรักสุขภาพในยุคใหม่ อาหารไม่ได้แค่ให้พลังงาน แต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ต้องช่วยดูแลสุขภาพ และตอบโจทย์อารมณ์ไปพร้อมกัน และมีรสชาติอร่อยน่ารับประทาน เช่น โปรไบโอติก และกาแฟผสมอะชวากันธา (ashwagandha) ผู้บริโภคต้องการอาหารที่ไม่ใช่แค่เติมเต็มความหิว แต่ช่วยดูแลสุขภาพจิต และร่างกายด้วย
สำหรับ Gen Z และ Millennials “อาหารเพื่อสุขภาพ” ไม่ใช่แค่ข้าวแผ่น หรือโยเกิร์ตรสจืดอีกต่อไป ขนมขบเคี้ยวในยุคนี้ต้องทำงานได้สองอย่างในหนึ่งเดียว เช่น เลือกเป็นชิปสาหร่ายที่เพิ่มไอโอดีน หรือผักเหลือใช้ที่ถูกนำไปแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยว หรือกาแฟฟังก์ชันนัลที่ใส่เห็ด lion’s mane เพื่อช่วยเพิ่มพลังและโฟกัส บาร์ช็อกโกแลตที่มีโปรไบโอติกช่วยดูแลลำไส้ หรือใส่อแดปโตเจน (สารช่วยต้านความเครียด) เพื่อบรรเทาความเครียด เยลลี่เสริมสมอง (nootropic) หรือครีเอเทนในกาแฟ
นวัตกรรมโปรตีนใหม่ โปรตีนจะได้รับความสำคัญเพิ่มมากขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะในกลุ่มนักกีฬา หรือผู้ออกกำลังกาย แต่สำหรับทุกคนที่ต้องการพลังงาน และเพื่อสุขภาพที่ดี และเป็นโปรตีนที่เข้าถึงง่าย มีการพัฒนาในรูปโปรตีนใหม่ที่หลากหลาย เช่น โปรตีนจากแมลง หรือโปรตีนเพาะเลี้ยง
รสชาติ Swicy (หวาน + เผ็ด) รสชาติผสมหวานและเผ็ด ให้ความรู้สึกตื่นเต้น กระตุ้นสมอง ซึ่งเป็นที่นิยมและกำลังมาแรงงแบบไวรัล โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบอาหารที่มีความตื่นเต้นทางรสชาติ โดยกลุ่ม Gen Z กับวัฒนธรรม “กินแล้วต้องถ่ายรูปลง IG” จาก Tiktok สู่วงการร้านอาหารทั่วสหรัฐฯ จากรายงานของบริษัท Datassential ระบุว่า ปัจจุบัน เมนูในร้านอาหารสหรัฐฯ ราวร้อยละ 10 มีอาหารสไตล์รสชาติ Swicy เพิ่มมากขึ้น เกือบร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
อาหารแช่แข็งระดับพรีเมียม (Gourmet Frozen Meal) อาหารแช่แข็งคุณภาพสูง มีรสชาติเสมือนร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ทำได้ง่าย สะดวกและรวดเร็วสำหรับการรับประทานที่บ้าน เสมือนได้รับประทานอาหารที่มีรสชาติจากทั่วโลกเข้าไปอยู่ในครัวบ้าน โดยกลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มที่ช่วยผลักดันให้ อาหารอินเตอร์กลายเป็นของธรรมดาในชีวิตประจำวัน จากราเม็งมิโซะ ถึงทิกก้ามาซาล่า พิซซ่าฟิวชันด้วยแป้ง naan หน้า bulgogi ขอบโรยด้วย za’atar หรือซอสเกาหลี gochujang, harissa และ za’atar เริ่มปรากฎอยูในอาหารชุด meal kit เป็นต้น
การกินอย่างยั่งยืน (Sustainable Eating) คำว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่คำฮิต หรือเป็นแฟชั่นสำหรับคนกลุ่มเล็ก หรือพวกสายกรีน แต่กลายเป็นเทรนด์หลักของผู้บริโภคที่สนใจอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็นเรื่องปกติของคนส่วนใหญ่ จากผลการศึกษาของ McKinsey-NielsenIQ ในปี 2023 พบว่า สินค้าที่มีการอ้างอิงถึงแนวทาง ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) มียอดขายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 28 ในช่วงปี 2560–2565 ในขณะที่สินค้าที่ไม่มีแนวคิด ESG โตเพียงร้อยละ 20 บางหมวดหมู่ของสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เติบโตเร็วกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับสินค้าทั่วไป
นวัตกรรมย้อนยุค (Retro-innovation) เทรนด์อาหารสไตล์เมนูโบราณที่ปรับปรุงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย ทั้งมีรสชาติ ความอร่อย และมีประโยชน์ เทรนด์นี้คือการ “หยิบอดีตมาเล่าใหม่” โดยไม่ละทิ้งความรู้สึกอบอุ่นและความทรงจำดีๆ ที่คนมีต่ออาหาร แต่เพิ่มมิติของนวัตกรรมเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการปรับสูตรให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น การลดปริมาณน้ำตาล ลดไขมัน การใช้วัตถุดิบออร์แกนิก หรือเพิ่มส่วนผสมที่มีคุณสมบัติทางสุขภาพ
เทรนด์การทำอาหารเหมือนมีเชฟที่บ้าน (The Rise of the "Chef-You”) ด้วยเมนูสะดวก รวดเร็ว และมีคุณภาพ การทำอาหารที่บ้านกลายเป็นศูนย์กลางสุขภาพ และเป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับผู้บริโภค
การใช้จ่ายแบบคุ้มค่า (Budget Bougie Hacks) ผู้บริโภครุ่นใหม่เน้นความคุ้มค่าแบบชาญฉลาด คือการใช้งบประมาณไม่มาก แต่ได้ความรู้สึกหรูหรา ด้วยอาหารราคาย่อมเยา แต่ดูดีและไม่ลดทอนคุณภาพ
พลังที่ช่วยขับเคลื่อนเทรนด์อาหารในปี 2026 ได้แก่
การใช้วัตถุดิบที่ทนต่อสภาพอากาศ การใช้วัตถุดิบอย่างธัญพืช สาหร่าย และกระบองเพชร เพื่อความยั่งยืน
การพัฒนาอาหารบำรุงสมอง (Neuro-Nutrition) อาหารที่ช่วยเสริมการทำงานของสมอง เช่น เห็ดหลินจือ (lion's mane) แอล-ธีอะนีน (L-theanine) และแมกนีเซียม.
แบรนด์ที่เน้นอารมณ์ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อสภาพอารมณ์ที่แตกต่างกัน.
การฟื้นฟูรสชาติท้องถิ่น การนำรสชาติท้องถิ่นมาผสมผสานกับรสชาติสากล
รสชาติด้วยเทคโนโลยี: การใช้เทคโนโลยีอย่างการหมักแบบแม่นยำ (precision fermentation), แบบจำลองรสชาติด้วย AI (AI flavor modeling) และอาหาร 3D พิมพ์
ข้อคิดเห็น
เทรนด์อาหารในปี 2026 ต้องตอบโจทย์สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เน้นความสะดวกและคุณภาพต้องควบคู่ไปด้วยกัน ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน และเทรนด์นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ยังเป็นกุญแจสำคัญ
ไทยมีความโดดเด่นในกลุ่มอาหารแนว Functional และ Future Food ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคกระแสสุขภาพในตลาดสหรัฐฯ
กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (Ready To-Eat Meals) ของไทยให้ความสะดวก ด้วยรสชาติอร่อย สินค้ามีคุณภาพ เหมาะกับวีถีชีวิตของผู้บริโภคชาวอเมริกัน
ผู้ประกอบการไทยควรเน้นการนำเสนอสินค้าฟังก์ชัน พร้อมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย และมีความยั่งยืน การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลาย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และปลอดสารพิษ