
4 แบรนด์ชั้นนำผลิตภัณฑ์กีฬาขอบจีนได้ประกาศรายได้ในปี 2023 ได้แก่ ANTA, LI-NING, XTEP, 361° โดยมีรายละเอียด ดังนี้
บริษัท ANTA Sports มีรายได้ในปี 2023 รวมทั้งสิ้น 62,356 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 16.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยมีกำไรคิดเป็นร้อยละ 24.6 สำหรับแบรนด์ ANTA แบรนด์เดียว มีรายได้ 30,306 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 9.3 ซึ่งเป็นแบรนด์กีฬาจีนแบรนด์แรกที่ได้รับรายได้ทะลุ 30,000 ล้านหยวน โดยมีกำไรคิดเป็นร้อยละ 22 สำหรับแบรนด์ FILA (บริษัท ANTA ซื้อกิจการแบรนด์ FILA ในปี 2021) มีรายได้ 25,103 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 16.6 กำไรคิดเป็นร้อยละ 27.6 แบรนด์อื่นทั้งหมดได้รับรายได้ 6,947 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 57.7 กำไรคิดเป็นร้อยละ 27.1 ถึงสิ้นปี 2023 จำนวนร้านจำหน่ายทางออฟไลน์ของ ANTA Sports มีมากกว่า 1.2 หมื่นร้าน ประกอบด้วย ร้านแบรนด์ ANTA จำนวน 7,053 ร้าน ร้านแบรนด์ ANTA KIDS จำนวน 2,778 ร้าน ร้านแบรนด์ FILA จำนวน 1,972 ร้าน ร้านแบรนด์ DESCENTE จำนวน 187 ร้าน และร้านแบรนด์ KOLON จำนวน 164 ร้าน
บริษัท LI-NING มีรายได้ในปี 2023 รวมทั้งสิ้น 27,598 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 6.96 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ได้กำไรมูลค่า 13,352 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 6.9 หากพิจารณาจากหมวดผลิตภัณฑ์แล้ว ผลิตภัณฑ์ประเภทบาสเก็ตบอล วิ่ง ฟิตเนส คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 64 ส่วนผลิตภัณฑ์ประเภทวิ่งและประเภทฟิตเนส มีการเติบโตเป็นร้อยละ 40 และ 25 ตามลำดับ ถึงสิ้นปี 2023 จำนวนร้านจำหน่ายทางออฟไลน์ของ LI-NING มีจำนวน 7,668 ร้าน
บริษัท XTEP มีรายได้ในปี 2023 รวม 14,346 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 10.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ได้กำไรมูลค่า 1,030 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 11.8 ประกอบด้วยรายได้จากการจำหน่ายรองเท้า 8,172 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 5.3 และจากเสื้อผ้า 5,904 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 20.36 ถึงสิ้นปี 2023 จำนวนร้านจำหน่ายทางออฟไลน์ของ XTEP มีจำนวน 8,583 ร้าน
บริษัท 361° มีรายได้ในปี 2023 รวม 8,420 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา กำไรเติบโตร้อยละ 41.1 ถึงสิ้นปี 2023 จำนวนร้านจำหน่ายทางออฟไลน์ในตลาดจีนของ 361° มีจำนวน 5,734 ร้าน
จากข้อมูลตัวเลขที่ประกาศ พบว่าแบรนด์ ANTA มีรายได้แซงหน้าแบรนด์ Adidas ในตลาดจีนเมื่อปี 2020 และมีการแซงหน้าแบรนด์ Nike (China) เมื่อปี 2022 ซึ่งกลายเป็นแบรนด์กีฬาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดจีน ปัจจุบันแบรนด์กีฬาจีนไม่ใช่เป็นแบรนด์ที่ราคาจับต้องได้และมีความคุ้มค่าเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาไปด้วยรูปแบบการสร้างสรรค์ มีนวัตกรรมและมีเทคโนโลยีที่มากขึ้น ซึ่งทำให้สามารถแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากแบรนด์ Nike และ Adidas ที่เคยครองตลาดจีนในอดีต ขณะเดียวกัน ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่นเป็นกำลังซื้อหลักสำหรัลผลิตภัณฑ์กีฬาแบรนด์จีน เนื่องจากพวกเขามีความมั่นใจในสินค้าที่ผลิตในประเทศและให้ความชื่นชอบในแบรนด์สัญชาติคนเอง และการสอดแทรกวัฒนธรรมมาอยู่ในผลิตภัณฑ์มากขึ้น ส่งเสริมให้แบรนด์กีฬาที่นำองค์ประกอบวัฒนธรรมชาติมาใช้ในการออกแบบอย่างแพร่หลาย ซึ่งไม่เพียงแต่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในการแสวงหาความเป็นพิเศษ ยังนำโอกาสใหม่ๆ มาสู่แบรนด์ในการสร้างความแตกแต่งและการแข่งขันทางตลาดมากขึ้น ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์กีฬาที่มีองค์ประกอบทางวัฒนธรรมจีนนั้นส่งอิทธิพลอย่างมหาศาลในทางการตลาด
ความเห็นสคต. ณ เมืองหนานหนิง หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคจีนมีการเปลี่ยนแปลง โดยผู้คนให้ความใส่ใจในการออกดูแลสุขภาพและออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น ผู้คนสนใจแบรนด์จีนมากขึ้นกว่าแต่ก่อนไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอาง อาหาร ของเล่น เสื้อผ้ารองเท้า หรือหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก็ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคจีนมากขึ้น โดยเฉพาะเป็นผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่น ถ้าพิจารณาจากแบรนด์กีฬาจีนแล้ว สาเหตุที่ครองใจผู้บริโภคเนื่องจากแบรนด์กีฬาจีนให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์กับการออกแบบ การสอดแทรกศิลปวัฒนธรรมจีน และมีการพัฒนาเทศโนโลยีของผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้แบรนด์กีฬาจีนยังสร้างและออกแบบผลิตภัณฑ์พิเศษเพื่อตอบสนองผู้บริโภคกลุ่มย่อย เช่น แบรนด์ XTEP และ 361° มุ่งเน้นไปที่กลุ่มสโมสรที่ชื่นชอบการวิ่งใช้ และได้ผลิตรองเท้าวิ่งแผ่นคาร์บอนสําหรับนักวิ่งมืออาชีพโดยเฉพาะ และรองเท้าวิ่งแผ่นคาร์บอน สําหรับนักวิ่งทั่วไปเป็นพิเศษ นอกจากนี้แบรนด์ XTEP ได้สร้างกลุ่มสโมสรวิ่งในพระราชวัง Daming เมืองซีอาน และเป็นสโมสรวิ่งแห่งแรกของโลกที่ตั้งอยู่ในองค์การยูเนสโกและมรดกโลก และถึงสิ้นปี 2023 แบรนด์ XTEP มีสโมสรวิ่งในจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งหมด 65 แห่ง โดยมีสมาชิกมากกว่า 2 ล้านคน ทั้งนี้ จากประสบการณ์ที่สำเร็จของการพัฒนาแบรนด์กีฬาของจีนจะเป็นแนวคิดสามารถนำมาพิจารณาประยุกต์ใช้กับแบรนด์สินค้าไทย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ประสงค์มาบุกตลาดจีนยังต้องศึกษาขัอมูลทางตลาดอย่างรอบด้านที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สินค้าสามารถแข่งขันและเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคชาวจีน
--------------------------------------------------------------------
แหล่งที่มา
https://mp.weixin.qq.com/s/qrZ95YCNSj3cX7Q_Srtlzg
https://mp.weixin.qq.com/s/4Wpb-oBuV9GC1q1HC0-IjA
https://www.163.com/dy/article/J8COHI9V05129QAF.html
https://www.chinairn.com/hyzx/20240416/152212818.shtml
https://mp.weixin.qq.com/s/cl96gVk4YLu_qiMpYEIgtg
https://mp.weixin.qq.com/s/4J1IJStIKvizaBcI1a2rRg
https://www.sohu.com/a/663399145_114988
https://mp.weixin.qq.com/s/DjUUti_TQIC9kEFtv_GFmg
สำนักงานสิงเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง