
อาบูดาบีอยู่ในกลุ่มเมืองที่น่าจับตา ขณะที่เศรษฐกิจเมืองในภูมิภาคอ่าวมีบทบาทมากขึ้น และเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการไทย
ดูไบและริยาดติด 50 เมืองชั้นนำของโลกเป็นครั้งแรกในการจัดอันดับ Oxford Economics Global Cities Index ปี 2569 ซึ่งประเมินเมืองใหญ่ 1,000 แห่งทั่วโลก ดูไบขยับขึ้น 9 อันดับมาอยู่ที่ 42 ส่วนริยาดเลื่อนขึ้น 47 อันดับมาอยู่ที่ 50 ผลดังกล่าวสะท้อนความสำคัญทางเศรษฐกิจและการลงทุนของเมืองศูนย์กลางในภูมิภาค GCC รวมถึงความสามารถในการดึงดูดบุคลากร
Oxford Economics ระบุว่า การก้าวขึ้นมาของทั้งสองเมืองเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและ
สังคมที่ดำเนินมาหลายทศวรรษเมืองในตะวันออกกลางยังดึงดูดแรงงานทักษะสูงและบริษัทนวัตกรรมได้มากขึ้น

ดูไบตอกย้ำบทบาทศูนย์กลางภูมิภาค
ดูไบได้คะแนนรวม 79.6 จาก 100 คะแนน เพิ่มจาก 77.1 คะแนนในปี 2568 จุดแข็งอยู่ที่ทุนมนุษย์ ซึ่งได้ 97.9 คะแนนและอยู่ในอันดับ 2 ของโลก ส่วนหมวดอื่น ได้แก่ คุณภาพชีวิต 68.3 คะแนน เศรษฐกิจ 68.2 คะแนน การกำกับดูแล 56.6 คะแนน และสิ่งแวดล้อม 54.0 คะแนน โดยหมวดเศรษฐกิจอยู่ในอันดับ 53 ของโลก
Oxford Economics มองว่า ดูไบมีจุดแข็งด้านระดับการศึกษาของประชากรและเศรษฐกิจที่ หลากหลาย อีกทั้งลงทุนต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี พร้อมปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ฐานความรู้ นโยบายสำหรับผู้พำนัก เช่น วีซ่าทองคำ (Golden Visa) และวีซ่าเกษียณอายุ ยังช่วยดึงดูดผู้มีรายได้สูงและแรงงานทักษะสูงให้พำนักระยะยาว
ริยาดขยับขึ้น 47 อันดับ
ริยาดเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่อันดับปรับขึ้นมากที่สุด โดยเลื่อนขึ้น 47 อันดับมาอยู่ที่ 50 คะแนนรวม เพิ่มจาก 70.9 ในปีก่อนเป็น 78.1 คะแนน เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียได้คะแนนเศรษฐกิจ 77.7 คะแนน (อันดับ 18 ของโลก) และทุนมนุษย์ 92.5 คะแนน (อันดับ 4 ของโลก) โดยมีขนาดเศรษฐกิจและการจ้างงานที่เติบโตรวดเร็วเป็นแรงหนุน ส่วนคุณภาพชีวิตได้ 64.4 คะแนน สิ่งแวดล้อม 48.8 คะแนน และการกำกับดูแล 45.7 คะแนน
Oxford Economics ระบุว่า การขยับขึ้นของริยาดสะท้อนการลงทุนและการกระจายฐานเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังเปลี่ยนโฉมเมืองทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ก่อนหน้านี้บริษัทวิจัยยังคาดว่าริยาดจะเป็นเมืองในภูมิภาคอ่าว ที่เติบโตเร็วที่สุดในช่วง 5 ปีข้างหน้า

อาบูดาบีเป็นเมืองที่น่าจับตา
อาบูดาบีได้รับเลือกให้อยู่ในกลุ่ม “เมืองที่น่าจับตา” (Cities to Watch) แม้ยังไม่ติด 50 อันดับแรก คะแนนรวมอยู่ที่ 73.2 คะแนน โดยได้คะแนนทุนมนุษย์ 89.2 คะแนน (อันดับ 6 ของโลก) คุณภาพชีวิต 67.9 คะแนน เศรษฐกิจ 61.2 คะแนน การกำกับดูแล 56.6 คะแนน และสิ่งแวดล้อม 52.0 คะแนน Oxford Economics เห็นว่า การขยายฐานเศรษฐกิจไปสู่ภาคการเงิน วัฒนธรรม และการผลิตขั้นสูง จะช่วยหนุนการเติบโตของอาบูดาบีในระยะยาว
ยูเออีครองอันดับ 1 ด้านความเป็นมิตรทางภาษี
นอกจากบทบาทของเมืองหลักแล้ว ยูเออียังได้อันดับ 1 จาก 48 ประเทศในดัชนี “Tax Optimization for Global Citizens” ของ Global Citizen Solutions (GCS) ซึ่งประเมินภาระภาษี โครงสร้างภาษี และการย้ายถิ่นเพื่อการลงทุน ยูเออีได้คะแนนเต็มด้านภาระภาษีและติด 3 อันดับแรกด้านโครงสร้างภาษี เนื่องจากไม่มีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีความมั่งคั่ง ภาษีมรดก และภาษีขาออก ขณะที่ภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 5%
แนวโน้มเศรษฐกิจเมืองในภูมิภาค GCC
ผลจัดอันดับสะท้อนว่า เมืองในเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรปกลางกับยุโรปตะวันออก มีบทบาทในเศรษฐกิจโลกมากขึ้น แม้นิวยอร์ก ลอนดอน และปารีสยังครอง 3 อันดับแรก แต่เมืองในภูมิภาคอ่าวกำลังเติบโต Oxford Economics คาดว่าในปี 2593 ดูไบจะขึ้นเป็นเศรษฐกิจเมืองอันดับ 60 ของโลก และริยาดจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านยังเป็น ความเสี่ยงทาง ภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้นของภูมิภาค
ความเห็นของ สคต. ณ เมืองดูไบ
เศรษฐกิจยูเออีในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ยังขยายตัวได้ดี โดยมีแรงหนุนจากการย้ายเข้ามาของผู้มีรายได้สูงและแรงงานต่างชาติทักษะสูง รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ปัจจัยเหล่านี้หนุนความต้องการอาหารและอาหารฮาลาล สินค้าพรีเมียม วัสดุก่อสร้างและของตกแต่ง ชิ้นส่วนยานยนต์ ตลอดจน อัญมณีและเครื่องประดับ ช่วงปลายปียังเป็นฤดูท่องเที่ยวและเทศกาลช้อปปิ้ง ผู้ส่งออกไทยควรวางแผนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคให้ทันความต้องการใช้ดูไบเป็นฐานกระจายสินค้าไปยังตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้ และพบคู่ค้าผ่านงานแสดงสินค้าหรือเครือข่าย DITP พร้อมติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และค่าระวางเรืออย่างใกล้ชิด
-------------------------------------------------------------------
(2) https://economymiddleeast.com/news/dubai-climbs-to-42nd-riyadh-to-50th-as-both-enter-global-top-50-cities-and-gulf-urban-influence-grows/