
อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline inflation) ของฟิลิปปินส์ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือนที่ร้อยละ 4.1 ในเดือนมีนาคม 2569 โดยมีสาเหตุสำคัญจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอันเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นาย Claire Dennis S. Mapa นักสถิติแห่งชาติและผู้อำนวยการสำนักงานสถิติฟิลิปปินส์ (Philippine Statistics Authority: PSA) เผยว่า การเร่งตัวของเงินเฟ้อในมีนาคม 2569 มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.3 และราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นร้อยละ 59.5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า ซึ่งสวนทางจากการลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในหมวดการขนส่งเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 9.9 และเป็นปัจจัยหลักที่มีน้ำหนักสูงสุดของการเพิ่มขึ้นของระดับราคาสินค้า นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อในเดือนมีนาคม 2569 ถือเป็นระดับอัตราเงินเฟ้อที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ที่อยู่ที่ร้อยละ 4.4 และยังคงสูงกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของรัฐบาลที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 2 – 4 ซึ่งถือเป็นระดับที่เหมาะสมต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วงไตรมาสแรก
ของปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 2.8 ซึ่งยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายของรัฐบาล โดยผู้อำนวยการสำนักงานสถิติฟิลิปปินส์ระบุเพิ่มเติมว่า มากกว่าร้อยละ 36 ของตะกร้าดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI) ของฟิลิปปินส์มีความอ่อนไหวต่อการปรับตัวกับราคาน้ำมัน ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ซึ่งสินค้าในกลุ่มพลังงาน เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่ง ไฟฟ้า ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และน้ำมันก๊าด ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 8.23 ของตะกร้าดัชนีราคาผู้บริโภคได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่สินค้าเกษตร การบริโภคอาหารนอกครัวเรือน และค่าบริการขนส่งผู้โดยสาร รวมกันคิดเป็นประมาณร้อยละ 28 ของตะกร้าดัชนีราคาผู้บริโภคอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากต้นทุนการขนส่งและวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ในเดือนมีนาคม 2569 ได้มีการเริ่มสะท้อนของสัญญาณความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลต่อระดับราคาภายในประเทศจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันภายในประเทศ ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และก๊าซ LPG ซึ่งได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอุปทานน้ำมันในตลาดโลก โดยนาย Claire Dennis S. Mapa เสริมว่าแรงกดดันจากต้นทุนการขนส่งดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนในปี 2565 อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิหร่าน และอิสราเอล ยังคงยืดเยื้อความผันผวนของราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มผลักดันให้ราคาสินค้าโดยรวมสูงขึ้นต่อเนื่อง และอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ซึ่งแนวโน้มที่ตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนเมษายน 2569 จะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการปรับขึ้นราคาช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน 2569 และยังไม่เห็นปัจจัยที่บ่งชี้ว่าราคาจะปรับลดลง โดย PSA อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลในช่วงไตรมาสแรกเพื่อพิจารณาว่าผู้บริโภคเริ่มลดการใช้จ่ายภาคครัวเรือนแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ ผลกระทบอย่างเป็นทางการต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะมีการเปิดเผยในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของฟิลิปปินส์เริ่มปรับตัวสูงต่อเนื่องล่าสุดเดือนมีนาคม 2569 พุ่งขึ้นแตะร้อยละ 4.1 สูงสุดในรอบ 20 เดือน สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น และสะท้อนต่อราคาสินค้าและบริการหลายกลุ่ม เช่น การบิน การแปรรูปอาหาร การท่องเที่ยว และภาคการผลิต รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการหลายด้านเพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภคและธุรกิจ เช่น การจัดหาเชื้อเพลิงฉุกเฉิน การช่วยเหลือค่าผ่านทาง ลดค่าธรรมเนียมการขนส่งสินค้าเกษตร และสนับสนุนเกษตรกร ผู้ขับรถโดยสาร และชาวประมงแต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อก็อาจทำให้ต้นทุนพลังงานภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้นยิ่งขึ้นต่อไป นอกจากนี้ หากอัตราเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์ยังคงอยู่ในระดับสูงหรือมีการปรับตัวสูงขึ้นอีก คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนและทำให้เกิดการชะลอตัวของอุปสงค์ในระยะต่อไป ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและควรวางปรับกลยุทธ์การทำตลาด อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ