fb
แนวโน้มตลาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากงาน MEDICA 2025 ประเทศเยอรมนี

แนวโน้มตลาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากงาน MEDICA 2025 ประเทศเยอรมนี

โดย
Theeraporn
ลงเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2568 06:00
สคต. ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) (TTC, Frankfurt (Germany))
18

งานแสดงสินค้า MEDICA 2025 เป็นงานแสดงสินค้าเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ และการดูแลสุขภาพที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของโลก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การแสดงสินค้า Messe Düsseldorf ประเทศเยอรมนี ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 55 ภายใต้ธีมใหม่ Meet Health. Future. People. มีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 5,300 บริษัท จาก 70 ประเทศ และผู้เข้าชมงานกว่า 78,000 ราย จากกว่า 160 ประเทศ โดยมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมจัดแสดงและเจรจาการค้าภายใต้คูหาประเทศไทยทั้งสิ้น 12 บริษัท

แนวโน้มสินค้าตลาดเครื่องมือการแพทย์ที่สำคัญจากงานแสดงสินค้า MEDICA 2025
ภายในงานมีการนำเสนอสินค้าและนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือการแพทย์ล้ำสมัยที่นำไปประยุกต์ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน MEDICA INNOVATION FORUM แนวคิดใหม่ของ MEDICA เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ MEDICA START-UP PARK และงาน Wearables Technologies Show แนวคิดใหม่ของ MEDICA ได้สร้างศูนย์กลางสำหรับเทคโนโลยีสุขภาพแห่งอนาคต และการแข่งขันสตาร์ทอัพ เช่น MEDICA START-UP COMPETITION ครั้งที่ 14 และ HEALTHCARE INNOVATION WORLD CUP ครั้งที่ 17 ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานและผลักดันให้เกิดนวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร สร้างความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมของธุรกิจการดูแลสุขภาพระดับนานาชาติ
ทีมผู้ชนะการแข่งขัน ''MEDICA START-UP COMPETITION'' ครั้งที่ 14 คือบริษัท Svan Technologies จากประเทศออสเตรีย ด้วยอุปกรณ์ฉีดยาพิเศษที่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ ภายในเวลาเพียง 90 วินาที อุปกรณ์นี้ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงไขกระดูกได้ เช่น จากทารกแรกเกิด 

ในปีนี้ ทีมจาก Nanose Medical จากประเทศอิสราเอล คว้าชัยชนะในการแข่งขัน ''HEALTHCARE INNOVATION WORLD CUP'' ด้วยอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดสำหรับการวิเคราะห์ตัวอย่างลมหายใจแบบดิจิทัลเรียลไทม์ เพื่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งปอดหรือโรคตับระยะลุกลาม

ภาพรวมตลาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ในเยอรมนีปี 2567/2568

เยอรมนีเป็นหนึ่งในตลาดเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ในที่ใหญ่ และก้าวหน้าที่สุดในโลก และเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ในยุโรป มีขนาดใหญ่ถึง 1 ใน 4 ของตลาดยุโรป ข้อมูลจากสํานักงานสถิติแห่งสหพันธสาธารณรัฐเยอรมนี พบว่ายอดขายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการแพทย์ของเยอรมนีในปี 2567 มีมูลค่า 41,000 ล้านยูโร สูงกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 2.5 สมาคมอุตสาหกรรมด้านทัศนศาสตร์ โฟโตนิกส์ การวิเคราะห์ และเทคโนโลยีการแพทย์แห่งประเทศเยอรมนี (SPECTARIS) คาดว่าในปี 2568 อุตสาหกรรมเทคโนโลยีการแพทย์ของเยอรมนีจะมีผลประกอบการทรงตัว หรืออาจจะเติบโตเล็กน้อย โดยในไตรมาสแรกของปี 2568 มียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 3.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทให้คำปรึกษาทางธุรกิจชั้นนำ Frost & Sullivan คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ทั่วโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จะยังคงมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยร้อยละ 7 – 8 ต่อปี ซึ่งมาจากการขับเคลื่อนโดยเมกะเทรนด์ต่าง ๆ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่ นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และการให้ความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของ “สุขภาพ” ในฐานะคุณค่าทางสังคม 

ความแข็งแกร่งในด้านการส่งออกสินค้าเครื่องมือการแพทย์ของเยอรมนี

เยอรมนีส่งออกเครื่องมือการแพทย์กว่าร้อยละ 68 ทำให้อุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมชั้นนำขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเยอรมนี ซึ่งมีการแสวงหาตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ตลาดในแอฟริกาและเอเชีย และได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของข้อตกลงการค้าเสรีที่ยั่งยืน 

  • จากข้อมูลของสํานักงานสถิติแห่งสหพันธสาธารณรัฐเยอรมนีในปี 2567 พบว่าการส่งออกเครื่องมือการแพทย์ของเยอรมนีมีมูลค่า 28,1600 ล้านยูโร โดยมีการส่งออกไปในประเทศในยุโรปร้อยละ 40 อเมริการเหนือร้อยละ 20 และเอเชียร้อยละ 16 ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกที่สําคัญที่สุดสําหรับสินค้าเทคโนโลยีทางการแพทย์ของเยอรมนี และมีการเติบโตเล็กน้อย ในทางกลับกันการส่งออกไปยังประเทศจีนและประเทศต่างๆ ในเอเชียลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของสมาคมอุตสาหกรรมด้านทัศนศาสตร์ โฟโตนิกส์ การวิเคราะห์ และเทคโนโลยีการแพทย์แห่งประเทศเยอรมนี (SPECTARIS) ระบุว่า บริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ในเยอรมนียังคงอยู่ในสถานการณ์คงที่ จากความสามารถด้านการคิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือการแพทย์ชั้นสูง ทั้งระบบการแพทย์ดิจิตอลและหุ่นยนต์ โดยบริษัทในเยอรมนีได้ยื่นคําร้องขอจดสิทธิบัตรต่อสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป (European Patent Office) ในปี 2567 จำนวน 1,487 รายการ เป็นอันดับที่ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา (5,995 รายการ) และนําหน้าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (1,045 รายการ) 
     

AI และหุ่นยนต์โรบอติกส์: นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนความต้องการทางการแพทย์ในอนาคต

การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลคือพลังขับเคลื่อนเบื้องหลังการดูแลสุขภาพสมัยใหม่ หนังสือประจำปีเล่มนี้แสดงให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์กำลังนำไปสู่แนวทางการรักษาเฉพาะบุคคลมากขึ้น และเปลี่ยนแปลงการวินิจฉัย การบำบัด และการดูแลผู้ป่วยไปอย่างสิ้นเชิง เนื้อหาเน้นที่ความก้าวหน้าของการตรวจสอบทางไกล บทบาทของ AI ในการแพทย์เฉพาะบุคคล และการบังคับใช้พระราชบัญญัติ AI ของยุโรปในฐานะกรอบกฎหมายกลางสำหรับการใช้ AI ในเทคโนโลยีทางการแพทย์

อุปสรรคด้านกฎระเบียบ: การพิจารณาใช้ข้อบังคับว่าด้วยเครื่องมือการแพทย์ (Medical Device Regulation: MDR) และ การห้ามใช้สารเคมี กลุ่ม PFAS ของสหภาพยุโรป กำลังสร้างความตึงเครียดในอุตสาหกรรม

แม้จะมีศักยภาพด้านนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง แต่ภาคเทคโนโลยีทางการแพทย์ของเยอรมนียังคงเผชิญกับอุปสรรคด้านกฎระเบียบมากมาย กฎระเบียบอุปกรณ์การแพทย์ (MDR) ของสหภาพยุโรปยังคงเป็นภาระทางราชการที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อนวัตกรรมและความพร้อมจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีการจำกัดการใช้สาร PFAS ซึ่งมีคุณสมบัติสำคัญต่ออุปกรณ์การแพทย์หลายชนิด หนังสือประจำปีเล่มนี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบอันกว้างไกลที่กฎระเบียบควบคุมสารที่มากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทและการดูแลผู้ป่วย

โอกาสของผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมการแพทย์สำหรับตลาดเยอรมนี
ตลาดอุปกรณ์และเครื่องมือการแพทย์ในเยอรมนีมีมูลค่าสูงและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าที่เยอรมนีนิยมนำเข้าจากไทย ได้แก่ Bandage ถุงมือยาง อุปกรณ์การแพทย์แบบใช้แล้วทิ้ง ชุดสวมใส่ในห้องผ่าตัด เครื่องแสตนเลส เป็นต้น เนื่องจากมีคุณภาพดี การผลิตได้มาตรฐาน ในราคาที่สมเหตุสมผล นอกจากนี้ อุปกรณ์การแพทย์ดิจิทัล เช่น เซนเซอร์วัดสุขภาพ หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับระบบ AI กำลังได้รับความสนใจในตลาดเยอรมนี ผู้ประกอบการไทยที่สามารถรวมเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ากับผลิตภัณฑ์ของตนจะมีโอกาสเจาะตลาดได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดเยอรมนียังให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาสินค้าที่ยั่งยืน เช่น บรรจุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล หรือผลิตภัณฑ์ที่ลดการปล่อยคาร์บอน จะเป็นข้อได้เปรียบสำหรับผู้ส่งออกไทยที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านนี้ นอกจากนี้ ข้อกำหนดด้านมาตรฐานสินค้าที่เข้มงวดของเยอรมนี เช่น เครื่องหมาย CE ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาและเตรียมความพร้อมด้านเอกสารการรับรองตามมาตรฐานของยุโรปเพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดมากขึ้น

ที่มา: 
www.medica.de
www.spectaris.de
Messe Düsseldorf

Photo: Messe Düsseldorf / Tillmann


 

Share :
Instagram