fb
ถอดรหัสดีลประวัติศาสตร์ "Isaac Accords" ของอิสราเอลกับประเทศในลาตินอเมริกาและกลยุทธ์ผู้ส่งออกไทยในการรับมือ

ถอดรหัสดีลประวัติศาสตร์ "Isaac Accords" ของอิสราเอลกับประเทศในลาตินอเมริกาและกลยุทธ์ผู้ส่งออกไทยในการรับมือ

โดย
Natthapong
ลงเมื่อ 10 มิถุนายน 2569 21:14
สคต. ณ กรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล) (TTC, Tel Aviv (Israel))

เมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา กระทรวงการคลังของอิสราเอลร่วมกับธนาคารเพื่อการพัฒนาอินเตอร์-อเมริกัน (IDB) ได้มีการลงนามใน หนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) จัดตั้งกองทุน "Isaac Accords Fund" อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มกลไกทางเทคนิคทันที โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญของกองทุนนี้ เพื่อระดมทุนจากภาครัฐและกองทุนสถาบันของอิสราเอล ไปใช้ในการขับเคลื่อนโครงการนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานในลาตินอเมริกา โดยมีเป้าหมายระยะแรกที่ประเทศในลาตินอเมิรกา ได้แก่ อาร์เจนติน่า อุรุกวัย ปานามา และคอสตาริกา (ประเทศลาตินอเมริกาอื่น เช่น บราชิล ชิลี เปรู ยังไม่เข้าร่วมเนื่องยังมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเรื่องภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายเกี่ยวกับปัญหาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์)

 

กรอบความตกลงนี้ สืบเนื่องมาจากการเปิดตัวพันธมิตรยุทธศาสตร์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ที่ผ่านระหว่างการเยือนอิสราเอลของประธานาธิบดีของอาร์เจนติน่า (นาย Javier Milei) ที่มาเยือนอิสราเอลในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นข้อตกลงใหม่ คู่ขนานไปกับข้อตกลงการค้าเสรี Israel-MERCOSUR FTA ที่มีอยู่เดิม โดยอิสราเอล มีเป้าหมายที่มุ่งขยายตลาดการส่งออก สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง ระบบความมั่นคง และระบบจัดการน้ำ แลกเปลี่ยนกับ การนำเข้าสินค้าสินค้าเกษตรและแร่ธาตุหายาก (ลิเธียม) จากกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและซัพพลายเชน รวมถึงมีกำหนดการเปิดเส้นทางบินตรง (Tel Aviv - Buenos Aires) โดยสายการบิน El Al ในเดือนธันวาคม 2569 เพื่อเชื่อมโยงโลจิสติกส์ระหว่างกันให้มากขึ้น

 

การวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อได้เปรียบ ด้านภาษีและโลจิสติกส์การขนส่งสินค้า ระหว่าง ไทย VS อาร์เจนติน่า (ตัวอย่าง)

 

ข้อตกลงดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มประเทศลาตินอเมริกา โดยเฉพาะอาร์เจนตินา ได้เปรียบประเทศไทยในตลาดอิสราเอลอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ของภาษีนำเข้าและความเสถียรด้านการขนส่ง ดังนี้

 

  1. ตารางเปรียบเทียบพิกัดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมสำคัญ

พิกัดศุลกากร (HS Code)

กลุ่มสินค้า

อัตราภาษีของไทย

(MFN Rate)

อัตราภาษีของ อาร์เจนตินา
(MERCOSUR FTA)

สถานการณ์การแข่งขันและผลกระทบต่อไทย

HS 0201 - 0202

เนื้อสัตว์และเนื้อสัตว์แปรรูป

สูงมาก
(มีภาษีตามมูลค่าสูงสุด 12%
+ ภาษีตามสภาพต่อกิโลกรัม)

0%
(ภายใต้ระบบโควตาเสรี)

ไทยเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง
อาร์เจนตินาครองส่วนแบ่งตลาดเนื้อโคเชอร์ในอิสราเอลเกือบทั้งหมด

HS 1006

ข้าวและธัญพืช

0% - 4%
(ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการขาดแคลน)

0%
(ได้รับยกเว้นถาวร)

ไทยยังคงแข่งขันได้
เนื่องจากชื่อเสียงของข้าวหอมมะลิไทย แต่ข้าวขาวทั่วไปจะโดนกดดันด้านราคา

HS 1604

อาหารทะเลแปรรูป / ทูน่ากระป๋อง

12%

0%
(ได้รับยกเว้นทั้งหมด)

ไทยเผชิญความเสี่ยงปานกลาง
ส่วนต่างภาษี 12% จะกดดันกำไรของผู้ส่งออกไทย และจูงใจให้ผู้นำเข้าเลือกอเมริกาใต้

HS 2008 - 2009

ผลไม้แปรรูป และน้ำผลไม้

12% - 25%
(เช่น สับปะรดกระป๋อง)

0% - 5%
(ได้รับการลดหย่อนขั้นบันได)

ไทยเผชิญความเสี่ยงสูง
ต้นทุนภาษีที่ต่างกันกว่า 15% อาจทำให้ผู้นำเข้าอิสราเอลเปลี่ยนพอร์ตไปสั่งซื้อจากลาตินอเมริกา

HS 4011

ผลิตภัณฑ์ยางพารา และยางยานยนต์

ขึ้นอยู่กับประเภท
(อัตราทั่วไป MFN)

0%
(ได้รับยกเว้นทั้งหมด)

ไทยเผชิญความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง
ซัพพลายเชนในกลุ่ม Isaac Accords อาจหันไปพึ่งพากันเองภายในภูมิภาคมากขึ้น

HS 85

ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ / แผงวงจร (PCBs)

0%
(ส่วนใหญ่ได้รับยกเว้น)

0%
(ได้รับยกเว้นทั้งหมด)

ไทยยังคงได้เปรียบ
ในแง่ของต้นทุนการผลิตพื้นฐานและทักษะความเชี่ยวชาญ เนื่องจากไม่มีกำแพงภาษีมาเป็นข้อเปรียบเทียบ

 

แบบจำลองเปรียบเทียบโลจิสติกส์มายังอิสราเอล (ตู้สินค้าทั่วไป 40ft มูลค่า $25,000)

 

รายการเปรียบเทียบ

ฝั่งประเทศไทย 
(เส้นทางผ่านแหลมกู๊ดโฮป)

ฝั่งประเทศอาร์เจนตินา 
(เส้นทางมหาสมุทรแอตแลนติก)

ความแตกต่างและวิเคราะห์ของ สคต.

ระยะเวลาขนส่ง 
(Transit Time)

40 – 45 วัน

28 – 32 วัน

อาร์เจนตินาเร็วกว่า  10-15 วัน 
เนื่องจากเส้นทางของอเมริกาใต้มีความเสถียร ไม่ต้องเผชิญวิกฤตความมั่นคงในทะเลแดง

ค่าระวางเรือ 
(Ocean Freight)

$2,500

$3,800

ประเทศไทยถูกกว่า  $1,300 USD
ในสถานการณ์ปกติ ค่าระวางเรือพื้นฐานจากเอเชียมาเมดิเตอร์เรเนียนมีต้นทุนต่ำกว่า

*ค่าความเสี่ยงภัยสงคราม 
(War Risk Surcharges)

$1,800

$0

ประเทศไทยเสียเปรียบ 
เนื่องจากต้องจ่ายส่วนต่างค่าธรรมเนียมจากการอ้อมแหลมกู๊ดโฮปหนีพื้นที่ขัดแย้ง

ต้นทุนภาษีนำเข้า 
(Tariff Penalty 12% MFN)

$3,000

$0

ประเทศไทยเสียเปรียบ  $3,000 
อาร์เจนตินาได้สิทธิภาษี 0% จาก FTA ขณะที่ไทยต้องแบกรับภาษีประเทศทั่วไป

ต้นทุนสุทธิต่อตู้ 
(Total Logistics Cost)

$7,300

$3,800

อาร์เจนตินาต้นทุนถูกกว่า  48% 
คิดเป็นมูลค่าประหยัดกว่าฝั่งไทยถึง $3,500 USD ต่อตู้

 

บทสรุปตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน 

หากวัดเฉพาะค่าระวางเรือในภาวะปกติ ไทยยังคงได้เปรียบอาร์เจนตินาอยู่ประมาณ $1,300 ต่อตู้ แต่เมื่อเกิดวิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์เช่นในปัจจุบัน ที่ต้องบวกค่าธรรมเนียมความเสี่ยงภัยสงครามและกำแพงภาษีนำเข้า ส่งผลให้อาร์เจนตินาสามารถส่งสินค้าถึงมือผู้นำเข้าอิสราเอลด้วย ต้นทุนรวมที่ถูกกว่าไทยประมาณ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้ (ประหยัดกว่าราว 48%) และใช้เวลาขนส่งเร็วกว่าไทย 10-15 วัน

 

เส้นทางประเทศไทย (เผชิญวิกฤตทะเลแดง ต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮป):

  • ระยะเวลา: 40–45 วัน

  • ต้นทุนรวม: 7,300 ดอลลาร์สหรัฐ (รวมค่าระวางตู้แห้ง $2,500 + ค่าความเสี่ยงภัยสงคราม/อ้อมเรือ $1,800 + ภาษีนำเข้า MFN 12% อีก $3,000)

เส้นทางอาร์เจนตินา (ผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกเข้าเมดิเตอร์เรเนียนโดยตรง):

  • ระยะเวลา: 28–32 วัน (เสถียรและปลอดภัยสูง ไม่ต้องผ่านพื้นที่ขัดแย้ง)

  • ต้นทุนรวม: 3,800 ดอลลาร์สหรัฐ (รวมค่าระวางตู้แห้ง $3,800 + ไม่ต้องจ่ายค่าเสี่ยงภัยสงคราม + ภาษีนำเข้า 0% จาก FTA)

 

ผลกระทบต่อการค้าของประเทศไทยตามมุมมองของ สคต. 

 

กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบในทางบวก (Opportunities)

กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบในทางลบ (Threats)

1. ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (HDDs/PCBs) 

อานิสงส์จากกลุ่มบิ๊กเทคอิสราเอล (เช่น Tower Semiconductor ทำรายได้ไตรมาส 1/2569 ทะลุ 414 ล้านดอลลาร์) ที่เร่งขยายการลงทุน DATA CENTER และ AI ร่วมกับประเทศในละตินอเมริกา ส่งผลให้ความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นกลางจากไทยเติบโตตามซัพพลายเชนโลก โดยกลุ่มนี้ไทยไม่เสียเปรียบด้านภาษีเพราะอัตรา MFN ของอิสราเอลเป็น 0% อยู่แล้ว

1. สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปพื้นฐาน

ได้แก่ ข้าว อาหารกระป๋อง และธัญพืชของไทย เผชิญความเสี่ยงโดนทดแทนจากสินค้าเกษตรราคาถูกและปลอดภาษีของอาร์เจนตินาและอุรุกวัย

   

2. อุตสาหกรรมการบิน อะไหล่ และโลจิสติกส์ 

การเปิดเส้นทางบินตรงสายใหม่ (เทลอาวีฟ - บัวโนสไอเรส) ในเดือนธันวาคม 2569 นี้ จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งสินค้าทางอากาศและขยายโอกาสในธุรกิจบริการเกี่ยวเนื่อง

2. ผลิตภัณฑ์ยางพาราและยางยานยนต์

ซัพพลายเชนวัตถุดิบภายในกลุ่ม Isaac Accords อาจหันไปพึ่งพาเนื้อยางและการผลิตภายในภูมิภาคอเมริกาใต้ด้วยกันเอง

3. เครื่องจักรอุตสาหกรรมและเคมีภัณฑ์ขั้นกลาง

การขยายโครงสร้างพื้นฐานระบบน้ำและเกษตรอัจฉริยะ (Agri Tech) ของอิสราเอลในอเมริกาใต้ อาจช่วยเพิ่มโอกาสส่งออกปั๊มน้ำ วาล์ว และท่อขนส่งจากไทยในทางอ้อม

3. กล้องวงจรปิดและฮาร์ดแวร์ความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน

ระบบ AI  และ Smart City ขั้นสูงเกรดทหารของอิสราเอลจะเข้าไปทดแทนตลาดฮาร์ดแวร์ระบบปิด (Legacy Surveillance) ที่ไทยเคยส่งออกไปปานามาและคอสตาริกา

 

ความเห็นของ สคต.

 

จากข่าวดังกล่าว สคต. เห็นว่า ผู้ส่งออกไทยควรหาทางรับมือเส้นทางการค้าใหม่ที่อาจเกิดขึ้นและส่งผลกระทบกับไทยในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ ทั้งนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์และส่วนแบ่งการตลาดในสภาวะการแข่งขันใหม่ สคต. จึงขอเสนอแนะผู้ส่งออกไทยเตรียมรับมือ 3 ด้าน ดังนี้

 

  1. กลยุทธ์ “Triangular Partnership” (พันธมิตรสามเส้า)

ผู้ประกอบการกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และฮาร์ดแวร์ของไทย ไม่ควรแข่งขันโดยตรง แต่ควรรุกเข้าหาบริษัทออกแบบ

ชิปของอิสราเอล (เช่น Innoviz, Vayyar, Hailo) เพื่อเสนอตัวเป็นผู้ผลิตและประกอบชิ้นส่วนสนับสนุน (OEM/EMS) ก่อนที่อิสราเอลจะส่งโครงสร้างระบบเหล่านั้นไปลงทุนและติดตั้งในละตินอเมริกาผ่านกองทุนเปิดใหม่

 

  1. ชูจุดขายสินค้าพรีเมียม ความสม่ำเสมอ และ "Super Kosher"

หลีกเลี่ยงสงครามราคาสินค้าเกษตร โดยยกระดับสู่อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) และอาหารแปรรูปที่ได้รับรองมาตรฐานโคเชอร์ขั้นสูง ควบคู่กับการชูจุดเด่นเรื่องความพร้อมของวัตถุดิบตลอดทั้งปี (All-year availability) แตกต่างจากอเมริกาใต้ที่ยังมีข้อจำกัดที่ผลผลิตมักขึ้นกับฤดูกาลของสินค้าบางชนิดอยู่

  1. เน้นการขนส่งสินค้าแบบด้วยวิธีหนาแน่นสูง (High Density) และปรับเงื่อนไขในการทำการค้า

สำหรับสินค้าตู้แห้งทั่วไป ผู้ส่งออกควรเสนอการจัดตู้แบบเต็มน้ำหนักสูงสุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อหารเฉลี่ยค่าระวางเรือและค่าธรรมเนียมสงครามต่อหน่วยให้ต่ำที่สุด พร้อมทั้งเปลี่ยนจากเทอม FOB Bangkok/Lam Chabang มาเป็น CIF หรือ CFR ท่าเรืออิสราเอล โดยจับมือกับสายการเดินเรือเพื่อล็อกราคาค่าระวางระยะยาว ช่วยลดความกังวลด้านต้นทุนผันผวนให้แก่ผู้นำเข้าอิสราเอล

 

ผู้ส่งออกหรือนักธุรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศอิสราเอล ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ thaicomt@zahav.net.il 

 

ที่มา : https://www.gov.il/en

แปล_วิเคราะห์_2026__June_ข่าว1-ถอดรหัสดีลประวัติศาสตร์ - Isaac Accords - ของอิสราเอลกับประเทศในลาตินอเมริกาและกลยุทธ์ผู้ส่งออกไทยในการรับมือ.pdf
Share :
Instagram