
ยอดขายรถยนต์ฟิลิปปินส์ในเดือนมิถุนายน 2569 ปรับตัวลดลงร้อยละ 8 ส่งผลให้ยอดขายรวมในช่วงครึ่งปีแรกปรับตัวลดลง ร้อยละ 11.4 เนื่องจากอุปสงค์ที่อ่อนแอยังคงกดดันตลาด
ข้อมูลจากรายงานร่วมของหอการค้าผู้ผลิตยานยนต์แห่งฟิลิปปินส์ (Chamber of Automotive Manufacturers of the Philippines, Inc.: CAMPI) และสมาคมผู้ผลิตรถบรรทุก (Truck Manufacturers Association: TMA) ระบุว่ายอดขายรถยนต์ในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 37,231 คัน ลดลงจาก 40,483 คันในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบเป็นรายเดือนยอดขายรถยนต์รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากเดือนพฤษภาคม 2569 ที่มียอดขายอยู่ที่ 33,532 คัน โดยยอดขายรถยนต์ในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ซึ่งอยู่ที่ 42,870 คัน อย่างไรก็ตาม ยอดขายดังกล่าวยังคงลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ถือเป็นการหดตัวในอัตราที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเคยหดตัวร้อยละ 6.6 ทั้งนี้ เมื่อรวมข้อมูลจากอุตสาหกรรมอื่น ๆ CAMPI ระบุว่า ยอดขายรถยนต์ในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 42,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.7 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สำหรับยอดขายรถยนต์รวมช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 ลดลงร้อยละ 11.4 อยู่ที่ 204,557 คัน จาก 230,912 คัน
ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Car) ลดลงร้อยละ 11.3 อยู่ที่ 40,503 คัน ขณะที่ยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial Vehicle) ลดลงร้อยละ 11.4 อยู่ที่ 164,054 คัน ซึ่งทุกกลุ่มปรับตัวลดลงทั้งหมด
นาย Jose Maria M. Atienza ประธาน CAMPI คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์จะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จากการเข้าสู่ตลาดของรถยนต์รุ่นใหม่
ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine: ICE) โดยในเดือนมิถุนายน 2569 ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger car) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 21.65 ของยอดขายรวมทั้งหมด อยู่ที่ 8,061 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากจำนวน 6,922 คัน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า จากจำนวน 6,692 คัน ในทางกลับกัน ยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial vehicles) ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 78.35 ของยอดขายรวมทั้งหมด อยู่ที่ 29,170 คัน ลดลงร้อยละ 13.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากจำนวน 33,561 คัน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า จากจำนวน 26,840 คัน ในกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ยอดขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก (Light Commercial Vehicle: LCV) ในเดือนมิถุนายน 2569 ลดลงร้อยละ 14.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อยู่ที่ 21,709 คัน ขณะที่ยอดขายรถยนต์อเนกประสงค์แบบเอเชีย (Asian utility vehicles :AUVs) ลดลงร้อยละ 5.4 อยู่ที่ 6,812 คัน ส่วนยอดขายรถบรรทุกขนาดเบาและขนาดกลาง (Light duty and medium duty trucks ) ลดลงร้อยละ 31.8 และร้อยละ 20.7 อยู่ที่ 363 คัน และ 215 คัน ตามลำดับ ขณะที่ยอดขายรถบรรทุกขนาดใหญ่ (Heavy duty trucks) เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.4 อยู่ที่ 71 คัน
นาย John Paolo R. Rivera นักวิจัยอาวุโสจากสถาบัน Philippine Institute for Development Studies ระบุว่าการลดลงของยอดขายรถยนต์ในเดือนมิถุนายน 2569 เป็นผลจากต้นทุนการกู้ยืมที่อยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ภาคครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นโดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย ทั้งนี้ การฟื้นตัวของยอดขายในเชิงรายเดือนมีแนวโน้มมาจากการจัดโปรโมชั่นช่วงกลางปีของผู้ผลิตรถยนต์ รวมถึงการมีรถยนต์ที่พร้อมจำหน่ายมากขึ้น สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่ายอดขายรถยนต์จะเติบโตในระดับปานกลาง โดยยังคงมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและเงื่อนไขด้านการเงิน
นาย Jonathan L. Ravelas ที่ปรึกษาอาวุโสจาก บริษัท Reyes Tacandong & Co. ระบุว่า แนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดว่ายอดขายรถยนต์จะทยอยฟื้นตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายและกระแสเงินโอนจากแรงงานต่างประเทศที่ยังคงมีเสถียรภาพ
ด้านส่วนแบ่งตลาดบริษัท Toyota Motor Philippines Corp. ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 โดยมียอดขายสะสมในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 100,909 คัน (ยอดขายลดลงร้อยละ 9.3) รองลงมาคือ Mitsubishi Motors Philippines Corp. อยู่ที่ 36,321 คัน (ยอดขายลดลงร้อยละ 17.5) บริษัท Suzuki Philippines Inc. อยู่ที่ 9,262 คัน (ยอดขายลดลงร้อยละ 13.7) ขณะที่ Ford Motor Company Philippines Inc. อยู่ที่ 7,435 คัน (ยอดขายลดลงร้อยละ 32.1) และ Nissan Philippines Inc. อยู่ที่ 6,921 คัน (ยอดขายลดลงร้อยละ 41.6) ตามลำดับ
ยอดขายยานยนต์ไฟฟ้ายังคงแข็งแกร่ง
ในขณะเดียวกัน ยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานทางเลือก (Electrified Vehicles: xEVs) ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในเดือนมิถุนายน 2569 จากเสถียรภาพด้านอุปทานที่ดีขึ้น โดยยอดขายรวมเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า อยู่ที่ 6,995 คัน จาก 3,057 คันในปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 จากเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ 6,032 คัน ในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 ยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานทางเลือก เพิ่มขึ้นร้อยละ 132.7 อยู่ที่ 31,381 คัน จาก 13,488 คันในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สำหรับเดือนมิถุนายน 2569 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่(Battery Electric Vehicle: BEV) อยู่ที่ 3,193 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 383.8 ส่งผลให้ยอดขายสะสม 6 เดือน อยู่ที่ 8,702 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 256.8 ยอดขายรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle: PHEV) เพิ่มขึ้นร้อยละ 3,902.4 อยู่ที่ 1,681 คัน ส่งผลให้ยอดสะสม 6 เดือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3,356.9 อยู่ที่ 5,531 ในทางกลับกัน ยอดขายรถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle : HEV) ในเดือนมิถุนายน 2569 ปรับลดลงร้อยละ 9.9 อู่ที่ 2,121 คัน อย่างไรก็ตาม ยอดขายสะสมในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 57.5 อยู่ที่ 17,148 คัน
ที่มา: หนังสือพิมพ์ Business World
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
สถานการณ์ยอดขายรถยนต์ในฟิลิปปินส์ยังคงมีความผันผวนในระยะสั้นโดยแม้ว่ายอดขายในเดือนมิถุนายน 2569 จะเริ่มฟื้นตัวในเชิงรายเดือน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 11
จากเดือนก่อนหน้า) แต่ภาพรวมยังคงสะท้อนแรงกดดันจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ ส่งผลให้ยอดขายสะสมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 หดตัวร้อยละ 11.4 เมื่อเทียบกับ
ช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากต้นทุนการกู้ยืมที่ยังอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมัน ทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายในสินค้าฟุ่มเฟือย อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีสัญญาณเชิงบวกจากการฟื้นตัว และสะท้อนถึงความสามารถในการประคองตัวของอุตสาหกรรมท่ามกลางแรงกดดัน ทั้งนี้ แนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยที่เริ่มผ่อนคลาย และกระแสเงินโอนจากแรงงานต่างประเทศที่ยังคงมีเสถียรภาพ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะถัดไปโดยสรุป แม้ตลาดรถยนต์ฟิลิปปินส์จะเผชิญความผันผวนในระยะสั้น แต่ยังคงสามารถรักษาระดับและมีแนวโน้มฟื้นตัวในระยะถัดไป ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับกลยุทธ์
ให้สอดคล้องกับทิศทางตลาด