
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมอาหารขนมขบเคี้ยวของจีนกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ จาก การขยายตัวในเชิงปริมาณไปสู่การยกระดับคุณภาพอย่างรอบด้าน ขนมขบเคี้ยวกำลังผสานคุณลักษณะด้านการบริโภคที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านการตอบสนองความต้องการพื้นฐานด้านอาหาร การผ่อนคลายความเครียดทางอารมณ์การแบ่งปันในกิจกรรมทางสังคม การเป็นอาหารทดแทนที่สะดวกต่อ การพกพา ตลอดจนการสะท้อนอัตลักษณ์การบริโภคในแต่ละภูมิภาค
อุตสาหกรรมอาหารประเภทขนมขบเคี้ยวของจีนยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยข้อมูลจาก iiMedia Research ระบุว่า ในปี 2025 มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมอาหารประเภท ขนมขบเคี้ยวของจีนอยู่ที่ 120.4 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้ iiMedia Research คาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 มูลค่าตลาดดังกล่าวจะขยายตัวสู่ระดับ 151.8 พันล้านหยวน ซึ่ง
ตลาดอาหารประเภทขนมขบเคี้ยวของจีนได้ก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ของการพัฒนาที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพและการยกระดับคุณภาพอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น ทิศทางการพัฒนาของอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจากการขยายกำลังการผลิตในเชิงปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับคุณภาพ โดยปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของผู้ประกอบการได้หันมาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ การพัฒนานวัตกรรม และการวางกลยุทธ์การจัดจำหน่ายแบบครบทุกช่องทาง (Omnichannel) มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ความต้องการของผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไปสู่การให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพควบคู่กับการตอบโจทย์ด้านอารมณ์ การพักผ่อน และรสชาติที่มีเอกลักษณ์ สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมได้เข้าสู่ช่วงของการพัฒนาคุณภาพในตลาดเดิม (Quality-driven Growth) และการแบ่งส่วนตลาดที่หลากหลาย ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของการเติบโตอย่างมีคุณภาพ
ในอนาคต ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามและสอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาของอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง ขยายและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างครอบคลุม พร้อมทั้งอาศัยห่วงโซ่อุปทานที่มีเสถียรภาพเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ประเด็นสำคัญ
ขนาดตลาด: คาดว่ามูลค่าตลาดอุตสาหกรรมอาหารประเภทขนมขบเคี้ยวของจีนจะสูงถึง 151.8 พันล้านหยวนภายในปี 2030
ข้อมูลจาก iiMedia Research ระบุว่า ในปี 2025 มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมอาหารประเภทขนมขบเคี้ยวของจีนอยู่ที่ 120.4 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าจะขยายตัวสู่ 151.8 พันล้านหยวน ภายในปี 2030 จากการเปลี่ยนแปลงของความต้องการผู้บริโภคและการเร่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมอาหารขนมขบเคี้ยวยังคงขยายการเข้าถึงตลาด อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบที่มีความสมบูรณ์ การมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมหลายขนาดและหลายรูปแบบ ตลอดจนการวางกลยุทธ์การจัดจำหน่ายแบบครบทุกช่องทาง (Omnichannel) ในอนาคต อุตสาหกรรมมีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงของการแข่งขันในตลาดเดิมที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างตลาดและยกระดับคุณภาพการเติบโตอย่างมั่นคง
ผลการสำรวจผู้บริโภค: ฉลากสะอาด (Clean Label) และคุณค่าด้านอารมณ์ กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อขนมขบเคี้ยวของผู้บริโภคชาวจีน
ข้อมูลจาก iiMedia Research ระบุว่า เกือบ 60% ของผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์อาหารที่มี “ฉลากสะอาด (Clean Label)” เป็นอันดับแรกในการเลือกซื้อ ขณะที่ 41.27% ของผู้บริโภคให้ความสนใจเป็นพิเศษกับข้อมูลสารเติมแต่งอาหารที่ระบุอยู่ในรายการส่วนผสมของผลิตภัณฑ์
ในมิติของคุณค่าทางอารมณ์ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณลักษณะเชิงอารมณ์ของผลิตภัณฑ์อาหารมากขึ้น โดย 53.27% ของผู้บริโภคบริโภคผลิตภัณฑ์เพื่อการผ่อนคลายและลดความเครียด รองลงมาคือการแสวงหาความแปลกใหม่ (41.37%) ความรู้สึกย้อนวันวานหรือความผูกพันทางความทรงจำ (38.80%) และการแบ่งปันในกิจกรรมทางสังคม (38.16%)
แนวโน้มการพัฒนา: ช่องทางการผลิตและการจัดจำหน่ายเชื่อมโยงแบบหลายมิติ อุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านจากการขยายตัวเชิงปริมาณสู่การยกระดับคุณภาพ
อุตสาหกรรมอาหารขนมขบเคี้ยวของจีนกำลังก้าวเข้าสู่วัฏจักรใหม่ของการยกระดับคุณภาพ โดยการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบและการปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ได้เข้ามาปรับโครงสร้างประสิทธิภาพของห่วงโซ่การผลิตใหม่ ขณะเดียวกัน การบูรณาการช่องทางการจัดจำหน่ายแบบครบทุกช่องทาง (Omnichannel) ได้ช่วยขยายขอบเขตการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สู่หลากหลายสถานการณ์การบริโภค
ความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้นยังผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความเฉพาะเจาะจงและแบ่งระดับอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น โดยแบรนด์ชั้นนำใช้ประโยชน์จาก ความได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทานและช่องทางการจัดจำหน่ายในการบูรณาการทรัพยากร ส่งผลให้อุตสาหกรรมเปลี่ยนจุดเน้นจากการขยายกำลังการผลิตเชิงปริมาณไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสุขภาพและเชิงสถานการณ์การบริโภคอย่างลึกซึ้ง
แนวโน้มต่าง ๆ เหล่านี้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านอุปทานของวัตถุดิบ ความต้องการบริโภคที่มุ่งเน้นสุขภาพ และความต้องการด้านอารมณ์ของผู้บริโภค ซึ่งร่วมกันกำหนดโครงสร้างและรูปแบบ การพัฒนาใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารขนมขบเคี้ยวในอนาคต
การวิเคราะห์อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวประเภทขบเคี้ยวในจีนในส่วนต้นน้ำ
- ผลผลิตมันฝรั่งและพืชหัว
ข้อมูลระบุว่า ในช่วงปี 2558–2568 (2015–2025) ผลผลิตพืชหัวของจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องในระดับทรงตัว พร้อมความผันผวนเล็กน้อย โดยในปี 2568 (2025) ผลผลิตพืชหัวของจีนอยู่ที่ 30.73 ล้านตัน นักวิเคราะห์ของ iiMedia Research มองว่า นโยบายสนับสนุนของภาครัฐด้านความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาเกษตรกรรมเฉพาะทาง ได้ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกพืชหัวขยายตัว ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น การปรับปรุงพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงและการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรอย่างแพร่หลาย ได้ช่วยยกระดับผลผลิตต่อไร่ของพืชหัวอย่างมีประสิทธิภาพการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผลผลิตพืชหัวดังกล่าว ช่วยสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวประเภทขบเคี้ยว ส่งผลให้สามารถควบคุมต้นทุนการจัดซื้อและขยายกำลังการผลิตได้ดียิ่งขึ้น ในอนาคต การจัดหาวัตถุดิบมีแนวโน้มกระจุกตัวไปยังแหล่งผลิตคุณภาพสูงมากขึ้น ขณะที่การจัดวางโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาคจะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ
- ผลผลิตธัญพืช
ข้อมูลระบุว่า ในช่วงปี 2558–2568 (2015–2025) ผลผลิตธัญพืชของจีนมีแนวโน้ม “ทรงตัวก่อนปรับตัวเพิ่มขึ้น” โดยในปี 2568 (2025) ผลผลิตธัญพืชของจีนอยู่ที่ 660.2 ล้านตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักวิเคราะห์ของ iiMedia Research มองว่า ภายใต้บริบทของการปรับโครงสร้าง การเพาะปลูก การเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยพิบัติ และการดำเนินนโยบายเงินอุดหนุนภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอุตสาหกรรมธัญพืชของจีนได้เข้าสู่ระยะการพัฒนาที่มีความมั่นคงสูง มีกำลังผลิตในระดับสูง และมีอุปทานที่เพียงพอและเสถียร อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาธัญพืชสามารถส่งผ่านโดยตรงไปยังอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวประเภทขบเคี้ยวในปลายน้ำได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องพัฒนาระบบบริหารต้นทุนและกลไกการกำหนดราคาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ระบบดิจิทัลในการติดตามราคาวัตถุดิบและระดับสินค้าคงคลัง พร้อมทั้งจัดตั้งกลไกสำรองวัตถุดิบ เพื่อรองรับความผันผวนของอุปทานในระยะสั้น- ผลผลิตพืชตระกูลถั่ว
ข้อมูลระบุว่า ในช่วงปี 2558–2568 (2015–2025) ผลผลิตพืชตระกูลถั่วของจีนมีความผันผวนเป็นระยะ โดยในปี 2568 (2025) ผลผลิตรวมอยู่ที่ 23.92 ล้านตัน นักวิเคราะห์ของ iiMedia Research ระบุว่า ผลผลิตพืชตระกูลถั่วของจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อุปทานในตลาดมี ความเพียงพอมากขึ้น และช่วยสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารในปลายน้ำ ขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผลผลิตพืชตระกูลถั่วยังเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวประเภทขบเคี้ยว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงและผลิตภัณฑ์ปราศจากกลูเตน (Gluten-free) ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มตลาดเฉพาะ (Niche Market) และช่วยเสริมสร้างความแตกต่างทางการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การวิเคราะห์อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวประเภทขบเคี้ยวของจีนในส่วนกลางน้ำ: จำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ
ข้อมูลจาก iiMedia Research ระบุว่า ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 จีนมีผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวประเภทขนมขบเคี้ยวยังดำเนินธุรกิจอยู่จำนวน 17,885 ราย จากการกระจายตัวของข้อมูล พบว่าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 3 มณฑลและภูมิภาคจีนตอนเหนือมีจำนวนผู้ประกอบการมากที่สุด โดยการกระจุกตัวของอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวประเภทขบเคี้ยวมี ความสอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับพื้นที่เพาะปลูกพืชอาหารหลักของประเทศจีน นักวิเคราะห์ของ iiMedia Research มองว่า ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจีนตอนเหนือมีจำนวนผู้ประกอบการสูงกว่าพื้นที่อื่นอย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดการรวมตัวของอุตสาหกรรม (Industrial Cluster) ในระดับภูมิภาค การกระจายตัวของอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวประเภทขบเคี้ยวมีความเชื่อมโยงอย่างมากกับปัจจัยด้านแหล่งวัตถุดิบ ระบบสนับสนุนอุตสาหกรรม ตลาดผู้บริโภค และสภาพแวดล้อมด้านนโยบาย ทั้งนี้ เมื่ออุตสาหกรรมเข้าสู่ยุคของการแข่งขันในตลาดเดิม (Stock Market Competition) ความได้เปรียบของคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในแต่ละภูมิภาคจะยิ่งโดดเด่นมากขึ้น โดยระดับการกระจุกตัวของผู้ประกอบการจะส่งผลโดยตรงต่อกำลังการผลิตของภูมิภาคและประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน
การวิเคราะห์อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวประเภทขบเคี้ยวของจีนในส่วนปลายน้ำ
– ปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ
ข้อมูลจาก iiMedia Research ระบุว่า ผู้บริโภคชาวจีนให้ความสำคัญสูงสุดกับรสชาติที่ถูกใจในการเลือกซื้อขนมขบเคี้ยวประเภทขบเคี้ยว คิดเป็นสัดส่วน 31.7% รองลงมาคือคุณภาพของผลิตภัณฑ์ (29.6%) และความเหมาะสมของราคา (29.5%) นักวิเคราะห์ของ iiMedia Research มองว่า แม้รสชาติยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดึงดูดผู้บริโภค แต่ปัจจัยด้านความปลอดภัยของคุณภาพ คุณสมบัติด้านสุขภาพ และความสะดวกในการบริโภคในแต่ละสถานการณ์ กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของผู้บริโภคและการซื้อซ้ำ ในอนาคต ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติด้านสุขภาพจะได้รับความนิยมมากขึ้น ภายใต้แนวโน้มดังกล่าว ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์ผ่านการเปิดเผยแหล่งที่มาของวัตถุดิบ มาตรฐานการผลิต และการเสริมสร้างระบบควบคุมคุณภาพ พร้อมใช้กลยุทธ์การตลาดแบบโปร่งใส (Transparent Marketing) เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
– ช่องทางการจัดจำหน่ายและการซื้อสินค้า
ข้อมูลจาก iiMedia Research ระบุว่า ผู้บริโภคชาวจีนร้อยละ 39.01 นิยมซื้อขนมขบเคี้ยวประเภทขบเคี้ยวจากซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ รองลงมาคือร้านจำหน่ายขนมขบเคี้ยวโดยเฉพาะ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั่วไป ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 36.55% และ 31.62% ตามลำดับ นักวิเคราะห์ของ iiMedia Research มองว่า ช่องทางการซื้อขนมขบเคี้ยวของผู้บริโภคจีนมีลักษณะหลากหลาย โดยอยู่ภายใต้โครงสร้างแบบ “ออฟไลน์และออนไลน์ควบคู่กัน” และ “ช่องทางดั้งเดิมและช่องทางใหม่เติบโตไปพร้อมกัน” ช่องทางออฟไลน์มีจุดเด่นด้านประสบการณ์การเลือกซื้อและความรวดเร็วในการเข้าถึงสินค้า ขณะที่ช่องทางออนไลน์มีความสะดวกและความหลากหลาย ซึ่งช่วยเสริมซึ่งกันและกันและก่อให้เกิดระบบการบริโภคแบบครบทุกสถานการณ์ (Omnichannel Consumption) ในอนาคต เมื่อความต้องการด้านความรวดเร็วและประสบการณ์ของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น แพลตฟอร์มค้าปลีกแบบจัดส่งทันที (Instant Retail) และแพลตฟอร์มไลฟ์คอมเมิร์ซ (Live Commerce) จะมีอัตราการเข้าถึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นทิศทางสำคัญที่แบรนด์ต่าง ๆ ให้ความสำคัญในการขยายตลาด
ความคิดเห็น สคต.
อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวของจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตเชิงปริมาณไปสู่การเติบโตเชิงคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพ นวัตกรรม และความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคมากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงการยกระดับพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ได้คำนึงเพียงรสชาติ แต่รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ด้วย นอกจากนี้ การเติบโตของช่องทางจำหน่ายแบบ Omnichannel ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ในมุมมองเชิงวิชาการ การพัฒนาอุตสาหกรรมในลักษณะนี้สอดคล้องกับแนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรมและการตอบสนองความต้องการของตลาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมในอนาคตต่อไป
*****************************************
แหล่งที่มา : https://www.iimedia.cn/c400/112074.html
สคต. คุนหมิง