fb
รายงานแนวโน้มตลาดรองเท้านอร์เวย์
โดย
Kaewkarn
ลงเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2568 22:16
สคต. ณ กรุงโคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) (TTC, Copenhagen (Denmark))
42

1.    เกี่ยวกับนอร์เวย์
•    นอร์เวย์ตั้งอยู่ในแถบยุโรปตอนเหนือในกลุ่มประเทศนอร์ดิก 
•    เป็นสมาชิกกลุ่ม EFTA (European Free Trade Association) มิได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป 
•    ใช้เงินสกุลโครนนอร์เวย์ 
•    ในปี 2568 มีประชากรรวม 5.60 ล้านคน อัตราการเพิ่มของประชากรอยู่ที่ 1.1% สะท้อนถึงการเติบโต ในระดับปานกลาง โดยในส่วนของโครงสร้างประชากร ประมาณ 81.5% ของประชากรทั้งหมดเป็น    ชาวนอร์เวย์ โดยร้อยละ 75.2% เป็นชาวนอร์เวย์เชื้อสายดั้งเดิม ขณะที่อีก 18.5% เป็นผู้อพยพหรือ         ผู้ที่เกิดในนอร์เวย์จากครอบครัวผู้อพยพ โดยส่วนใหญ่มาจากยุโรป เอเชีย และแอฟริกา

  • ประชาชนมีรายได้สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประมาณ 704,700 โครนนอร์เวย์/คน/ปี (ประมาณ 61,757 เหรียญสหรัฐ/คน/ปี)

  • นอร์เวย์มีพื้นที่ทั้งหมดราว 624,500 ตารางกิโลเมตร มีความหนาแน่นของประชากรค่อนข้างต่ำเพียง    15 คนต่อหนึ่งตารางกิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่ของนอร์เวย์อาศัยอยู่ในเขตเมือง โดยมีสัดส่วนสูงถึง 84% เมืองหลวงกรุงออสโล (Oslo) เป็นศูนย์กลางที่มีประชากรมากที่สุดประมาณ 697,000 คน รองลงมาคือเมืองใหญ่และเมืองท่าสำคัญ เช่น Bergen (285,600 คน) Trondheim (207,600 คน) และ Stavange (144,200 คน) นอกจากนี้ยังมีเมืองที่มีบทบาททางเศรษฐกิจและการคมนาคม อาทิ Baerum, Kristiansand, Drammen, Asker, Lillestrøm, Fredrikstad และ Sandnes

  • ภาษานอร์เวย์เป็นภาษาราชการ ซึ่งใช้โดยประชากรเกือบทั้งหมด มีรูปแบบการเขียน 2 แบบคือ Bokmål และ Nynorsk โดย Bokmål ใช้แพร่หลายมากกว่า ในบางเขตที่มีชนกลุ่มน้อยชาวซามิ (Sami) ภาษาซามิ ก็ถือเป็นภาษาราชการเช่นกัน 

  • สำหรับการติดต่อทางธุรกิจ ชาวนอร์เวย์ส่วนใหญ่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี โดยเฉพาะ                  ในแวดวงธุรกิจ

2.    ตลาดรองเท้านอร์เวย์
2.1    ปี 2567 ตลาดรองเท้าในนอร์เวย์เติบโตที่ 3% เป็นมูลค่า 9,300 ล้านโครนนอร์เวย์ (ประมาณ 29,641 ล้านบาท) และคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 2% จนถึงปี 2572 
2.2    Nike ครองตำแหน่งผู้นำด้วยส่วนแบ่งตลาด 17% ตามด้วย Adidas แต่กำลังเผชิญการแข่งขัน        จากแบรนด์หน้าใหม่และแบรนด์เฉพาะทาง เช่น On และ HOKA ที่เน้นรองเท้าสำหรับการออกกำลังกายเฉพาะกิจ รวมถึงแบรนด์รองเท้าแฟชั่นพรีเมียมอย่าง Axel Arigato, Myrqvist และ New Movements ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น
2.3    ผู้หญิงยังเป็นกลุ่มผู้บริโภคสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด โดยรองเท้าสตรีมีมูลค่าสูงถึง 4,000 ล้านโครนนอร์เวย์ (ประมาณ 12,749 ล้านบาท) 
2.4    รองเท้าคุณภาพสูง รองเท้ากีฬา และ sneakers สำหรับใส่ในชีวิตประจำวันยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมืองที่ใส่ใจทั้งฟังก์ชันและแฟชั่น 
2.5    กลุ่มลูกค้าสำคัญของตลาดรองเท้าเฉพาะกลุ่ม (niche shoes) ได้แก่ กลุ่มผู้หญิง และชายวัยหนุ่มสาว อายุระหว่าง 25–35 ปี ซึ่งโดยทั่วไปไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องราคาในการเลือกซื้อรองเท้าระดับพิเศษหรือแบบเฉพาะทางมากนัก
2.6    แม้ผู้บริโภคชาวนอร์เวย์จะไม่อ่อนไหวต่อภาวะเงินเฟ้อมากนัก แต่ยังคงชื่นชอบการซื้อสินค้าที่คุ้มค่า    การจัดโปรโมชั่นและส่วนลดในปี 2567 จึงเป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญต่อยอดขาย 
2.7    ตลาดรองเท้าในนอร์เวย์ขับเคลื่อนโดยเครือข่ายค้าปลีกรายใหญ่ ซึ่งนำเสนอสินค้าที่ค่อนข้าง             มีลักษณะคล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการแข่งขันจากร้านจำหน่ายเสื้อผ้าที่เริ่มนำเสนอรองเท้าระดับพรีเมียม และมีราคาสูงเพิ่มมากขึ้น เครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่จึงจำเป็นต้องขยายกลุ่มสินค้าที่จำหน่าย โดยเพิ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น กระเป๋าถือ ถุงน่อง และเครื่องประดับ
2.8    สำหรับร้านรองเท้าแบบดั้งเดิม ปัจจุบันยังต้องเผชิญกับการแข่งขันจากร้านเฉพาะกลุ่มที่มักตั้งอยู่ใน  เมืองใหญ่ โดยตัวอย่างเช่น Stress95 และ Urban Pioneers Store ซึ่งเข้ามามีบทบาทในตลาด             อย่างต่อเนื่อง
2.9    ในส่วนตลาดอีคอมเมิร์ซนั้น ในปี 2567 ตลาดรองเท้าอีคอมเมิร์ซในนอร์เวย์ยังคงเติบโต แม้อัตรา      การเติบโตเริ่มชะลอตัว เนื่องจากตลาดมีความอิ่มตัวมากขึ้น ผู้ค้าปลีกจึงหันมาให้ความสำคัญกับ         การพัฒนากลยุทธ์ Omnichannel โดยผสานประสบการณ์การซื้อสินค้าออนไลน์ และหน้าร้านเข้าด้วยกัน ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันเรื่องนี้คือ อัตราการคืนสินค้ารองเท้าสูงกว่าหมวดเสื้อผ้า สาเหตุหลักมาจากปัญหาขนาดไม่พอดี ทำให้ผู้บริโภคมักสั่งหลายไซส์แล้วคืนสินค้าที่ไม่ตรง ขณะที่ผู้ผลิตพยายามใช้เทคโนโลยีช่วยลดการคืน แต่ส่วนใหญ่ยังอาศัยคำแนะนำทั่วไป เช่น “ไซส์เล็ก” หรือ “แนะนำให้เผื่อหนึ่งไซส์” แบรนด์รองเท้าเริ่มรณรงค์ให้ผู้บริโภคไปลองสินค้าที่หน้าร้านเพื่อช่วยลดปัญหาการคืนสินค้า 
2.10    การแข่งขันในตลาดยิ่งทวีความหลากหลายจากการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มอย่าง Zalando ที่ดันยอดขายแบรนด์ในเครือตนเอง เช่น Pier One และ Anna Field รวมถึงผู้ค้าปลีก          เฉพาะทางอย่าง Skoringen ที่หันมาพัฒนาแบรนด์ private label เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า 
2.11    แม้ตลาดนอร์เวย์จะมีการกระจุกตัวสูง แต่โอกาสสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่มและสร้างความแตกต่างจากเครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ได้อย่างชัดเจน
2.12    โซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางสำคัญที่แบรนด์เฉพาะกลุ่มและแบรนด์ใหม่ๆ ใช้สร้างการรับรู้และเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น ส่งผลให้โครงสร้างการแข่งขันของตลาดมีแนวโน้มกระจายตัวมากขึ้นในอนาคต
 

3. การค้าระหว่างประเทศ

ในช่วงปี 2567 การค้ารวมกลุ่มสินค้ารองเท้าและชิ้นส่วนนอร์เวย์ (รหัสศุลกากร 64) มีมูลค่า 795 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แบ่งเป็น การส่งออก มูลค่า  86 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8% และการนำเข้า มูลค่า 709 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1% โดยมีแหล่งนำเข้าสำคัญ ได้แก่ จีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย ทั้งนี้ ไทยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 16 มูลค่า 4 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 37% คิดเป็นสัดส่วน 0.63% ของการนำเข้าทั้งหมด โดยสินค้าที่มีอัตราการขยายตัวสูง ได้แก่ 1) รองเท้ากันน้ำ 2) รองเท้าที่มีพื้นรองเท้าด้านนอกทำด้วยยาง พลาสติก หนังฟอก หรือหนังอัด และส่วนบนของรองเท้าทำด้วยวัตถุทอ  และ    3) ชิ้นส่วนรองเท้า ตามลำดับ
 

ทั้งนี้ การนำเข้าสินค้ารองเท้าและชิ้นส่วนจากไทยมีมูลค่ารวม 4 ล้านเหรียญสหรัฐ (-37%) โดยกลุ่มสินค้านำเข้าที่สำคัญจากประเทศไทย 5 อันดับแรก ประกอบด้วย  
•    รองเท้าที่พื้นรองเท้า (sole) ทำจากยาง พลาสติก หนัง หรือหนังสังเคราะห์ และ ด้านบน (upper)   ทำจากหนัง (leather) (รหัสศุลกากร 6403) มูลค่า 2.2 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีแหล่งนำเข้าสำคัญ คือ เวียดนาม จีน และอิตาลี ทั้งนี้ การนำเข้าโดยรวมขยายตัว 1.3% โดยการนำเข้าจากเวียดนาม และจีนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขยายตัว 13% และ 1% ตามลำดับ ในขณะที่การนำเข้าจากอิตาลี และไทยหดตัว 5% และ 37% ตามลำดับ
•    รองเท้าที่พื้นรองเท้า (sole) และด้านบน (upper) ทำจากยางหรือพลาสติก (รหัสศุลกากร 6402) มูลค่า 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีแหล่งนำเข้าสำคัญ คือ จีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย ทั้งนี้          การนำเข้าโดยรวมขยายตัว 11.2% โดยการนำเข้าจากจีน เวียดนาม และอินโดนีเซียขยายตัวเช่นเดียวกัน ที่ 2%, 45% และ 12% ตามลำดับ ในขณะที่การนำเข้าจากไทย หดตัว 59% 
•    รองเท้ากันน้ำ (ยาง/พลาสติก) (รหัสศุลกากร 6401) มูลค่า 0.48 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีแหล่งนำเข้าสำคัญ คือ จีน เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม ทั้งนี้ การนำเข้าโดยรวมขยายตัว 6.4% โดยการนำเข้าจากไทย จีน เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขยายตัว 1,938%, 33%, 4% และ 12% ตามลำดับ 
•    รองเท้าที่พื้นเป็นยาง/พลาสติก/หนัง และตัวรองเท้าเป็นผ้า (เช่น รองเท้าผ้าใบ) (รหัสศุลกากร 6404) มูลค่า 0.47 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีแหล่งนำเข้าสำคัญ คือ เวียดนาม จีน และอินโดนีเซีย ทั้งนี้ การนำเข้าโดยรวมหดตัว 3.9% โดยการนำเข้าจากเวียดนามหดตัว 7.7 ในขณะที่การนำเข้าจากไทย จีน และอินโดนีเซียขยายตัว 5%, 8% และ 5% ตามลำดับ 
•    รองเท้าอื่นๆ (รหัสศุลกากร 6405) มูลค่า 0.02 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีแหล่งนำเข้าสำคัญ คือ เวียดนาม จีน และอิตาลี ทั้งนี้ การนำเข้าโดยรวมขยายตัว 11% โดยการนำเข้าจากเวียดนาม และจีนขยายตัว 7% และ 75% ในขณะที่การนำเข้าจากไทย และอิตาลีหดตัว 8% และ 10% ตามลำดับ

4.    การผลิตภายในประเทศ
การผลิตรองเท้าในนอร์เวย์ค่อนข้างจำกัด ส่วนใหญ่เป็นรองเท้าทำงาน รองเท้าปีนเขา รองเท้าสกี และรองเท้าทหาร นอกจากนี้ยังมีการผลิต bunadsko ซึ่งเป็นรองเท้าที่ใช้สวมคู่กับชุดประจำชาติ โดยส่วนใหญ่ผลิตจากโรงงาน Klaveness Skofabrikk ของบริษัท Klaveness Footwear AS 
ตัวอย่างบริษัทผู้ผลิตรองเท้านอร์เวย์ เช่น
•    บริษัท Alfa Sko AS www.alfa.no
•    บริษัท Klaveness Footwear AS www.klaveness.no  
•    บริษัท Eik’s Treskofabrikk AS 
•    บริษัท Viking Outdoor Footwear AS https://vikingfootwear.com 

5.    ช่องทางการกระจายสินค้า
บริษัท Nike และ adidas เป็นผู้นำในตลาดรองเท้ากีฬาในตลาดนอร์เวย์ แต่ส่วนแบ่งตลาดของทั้งสองเริ่มถูกท้าทายจากแบรนด์คู่แข่งหน้าใหม่ เช่น On และ HOKA ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคหันมาใส่ใจการออกกำลังกายและต้องการสินค้าที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีคุณสมบัติทางเทคนิคที่เหมาะสมกับกิจกรรมมากขึ้น
แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้โครงสร้างการแข่งขันในตลาดรองเท้ากีฬาเริ่มกระจายตัวมากขึ้น (fragmented market) โดยนอกจากแบรนด์กีฬาหลักแล้ว ยังมีแบรนด์รองเท้าแฟชั่นระดับพรีเมียมที่เน้นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น Axel Arigato, Myrqvist, และ New Movements ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและ          คนรุ่นใหม่
อีกปัจจัยสำคัญคือ การเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายให้กับแพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่ เช่น Zalando ที่มียอดขายสูงขึ้นจากแบรนด์ในเครือของตนเอง เช่น Pier One และ Anna Field เช่นเดียวกับร้านจำหน่ายรองเท้าเฉพาะทางอย่าง Skoringen ที่ปรับกลยุทธ์โดยเพิ่มความหลากหลายของสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง ทำให้ยอดขายฟื้นตัวในช่วงปลายของระยะเวลาการศึกษา
นอกจากนี้ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับแบรนด์ขนาดเล็กหรือนิชแบรนด์ (niche brands) ที่สามารถใช้ช่องทางนี้ในการสร้างตัวตนทางการตลาด สื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง และขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในวงกว้าง
รายละเอียดผู้เล่นรายสำคัญจากนอร์เวย์ และกลุ่มประเทศนอร์ดิก เช่น
5.1    Eurosko Gruppen (ครอบคลุมเครือข่าย Eurosko (www.eurosko.no), Shoeday (www.shoeday.no/no), Shoe|Gallery (www.shoegallery.no/no), และ dna (www.dna-shoes.com/no)) มียอดจำหน่ายสูงสุด คิดเป็นมูลค่า 3 พันล้านโครนนอร์เวย์ หรือประมาณ 79% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด 
5.2    Shoe-d-Vision (เครือข่าย Skoringen และ Zjoos) ภายใต้บริษัท Shoe-d-Vision Norge AS เวปไซต์ https://s-d-v.dk และ เวปไซต์ www.skoringen.no โดยมีบริษัทแม่อยู่ที่เดนมาร์ก มียอดจำหน่าย 491 ล้านโครนนอร์เวย์
5.3    Nilson Group โดยบริษัท NilsonGroup AB เวปไซต์ https://feetfirst.no ประกอบด้วยร้านรองเท้า Din Sko www.dinsko.no และ Kopunkten สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสวีเดน มียอดจำหน่าย 128 ล้านโครนนอร์เวย์
5.4    Mani โดยบริษัท Larssen Sko AS มียอดจำหน่าย 118 ล้านโครนนอร์เวย์ ปัจจุบันมีร้านค้าปลีกจำนวน 17 สาขา เวปไซต์ http://skomani.no
5.5    Lille Vinkel มียอดจำหน่าย 59 ล้านโครนนอร์เวย์ ซึ่งคิดเป็นเกือบ 2% ของตลาดรวม https://lillevinkelsko.no/

6.    แนวโน้มตลาดรองเท้าในนอร์เวย์ ปี 2025/2026
ตลาดรองเท้าในนอร์เวย์ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ผสมผสานกับการใช้งานจริง และดีไซน์ที่เรียบง่ายสไตล์สแกนดิเนเวีย ขณะเดียวกันผู้บริโภคกลุ่มเมืองใหญ่มีความสนใจแฟชั่น และกระแสนานาชาติ    มากขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มรองเท้าในปี 2025/2026 มีความหลากหลาย ทั้งในเชิงแฟชั่น การใช้งานกลางแจ้ง และความยั่งยืน
6.1 กระแส sneakers เรโทร เทคโนโลยี และสไตล์บางเบา sneakers ยังเป็นรองเท้าหลักของตลาดนอร์เวย์ แนวโน้มเด่นคือการหวนกลับสู่รุ่นคลาสสิก เช่น Adidas Samba หรือ New Balance 574 รวมถึง sneakers แบบบาง และแบนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าบัลเลต์ ขณะเดียวกัน mesh trainers หรือ sneakers ผ้าตาข่ายน้ำหนักเบา ก็กำลังได้รับความนิยมเพราะสวมใส่สบายและระบายอากาศดี เหมาะกับการเดินทางทั้งในเมืองและกลางแจ้ง
6.2 กระแสรองเท้า “สโนเฟอร์” (Snoafers) กระแส “สโนเฟอร์” หรือรองเท้าลูกผสมระหว่าง sneakers กับ loafers กำลังมาแรงในยุโรป และได้รับความนิยมในนอร์เวย์ เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งการแต่งกายลำลอง และกึ่งทางการ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การทำงานและเดินทางในเมือง
6.3 ความนิยมลวดลายสัตว์และลายหนัง (Animal Prints) รองเท้าที่มีลายวัว ลายงู หรือเสือดาว เป็นอีกเทรนด์ที่โดดเด่นในปี 2025 โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้เป็น “จุดเด่น” ของการแต่งตัว แม้ตลาดนอร์เวย์โดยรวมยังคงเน้นความเรียบง่าย แต่กระแสแฟชั่นนี้กำลังเข้ามาเสริมสีสัน
6.4 โทนสีน้ำตาลและเอิร์ธโทน  สีดำซึ่งเคยเป็นทางเลือกหลัก เริ่มถูกแทนที่ด้วยเฉดน้ำตาล คาราเมล และโทนธรรมชาติ รองเท้าโทนนี้ได้รับความนิยมในหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นบู๊ต sneakers หรือ loafers เนื่องจากเข้ากับสภาพแวดล้อมและสไตล์เสื้อผ้าของผู้บริโภคสแกนดิเนเวีย
6.5 รองเท้าแบบ Lace-up และ Ghillies รองเท้าผูกเชือกสไตล์บัลเลต์และแบบ Ghillies ที่มีรากฐานจากสกอตแลนด์กลับมาได้รับความนิยม โดยผสานดีไซน์ที่อ่อนหวานเข้ากับการใช้งานจริง เหมาะกับทั้งการสวมใส่ในชีวิตประจำวันและการแต่งกายแฟชั่น
6.6 รองเท้าไม้และรองเท้าเปิดส้น (Clogs & Chunky Sandals) ด้วยรากฐานทางวัฒนธรรม สไตล์ “clogs” กำลังกลับมามีบทบาทในแฟชั่นสแกนดิเนเวียและคาดว่าจะเป็นที่นิยมในฤดูร้อน ส่วนรองเท้าแตะส้นหนายังคงเป็นกระแส “ugly shoes” ที่ได้รับการตีความใหม่ให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น

7.    แนวทางการเข้าสู่ตลาด การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในนอร์เวย์ เช่น Norwegian Fashion Week และ Oslo Runway

8.    หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
•    Magasinet Sko นิตยสารธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรองเท้า โดยบริษัท Skoforlaget AS https://magasinetsko.no/en  

9.    บทวิเคราะห์โอกาส ความท้าทาย ข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็นการส่งออกสินค้ารองเท้า และชิ้นส่วนจากไทยสู่ตลาดนอร์เวย์ 
9.1 การเน้นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) และความแตกต่างของสินค้า ดังที่ได้กล่าวไป ตลาดรองเท้าและชิ้นส่วนในนอร์เวย์ขับเคลื่อนโดยเครือข่ายค้าปลีกรายใหญ่ซึ่งมีราคาเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้การเข้าแข่งขันช่วงชิงตลาดมีความท้าทาย ผู้ประกอบการอาจเลือกเจาะตลาดเฉพาะ เช่น รองเท้าแฟชั่นที่มีดีไซน์ร่วมสมัย รองเท้าแฮนด์เมดคุณภาพสูง หรือรองเท้าที่ใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (sustainable footwear)
9.2 สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการออกแบบและเอกลักษณ์ไทย ผู้บริโภคชาวนอร์เวย์ โดยเฉพาะกลุ่มอายุ      25–35 ปี ให้ความสำคัญกับความพิเศษและความแตกต่างมากกว่าราคา ผู้ประกอบการอาจสามารถใช้การออกแบบที่มีแรงบันดาลใจจากศิลปะ วัฒนธรรม หรือภูมิปัญญาไทย เพื่อสร้างจุดขาย
9.3 ขยายกลุ่มสินค้าเสริม จากแนวโน้มที่เครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่เพิ่มสินค้าประเภทกระเป๋า เครื่องประดับ และถุงน่อง ผู้ประกอบการอาจสามารถพิจารณาพัฒนาสินค้ากลุ่มเสริมควบคู่ไปกับรองเท้า         เพื่อเพิ่มมูลค่าต่อการจำหน่ายและขยายฐานลูกค้า
9.4 ปรับตัวตามมาตรฐานยุโรปและแนวโน้มความยั่งยืน ตลาดยุโรป รวมถึงนอร์เวย์ ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและแรงงานอย่างเข้มงวด ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาและรับรองมาตรฐานสินค้า เช่น การใช้วัสดุรีไซเคิล การผลิตที่ลดการปล่อยคาร์บอน และการจัดหาวัตถุดิบที่โปร่งใส เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้บริโภค
9.5 แนวโน้มรองเท้าในนอร์เวย์ปี 2025/2026 สะท้อนทั้งความเป็นสากลและเอกลักษณ์ของภูมิภาคสแกนดิเนเวีย โดยเน้นความสบาย ความทนทาน และการออกแบบที่เรียบง่ายผสมผสานแฟชั่นที่กำลังมาแรง ผู้ประกอบการไทยที่สนใจตลาดนี้อาจให้ความสำคัญกับรองเท้าที่มีคุณภาพสูง ดีไซน์ร่วมสมัย และวัสดุที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน ซึ่งเป็นคุณค่าหลักของผู้บริโภคในนอร์เวย์
9.6 การใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย – EFTA ซึ่งได้ลงนามไปเมื่อ 23 มกราคม 2568      คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2570 ซึ่งการลด-ยกเลิกภาษีนำเข้าจะช่วยให้รองเท้าและชิ้นส่วนจากไทยมีราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น สามารถเข้าถึงตลาดนอร์เวย์ได้มากขึ้น และเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศรายได้สูง


สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน
พฤศจิกายน 2568 



 

Shoes.pdf
Share :
Instagram