
บริษัท Ford Motor Company อยู่ระหว่างการพิจารณาพัฒนาโรงงานของบริษัทที่ Maraimalai Nagar ใกล้เมืองเจนไน รัฐทมิฬนาฑู ให้เป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles: EVs) สำหรับตลาดเอเชียแปซิฟิก โดย Fortune India รายงานเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ว่า Ford กำลังพิจารณาขยายโรงงานเดิมในลักษณะ brownfield expansion ซึ่งอาจครอบคลุมการประกอบรถยนต์ไฟฟ้า การผลิตแบตเตอรี่ เซลล์แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ รวมถึงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาสามารถเข้าถึงได้เพื่อรองรับตลาดส่งออกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตลาดอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม Ford ยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะดำเนินโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าว โดยโฆษกของ Ford India ให้ข้อมูลกับ Fortune India ว่า บริษัทยังคงดำเนินการตามแผนที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งโรงงานเจนไนจะผลิตระบบส่งกำลัง (powertrains) เพื่อการส่งออกเท่านั้น ดังนั้น โครงการ EV ดังกล่าวจึงถือเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และยังไม่ได้เป็นการประกาศลงทุนอย่างเป็นทางการของ Ford
ความเป็นมาของโรงงาน Ford ในเมืองเจนไน
โรงงาน Ford ตั้งอยู่ที่ Maraimalai Nagar ในเขต Chengalpattu ใกล้เมืองเจนไน และเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัทในอินเดีย Ford เริ่มดำเนินธุรกิจในอินเดียตั้งแต่ปี 2538 และระบุว่าบริษัทได้ลงทุนในอินเดียแล้วมากกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ Ford ยังมีศูนย์ Global Technology and Business Center ในเมืองเจนไน ซึ่งเป็นฐานด้านเทคโนโลยี วิศวกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ในเดือนกันยายน 2564 Ford ประกาศปรับโครงสร้างการดำเนินงานในอินเดีย โดยยุติการผลิตรถยนต์สำหรับตลาดภายในประเทศและทยอยยุติการผลิตที่โรงงานเจนไน อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงให้บริการหลังการขายและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับตลาดอินเดียต่อไป
ต่อมาในเดือนกันยายน 2567 Ford ได้ยื่น Letter of Intent (LOI) ต่อรัฐบาลรัฐทมิฬนาฑู เพื่อพิจารณากลับมาดำเนินการผลิตที่โรงงานเจนไน โดยมุ่งเน้นการผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแนวทางจากการผลิตเพื่อรองรับตลาดภายในประเทศในช่วงก่อนหน้า
ต่อมาในเดือนตุลาคม 2568 มีการประกาศการลงทุนประมาณ 3.25 หมื่นล้านรูปีอินเดีย เพื่อฟื้นการดำเนินงานด้านการผลิตที่โรงงาน Maraimalai Nagar โดยมุ่งเน้นการผลิตระบบส่งกำลังสำหรับตลาดส่งออก และคาดว่าจะมีกำลังการผลิตประมาณ 235,000 หน่วยต่อปี ทั้งนี้ แผนดังกล่าวเป็นโครงการที่ Ford ประกาศไว้ก่อนที่จะมีรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงงานเป็นฐานผลิต EV ในปี 2569
แนวคิดการพัฒนาโรงงานเป็นฐานผลิต EV
ตามรายงานของ Fortune India แนวคิดที่ Ford กำลังพิจารณาเป็นการขยายโรงงานเดิมในลักษณะ brownfield ซึ่งจะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบการผลิตที่มีอยู่แล้ว แทนการก่อสร้างโรงงานใหม่ทั้งหมด โดยแนวคิดดังกล่าวอาจครอบคลุมห่วงโซ่การผลิต EV หลายส่วน ได้แก่
- การประกอบรถยนต์ไฟฟ้า
- การผลิตแบตเตอรี่และเซลล์แบตเตอรี่
- การผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า
- การผลิตชิ้นส่วนและระบบสำคัญของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า
- การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับตลาดส่งออก
- การใช้เมืองเจนไนเป็นฐานรองรับตลาดเอเชียแปซิฟิก
Fortune India รายงานว่าแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมประเมินว่า การลงทุนสำหรับโครงการผลิต EV และแบตเตอรี่แบบครบวงจรอาจอยู่ที่ประมาณ 1.5 – 2.0 แสนล้านรูปีอินเดีย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงประมาณการจากภาคอุตสาหกรรมและยังไม่ได้รับการประกาศหรือยืนยันจาก Ford
ศักยภาพของเมืองเจนไน และรัฐทมิฬนาฑู
เมืองเจนไนและพื้นที่โดยรอบเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญของอินเดีย โดยมีผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และบริษัทด้านวิศวกรรมจำนวนมาก รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและโลจิสติกส์ที่รองรับการส่งออก นอกจากนี้ Ford เองมีฐานการผลิตและศูนย์เทคโนโลยีในเมืองเจนไนอยู่แล้ว ทำให้บริษัทมีฐานบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายที่สามารถต่อยอดการลงทุนในอนาคตได้
รัฐทมิฬนาฑูยังคงสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดย Reuters รายงานว่าในเดือนสิงหาคม 2569 รัฐได้ลงนามข้อตกลงการลงทุนรวม 97 โครงการ มูลค่าประมาณ 6.74 แสนล้านรูปีอินเดีย และคาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 100,000 ตำแหน่ง ในจำนวนนี้มีโครงการลงทุนจากต่างประเทศ 16 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 1.50 แสนล้านรูปีอินเดีย
สำหรับภาคยานยนต์ไฟฟ้า ข้อมูลจาก India Electric Mobility Index (IEMI) 2025 ของ NITI Aayog ซึ่งรายงานโดย Times of India เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ระบุว่า Tamil Nadu ได้คะแนน 61 จาก 100 และอยู่ในอันดับที่ 6 จาก 36 รัฐและดินแดนสหภาพ สะท้อนความก้าวหน้าด้านระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม รัฐยังมีประเด็นที่ต้องพัฒนา โดยเฉพาะการเร่งการใช้ EV เชิงพาณิชย์และการเพิ่มความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ
แนวโน้มอุตสาหกรรม EV ของรัฐทมิฬนาฑู
การพิจารณาโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐทมิฬนาฑูกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
รายงานของ Times of India เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ซึ่งอ้างอิง India Electric Mobility Index 2025 ของ NITI Aayog ระบุว่า รัฐทมิฬนาฑูมีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม รัฐยังจำเป็นต้องเร่งการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และเพิ่มความพร้อมด้านสถานีชาร์จเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาด EV
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่ารัฐทมิฬนาฑู มีทั้งฐานการผลิตยานยนต์เดิมและศักยภาพในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน EV แต่การขยายตัวของอุตสาหกรรมในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และความต้องการของตลาด
ผลที่อาจเกิดขึ้นต่อรัฐทมิฬนาฑู
หาก Ford ตัดสินใจดำเนินโครงการผลิต EV ตามที่มีรายงาน การลงทุนดังกล่าวอาจส่งผลต่อระบบนิเวศอุตสาหกรรมของรัฐในหลายด้าน ได้แก่
1) การขยายห่วงโซ่อุปทาน EV - อาจเพิ่มความต้องการชิ้นส่วนและระบบที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบอิเล็กทรอนิกส์กำลัง ระบบควบคุม ระบบจัดการความร้อน และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
2) การดึงดูดผู้ผลิตชิ้นส่วนและเทคโนโลยี - การขยายฐานการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สามารถเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้ให้บริการเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนหรือขยายกิจการในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อรองรับความต้องการของห่วงโซ่อุปทาน
3) การเพิ่มศักยภาพด้านการส่งออก - หากโรงงานสามารถผลิต EV เพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศตามแนวคิดดังกล่าว อาจช่วยเพิ่มบทบาทของรัฐทมิฬนาฑู ในฐานะฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ของอินเดีย
4) การพัฒนาทักษะแรงงานและเทคโนโลยี - การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอาจเพิ่มความต้องการบุคลากรด้านวิศวกรรม ซอฟต์แวร์ อิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ และระบบการผลิตสมัยใหม่
ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวยังเป็น ผลที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากโครงการ EV ของ Ford ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
โอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย
หาก Ford เดินหน้าโครงการดังกล่าวจริง การขยายตัวของห่วงโซ่อุปทาน EV ในเมืองเจนไน และรัฐทมิฬนาฑู อาจสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม
- ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ไฟฟ้า
- มอเตอร์และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ Power Electronics
- ชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับแบตเตอรี่
- เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโรงงาน EV
- วัสดุน้ำหนักเบาและวัสดุอุตสาหกรรม
- ระบบซอฟต์แวร์และเทคโนโลยียานยนต์
- บริการด้านวิศวกรรม โลจิสติกส์ และ Supply Chain
ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาโอกาสในการเป็นผู้จัดหาสินค้าและชิ้นส่วนให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน และผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน EV ที่เข้ามาลงทุนในรัฐทมิฬนาฑู รวมทั้งแสวงหาความร่วมมือด้านการผลิต การร่วมทุน และการจัดตั้งฐานธุรกิจในอินเดียใต้ โดยควรศึกษาข้อกำหนดด้านการผลิตภายในประเทศ มาตรฐานสินค้า และเงื่อนไขการจัดซื้อของผู้ผลิตแต่ละรายประกอบการพิจารณา
ข้อสังเกต
ข่าวการพิจารณาพัฒนาโรงงาน Ford ในเมืองเจนไนเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า สะท้อนถึงความน่าสนใจของรัฐทมิฬนาฑูในฐานะฐานการผลิตยานยนต์และศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานที่มีศักยภาพของอินเดีย โดยเฉพาะจากฐานผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน โครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรม บุคลากรด้านวิศวกรรม และประสบการณ์ด้านการผลิตเพื่อการส่งออกที่มีอยู่เดิม
อย่างไรก็ตาม โครงการผลิต EV ดังกล่าวยังอยู่ในขั้นการพิจารณาและ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Ford ขณะที่แผนการผลิตที่บริษัทประกาศไว้ก่อนหน้านี้ คือการฟื้นการดำเนินงานที่โรงงานเจนไนเพื่อผลิตระบบส่งกำลังสำหรับตลาดส่งออก ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรติดตามความคืบหน้าของ Ford รวมถึงการลงทุนของผู้ผลิตชิ้นส่วน แบตเตอรี่ และเทคโนโลยี EV รายอื่นในรัฐทมิฬนาฑูอย่างใกล้ชิด
หาก Ford ตัดสินใจเดินหน้าโครงการ EV ในอนาคต การลงทุนดังกล่าวอาจช่วยขยายห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐทมิฬนาฑู และสร้างโอกาสเพิ่มเติมสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และผู้ประกอบการต่างชาติ รวมถึงผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์และอุตสาหกรรม EV ของอินเดียใต้
แหล่งที่มา
1. Fortune India — “Ford India plans mega EV facility in Chennai, eyes Asia-Pacific hub for affordable EVs,” 4 September 2026.
2. Ford India — Corporate Profile and India Operations.
3. Ford India — “Ford Restructures India Operations,” 9 September 2021.
4. Reuters — “Ford plans to restart manufacturing plant in India's Tamil Nadu state,” 13 September 2024.
5. Reuters — “India's Tamil Nadu signs pacts for $1.58 billion in new projects by overseas investors,” 13 August 2026.
6. Times of India — “Bridge commercial EV, charging gaps for wider adoption,” 21 September 2026.
7. NITI Aayog — India Electric Mobility Index (IEMI) 2025.