fb
กระทรวงการคลังเวียดนามเสนอขยายระยะเวลาการลดภาษีน้ำมันและเชื้อเพลิงอากาศยาน

กระทรวงการคลังเวียดนามเสนอขยายระยะเวลาการลดภาษีน้ำมันและเชื้อเพลิงอากาศยาน

โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 02 เมษายน 2569 15:30
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))
2

กระทรวงการคลังเวียดนามเสนอขยายระยะเวลาการลดภาษีน้ำมันและเชื้อเพลิงอากาศยาน 

image.png

กระทรวงการคลังของเวียดนาม (Ministry of Finance: MOF) ได้เสนอรัฐบาลเวียดนามพิจารณาขยายระยะเวลาการลดภาษีสำหรับน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และเชื้อเพลิงอากาศยาน ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานภายในประเทศและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก โดยข้อเสนอดังกล่าวครอบคลุมการลดภาษี ประเภท ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax) และภาษีคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (Environmental Tax)

สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 รัฐสภาเวียดนามได้ออก Resolution 204/2025/QH15 กำหนดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และเชื้อเพลิงอากาศยานที่ร้อยละ 8 จากเดิมร้อยละ 10 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ออก Decision 428/QĐ-TTg เพื่อให้สิทธิยกเว้นการยื่นแบบและการชำระภาษีขาย พร้อมทั้งยังคงอนุญาตให้หักภาษีซื้อได้ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงได้เสนอให้ขยายระยะเวลาการใช้มาตรการยกเว้นการยื่นและชำระภาษีขายและอนุญาตให้หักภาษีซื้อ ได้ต่อไปเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันและเชื้อเพลิง

สำหรับภาษีสรรพสามิต รัฐบาลได้ออก Decision 428/QĐ-TTg กำหนดให้อัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเบนซิน         ที่ร้อยละโดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 หากมาตรการดังกล่าวสิ้นสุดลง อัตราภาษีจะกลับไปที่ ร้อยละ 10 สำหรับน้ำมันเบนซิน ร้อยละ สำหรับน้ำมันเบนซินชีวภาพ E5 และร้อยละ สำหรับน้ำมันเบนซินชีวภาพ E10 ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงได้เสนอให้ขยายระยะเวลาการลดภาษีดังกล่าวให้เหลือร้อยละ ต่อไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569

สำหรับภาษีคุ้มครองสิ่งแวดล้อม รัฐบาลได้ออก Decision 428/QĐ-TTg กำหนดอัตราภาษีที่เวียดนามด่องต่อลิตร       โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 0.00 น. วันที่ 26 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 หากมาตรการดังกล่าวสิ้นสุดลง         ภาษีคุ้มครองสิ่งแวดล้อมจะกลับไปใช้อัตราภาษีตาม Resolution 109/2025/UBTVQH15 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยกำหนดไว้ที่ 2,000 เวียดนามด่องต่อลิตร (ประมาณ 2.5 บาทต่อลิตร) สำหรับน้ำมันเบนซิน    (ไม่รวมเอทานอล) 1,500 เวียดนามด่องต่อลิตร (ประมาณ 1.88 บาทต่อลิตร) สำหรับเชื้อเพลิงอากาศยาน และ 1,000 เวียดนามด่องต่อลิตร (ประมาณ 1.25 บาทต่อลิตร) สำหรับน้ำมันดีเซล ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงได้เสนอให้ขยายระยะเวลาการใช้    อัตราภาษี เวียดนามด่องต่อลิตร สำหรับน้ำมันเบนซิน (ไม่รวมเอทานอล) น้ำมันดีเซล และเชื้อเพลิงอากาศยานต่อไป ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569

 

ปัจจุบัน ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 7.41 ของโครงสร้างราคาฐานน้ำมันและเชื้อเพลิง ภาษีสรรพสามิต    คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.69 และภาษีคุ้มครองสิ่งแวดล้อมคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.94 ของโครงสร้างราคาฐานน้ำมัน               และร้อยละ 2.67 ของโครงสร้างราคาฐานน้ำมันดีเซล กระทรวงการคลังระบุว่า การลดภาษีจะช่วยลดราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงภายในประเทศมีส่วนช่วยเสริมในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ โดยสามารถปรับระยะเวลาการใช้มาตรการลดภาษีให้สอดคล้อง       กับสถานการณ์เศรษฐกิจและความผันผวนของตลาดโลก ปัจจุบัน ข้อเสนอดังกล่าวอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะบนเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง

(จาก https://vietnamnews.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

การที่กระทรวงการคลังของเวียดนามเสนอให้ขยายระยะเวลาการลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง สะท้อนให้เห็นถึงแนวทาง          การบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาคเพื่อปกป้องเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก     การลดภาษีทั้ง 3 ประเภทดังกล่าวพร้อมกันมีผลโดยตรงต่อราคาขายปลีกน้ำมันและเชื้อเพลิงภายในประเทศ ซึ่งมีส่วนช่วยลดต้นทุนการผลิตของระบบเศรษฐกิจ สนับสนุนการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ รักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจและลดภาระ     ค่าครองชีพของประชาชน ในขณะเดียวกัน การพิจารณาขยายระยะเวลาการลดภาษีน้ำมันและเชื้อเพลิง แสดงให้เห็นถึง         ความพยายามของรัฐบาลเวียดนามในการรักษาราคาพลังงานในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายภาษีและการค้าโลก เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินการผลิตต่อเนื่อง และมุ่งสู่เป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าร้อยละ 10 ในปี 2569

อย่างไรก็ดี แม้ว่ารัฐบาลเวียดนามจะพิจารณาขยายระยะเวลาในการลดภาษีเพื่อควบคุมราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศและควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แต่มาตรการดังกล่าวยังคงเป็นเพียงเครื่องมือระยะสั้นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกรณีที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศยังคงยืดเยื้อและส่งผลต่อราคาพลังงานในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ในบริบทดังกล่าว เวียดนามมีแนวโน้มที่จะดำเนินมาตรการเชิงนโยบายแบบผสมผสานมากขึ้น ได้แก่ การปรับนโยบายภาษีอย่างยืดหยุ่นตามสถานการณ์ การใช้กองทุนรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเพื่อบรรเทาความผันผวนในระยะสั้น การเพิ่มปริมาณพลังงานสำรองทั้งในเชิงพาณิชย์และระดับชาติ ตลอดจนการสรรหาแหล่งนำเข้าน้ำมันเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง นอกจากนี้ รัฐบาลยังอาจเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดความเปราะบางต่อความผันผวนของตลาดพลังงานโลกในระยะยาว และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน

กระทรวงการคลังเวียดนามเสนอขยายระยะเวลาการลดภาษีน้ำมันและเชื้อเพลิงอากาศยาน TH-V0.pdf
Share :
Instagram