fb
Pandora เปิดโรงงานแห่งแรกนอกไทยในเวียดนาม เพิ่มกำลังผลิตเครื่องประดับ 60 ล้านชิ้นต่อปี

Pandora เปิดโรงงานแห่งแรกนอกไทยในเวียดนาม เพิ่มกำลังผลิตเครื่องประดับ 60 ล้านชิ้นต่อปี

โดย
Kaewkarn
ลงเมื่อ 02 ตุลาคม 2569 14:44
สคต. ณ กรุงโคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) (TTC, Copenhagen (Denmark))
4
1

บริษัท Pandora ผู้ผลิตเครื่องประดับรายใหญ่ของเดนมาร์ก เปิดโรงงานผลิตเครื่องประดับแห่งใหม่ในเวียดนาม ด้วยเงินลงทุนประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5 พันล้านบาท นับเป็นโรงงานผลิตแห่งแรกของบริษัทที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย หลังจากใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักและเป็นส่วนสำคัญในการขยายธุรกิจไปทั่วโลกมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ โรงงานแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บริเวณใกล้นครโฮจิมินห์ และเมื่อดำเนินงานเต็มกำลังคาดว่าจะสามารถผลิตเครื่องประดับได้สูงสุดประมาณ 60 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตโดยรวมของ Pandora ประมาณร้อยละ 50 ภายในปี 2573
ในระยะแรก โรงงานดังกล่าวมีพนักงานประมาณ 700 คน และ Pandora คาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 1,000 คนภายในสิ้นปี 2569 และประมาณ 2,000 คนภายในปีถัดไป ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 7,000 คนเมื่อโรงงานดำเนินงานเต็มกำลัง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในปี 2573 ทั้งนี้ ก่อนเปิดดำเนินการ Pandora ได้ส่งผู้ฝึกสอนระดับหัวหน้าจำนวน 25 คนจากประเทศไทยไปยังเวียดนาม เพื่อถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และมาตรฐานการผลิตให้แก่พนักงานในโรงงานแห่งใหม่ โดยจะผลิตเครื่องประดับหลายประเภท ได้แก่ กำไล จี้ ต่างหู สร้อยคอ และแหวน โดยเฉพาะเครื่องประดับเคลือบทองสีเหลือง ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่บริษัทกำลังประสบข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น
การเปิดโรงงานแห่งใหม่เกิดขึ้นในช่วงที่อัตราการเติบโตของยอดขาย Pandora ชะลอตัว โดยการเติบโตในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 2 ลดลงจากร้อยละ 7 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 4 ในปี 2570 และ 2571 อย่างไรก็ตาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Pandora ระบุว่า การเปิดโรงงานในช่วงเวลาดังกล่าวมีความเหมาะสม เนื่องจากบริษัทเริ่มประสบข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตเครื่องประดับเคลือบทองสีเหลือง และเคยพิจารณาใช้ผู้ผลิตภายนอกเพื่อรองรับความต้องการ ทั้งนี้ บริษัทจะทยอยเพิ่มเครื่องจักร อุปกรณ์ และจำนวนพนักงานตามแนวโน้มการเติบโตของยอดขาย เพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนในกำลังการผลิตส่วนเกิน ขณะเดียวกันต้องรักษากำลังการผลิตให้อยู่ในระดับที่สามารถรองรับความต้องการล่วงหน้าได้
ก่อนตัดสินใจเลือกเวียดนาม บริษัทฯ ได้พิจารณาประเทศที่มีศักยภาพในการตั้งโรงงานรวม 27 ประเทศ รวมถึงเม็กซิโกและคอสตาริกา โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามได้รับเลือก ได้แก่ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ และโดยเฉพาะความพร้อมของแรงงานที่มีทักษะ เวียดนามมีพื้นฐานและประเพณีด้านการผลิตเครื่องประดับเช่นเดียวกับประเทศไทย ทำให้บริษัทสามารถจัดหาแรงงานและพัฒนาทักษะเพิ่มเติมให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านคุณภาพ งานฝีมือ และเทคนิคเฉพาะของ บริษัทฯ ได้ นอกจากนี้ โรงงานแห่งใหม่ยังใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด
แม้สถานการณ์การค้าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากนับตั้งแต่ บริษัทฯ ตัดสินใจลงทุนในปี 2565 ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการใช้มาตรการภาษีที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดสำคัญของบริษัท แต่ บริษัทฯ ยังคงเห็นว่าการเลือกเวียดนามเป็นฐานการผลิตใหม่มีความเหมาะสมในระยะยาว เนื่องจากการลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายรองรับการดำเนินธุรกิจในช่วงทศวรรษข้างหน้า มากกว่าการตอบสนองต่อสถานการณ์ระยะสั้น อีกทั้งประเทศทางเลือกอื่นที่บริษัทพิจารณายังมีข้อจำกัดในการจัดหาแรงงานจำนวนมากถึงประมาณ 7,000 คนสำหรับโรงงานขนาดดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในเวียดนาม ไม่ได้เป็นการทดแทนฐานการผลิตในประเทศไทย แต่เป็นการเพิ่มและกระจายกำลังการผลิตของบริษัทฯ โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีพนักงานในโรงงานที่ประเทศไทยมากกว่า 13,000 คน ขณะที่มีพนักงานทั่วโลกประมาณ 39,000 คน การส่งผู้ฝึกสอนจากไทยไปถ่ายทอดองค์ความรู้แก่โรงงานในเวียดนามยังสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นแหล่งองค์ความรู้ด้านการผลิตเครื่องประดับของบริษัทฯ ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้ประมาณ 32.5 พันล้านโครนเดนมาร์ก (ประมาณ 164 พันล้านบาท) และผลิตเครื่องประดับมากกว่า 112 ล้านชิ้นต่อปี โดยการเพิ่มฐาน       การผลิตในเวียดนามถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเติบโตและเพิ่มความยืดหยุ่นของเครือข่ายการผลิตในระยะยาว
บทวิเคราะห์ผลกระทบต่อไทย ข้อเสนอแนะ โอกาสและแนวทาง และความคิดเห็นของสคต.:  
การเปิดโรงงานแห่งใหม่ของ Pandora ในเวียดนามถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเครือข่ายการผลิตของบริษัท เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ Pandora ขยายฐานการผลิตออกนอกประเทศไทย การลงทุนดังกล่าวจึงอาจทำให้สัดส่วนการผลิตที่กระจุกตัวอยู่ในประเทศไทยลดลง และเพิ่มการแข่งขันระหว่างไทยกับเวียดนามในการเป็นฐานการผลิตเครื่องประดับในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออกจากไทยจะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใดยังต้องติดตาม เนื่องจาก Pandora ระบุว่าโรงงานแห่งใหม่เป็นการเพิ่มกำลังการผลิต ไม่ใช่การทดแทนโรงงานในประเทศไทย และการเพิ่มกำลังการผลิตในเวียดนามจะดำเนินการเป็นลำดับตามการเติบโตของความต้องการในตลาด
ทั้งนี้ ในระยะยาว เมื่อเวียดนามสามารถพัฒนาบุคลากรและขยายกำลังการผลิตได้เต็มที่ ความได้เปรียบดังกล่าวของไทยอาจลดลงได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทยสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงเปรียบเทียบขีดความสามารถด้านต้นทุน แรงงาน ทักษะ เทคโนโลยี พลังงาน และความยั่งยืนกับประเทศคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง
สคต. ณ กรุงโคเปนเฮเกน เห็นว่า การลงทุนของ Pandora ในเวียดนามเป็นสัญญาณของแนวโน้มการกระจายฐานการผลิตของบริษัทข้ามชาติ เพื่อลดการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งและเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ในอนาคต การติดตามการขยายกำลังการผลิตในเวียดนามถึงผลต่อคำสั่งซื้อ การลงทุน และการจ้างงานในฐานการผลิตของไทยจึงอาจเป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยสามารถเพิ่มขีดความสามารถด้านการออกแบบ การผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่ม เทคโนโลยี การตรวจสอบย้อนกลับ และการผลิตที่สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดยุโรป เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดเดนมาร์กและยุโรปท่ามกลางการแข่งขันของฐานการผลิตในภูมิภาคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
 

Share :
Instagram