fb
ตลาดบรรจุภัณฑ์ยุคใหม่เดินหน้าสู่เทรนด์ “ความยั่งยืนและคุ้มค่า”

ตลาดบรรจุภัณฑ์ยุคใหม่เดินหน้าสู่เทรนด์ “ความยั่งยืนและคุ้มค่า”

โดย
Pisetsak
ลงเมื่อ 09 กันยายน 2569 23:48
5

อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ “ความยั่งยืน” ไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม แต่กลายเป็นปัจจัยทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเลือกวัสดุ เครื่องจักร ประสิทธิภาพการผลิต ต้นทุน และความสามารถในการแข่งขันโดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องการรักษาตลาดส่งออกและรับมือกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดต่างประเทศ

ทิศทางดังกล่าวจะเห็นได้อย่างชัดเจนในงาน PACK EXPO International 2026 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–21 ตุลาคม 2026 ณ McCormick Place นครชิคาโก รัฐอิลลินอย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่า จะมีผู้แสดงสินค้ากว่า 2,600 ราย และผู้เข้าร่วมงานกว่า 48,000 ราย จากมากกว่า 40 กลุ่มอุตสาหกรรม งานจัดขึ้นบนพื้นที่จัดแสดงประมาณ 1.3 ล้านตารางฟุต ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญสำหรับติดตามเทคโนโลยีและทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลก

ความยั่งยืน (Sustainability) จากเป้าหมาย สู่ ข้อกำหนดทางธุรกิจ

ในรายงาน The Ripple Effect: CPG Sustainability and the New OEM Spec Sheet ของสมาคม PMMI – The Association for Packaging and Processing Technologies สะท้อนให้เห็นว่า

  • ร้อยละ 82 ของผู้ใช้งานปลายทาง (End Users) กำลังดำเนินโครงการหรือมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืน

  • ร้อยละ 64 ของผู้ผลิตเครื่องจักรหรือ OEMs ระบุว่า ความยั่งยืนมีอิทธิพลโดยตรงต่อการออกแบบเครื่องจักรและอุปกรณ์ 

  • มากกว่าครึ่งของผู้ใช้งานปลายทาง มองว่า ข้อจำกัดของเครื่องจักรที่มีอยู่เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน แนวโน้มนี้ทำให้ผู้ผลิตต้องหันไปพัฒนาเครื่องจักรและกระบวนการผลิตที่รองรับการลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์, วัสดุรีไซเคิลจากการใช้งานของผู้บริโภคแล้วนำกลับมาผลิตใหม่ (Post-Consumer Recycled-PCR)  บรรจุภัณฑ์วัสดุชนิดเดียว (Mono-material), บรรจุภัณฑ์จากเส้นใย (Fiber-based), บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ (Recyclable) และบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้เป็นปุ๋ยหมัก (Compostable)  รวมถึงลดการใช้วัสดุ บรรจุภัณฑ์ชั้นรอง และพลังงาน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพและลดของเสีย 

ขณะเดียวกันการใช้ข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานความยั่งยืนและการเตรียมพร้อมต่อกฎระเบียบด้านความรับผิดชอบของผู้ผลิตตลอดวงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์ (Extended Producer Responsibility -EPR (จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ความยั่งยืน” ต้องสร้าง ความคุ้มค่าทางธุรกิจ

อีกจุดเปลี่ยนสำคัญ คือ ความยั่งยืนกำลังถูกพิจารณาร่วมกับ ต้นทุนการลงทุนด้านการเพิ่มผลิตภาพ ระบบอัตโนมัติ และดิจิทัล มากขึ้น การลงทุนด้านบรรจุภัณฑ์จึงไม่ได้วัดเพียงว่า สามารถลดพลาสติกหรือเพิ่มการ รีไซเคิลได้หรือไม่ แต่ต้องตอบให้ได้ว่า ช่วยลดการใช้วัตถุดิบ ลดพลังงาน ลดของเสีย ลดเวลาหยุดเครื่อง แต่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุนได้มากเพียงใด

ภายในงาน PACK EXPO International 2026 ผู้ประกอบการจะได้เห็นแนวทางตั้งแต่วัสดุรีไซเคิล วัสดุ PCR กระดาษและเส้นใย วัสดุชีวภาพ ไปจนถึงเครื่องจักร ระบบ Automation และ Digitalization ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเก็บข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารด้านความยั่งยืน

นอกจากนี้ ศูนย์กลางความรู้ด้านความยั่งยืนที่จัดพื้นที่แสดงในงาน (Sustainability Central) จะเป็น ศูนย์การเรียนรู้ที่นำเสนอองค์ความรู้และกรณีศึกษาเกี่ยวกับ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy ความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility-EPR) การลดการใช้น้ำ (Carbon Footprint)           ตลอดจนการใช้ Data และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน 

ขณะที่พื้นที่จัดแสดงการค้นหาแนวทางความยั่งยืน  (Sustainability Solutions Finder) ช่วยให้ผู้เข้าชมค้นหาผู้แสดงสินค้าที่มีแนวทางด้านบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ (Recyclable Packaging), บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable Packaging), วัสดุรีไซเคิลจากการใช้งานของผู้บริโภค (PCR), ลดการใช้วัสดุ (Source Reduction) และบรรจุภัณฑ์จากวัสดุชีวภาพ (Bio-based Packaging) 

เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Reusable Packaging)

อีกแนวโน้มที่น่าจับตามองคือ Circular Economy และ Reusable Packaging ซึ่งขยายจากการรีไซเคิลวัสดุไปสู่การออกแบบระบบที่สามารถนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ซ้ำ ลดการใช้ทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพตลอด Supply Chain ภายในงานจะมีคูหา Reusable Packaging Pavilion เป็นคูหาที่นำเสนอระบบบรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่ง ภาชนะใช้ซ้ำ เทคโนโลยีติดตาม และโซลูชันที่ช่วยลดของเสีย เพิ่มความทนทาน และลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ แนวคิดดังกล่าวมีความสำคัญต่อผู้ส่งออกไทย เพราะบรรจุภัณฑ์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงปกป้องสินค้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ที่ต้องสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัย ต้นทุน การขนส่ง การใช้ทรัพยากร และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility-EPR)  และกฎระเบียบเร่งให้ธุรกิจต้องปรับตัว

การขยายตัวของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ EPR จะทำให้เจ้าของแบรนด์และผู้ผลิตต้องคำนึงถึงผลกระทบของบรรจุภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิตมากขึ้น ทั้งการลดปริมาณวัสดุ ความสามารถในการรีไซเคิล และการเลือกใช้วัสดุตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกันเครื่องจักรและกระบวนการผลิตต้องสามารถรองรับวัสดุและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อคิดเห็น

งานแสดงสินค้า PACK EXPO International 2026 สะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่กำลังเข้าสู่ยุค “Sustainability by Design” ซึ่งความยั่งยืนจะถูกนำมาพิจารณาตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเลือกวัสดุ เครื่องจักร พลังงาน การผลิต ไปจนถึง Supply Chain และการรายงานผล จึงเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการติดตามเทคโนโลยี เปรียบเทียบเครื่องจักรและวัสดุ เรียนรู้แนวทางจากผู้เชี่ยวชาญ และประเมินโอกาสนำมาปรับใช้เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออกไทยในอนาคต โดยตลาดบรรจุภัณฑ์ยุคใหม่จะให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ประสิทธิภาพ ต้นทุน และความสามารถในการแข่งขัน” ไปพร้อมกัน สำหรับผู้ประกอบการไทย สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้บรรจุภัณฑ์ “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” แต่ต้องทำให้วัดผลได้และคุ้มค่าทางธุรกิจ ทั้งในด้านการลดวัสดุ ลดพลังงาน ลดของเสีย ลดต้นทุน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบของตลาดส่งออก ผู้ส่งออกจึงควรติดตามทั้งมาตรฐานด้านการรีไซเคิล การลดวัสดุ และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า ควบคู่กับการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต

สำหรับภาคการส่งออกของไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสผู้ประกอบการที่ปรับตัวเร็วและสามารถพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดเป้าหมาย จะมีโอกาสรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายตลาดใหม่ได้ ขณะที่การลดวัสดุ พลังงาน และของเสียยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว

 

Weekly News-ตลาดบรรจุภัณฑ์ยุคใหม่เดินหน้าสู่เทรนด์ “ความยั่งยืนและคุ้มค่า”.pdf
Share :
Instagram