
เทรนด์เครื่องดื่มปรุงสดของฤดูใบไม้ผลิของจีนในปีนี้ ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของการใช้ "ดอกซากุระ" หรือ "สตรอเบอร์รี่" ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ประจำฤดูกาล แต่เป็น "ฝรั่ง" (Guava) ที่แบรนด์ชั้นนำกว่า 20 ราย อาทิ MIXUE, Cotti Coffee และ Heytea เลือกใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อสร้างความแตกต่างและชิงส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มที่มีมูลค่ามหาศาล
"ฝรั่ง" ขึ้นแท่นเป็นซูเปอร์สตาร์
ฝรั่งซึ่งเคยเป็นผลไม้ท้องถิ่นธรรมดา กลับมาเป็นกระแสนิยมที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เกิดจากองค์ประกอบที่ลงตัวทั้งในด้านการตลาดและโลจิสติกส์
การนำตลาดโดยแบรนด์ชื่อดัง Heytea ดำเนินกลยุทธ์ร่วมกับทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ระดับสากลอย่าง Hello Kitty เพื่อเปิดตัวแคมเปญของ Heytea x Hello Kitty เมนู "Cherry Blossom Guava White Peach" เปลี่ยนภาพลักษณ์ผลไม้พื้นเมืองให้กลายเป็นเครื่องดื่มไลฟ์สไตล์ที่ "ถ่ายรูปสวย" และดึงดูดคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเล่น DIY และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ตุ๊กตาคิดตี้ที่สามารถดัดแปลงมาหนีบผ้าม่านได้ และยังมีถุงใส่ชานมที่ดัดแปลงมาทำเป็นกล่องใส่ทิชชู่ โดยใช้สีชมพูที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เพียงแต่สร้าง User-Generated Content (UGC) บนโซเชียลมีเดีย แต่ยังสร้างความเชื่อมโยงที่ทรงพลังของแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภค Generation Z และ Alpha ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในปัจจุบัน

คุณสมบัติที่เหมาะกับ "สายเฮลตี้" ตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพด้วยคุณสมบัติ น้ำตาลต่ำ แคลอรีต่ำ วิตามินและใยอาหารสูง กลายเป็นวัตถุดิบโปรดของบล็อกเกอร์สายฟิตเนส
ความยืดหยุ่นทางรสชาติ มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์แต่ไม่ฉุนเกินไป รสสัมผัสนุ่มละมุน (Soft Profile) ทำให้ Mix & Match กับวัตถุดิบอื่นได้ง่าย เช่น ชามะลิ หรือผลไม้อื่นๆ
ซัพพลายเชนแข็งแกร่ง ปลูกได้มากในมณฑลกวางตุ้ง ฝูเจี้ยน และไห่หนาน ทำให้มีผลผลิตป้อนเข้าสู่ระบบได้ตลอดทั้งปี ราคาเสถียร และผลผลิตออกสู่ตลาดตลอดทั้งปี หาดื่มได้ง่ายกว่าผลไม้ตามฤดูกาลชนิดอื่น
แนวโน้มการขยายความนิยมไปยังผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นอกจากเครื่องดื่มชา ฝรั่งยังขยายความนิยมไปยัง ขนมและเครื่องดื่มหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลมรสฝรั่งและพรีไบโอติกโซดาฝรั่งมะนาวมีจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ หรือตามร้านเบเกอรี่ก็พบขนมปังไส้ฝรั่ง และไอศกรีมและเจลาโต้ฝรั่งด้วย

สถานการณ์ตลาดเครื่องดื่มชาปรุงสดของจีน
ในปี 2568 เครื่องดื่มชาปรุงสดของจีนมีขนาดตลาดมูลค่า 360,000 ล้านหยวน ( 1.692 ล้านล้านบาท) และคาดว่าในปี 2572 จะมีขนาดตลาดมูลค่า 650,000 ล้านหยวน (3.055 ล้านล้านบาท) โดยมีอัตราการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นในเมืองระดับรอง (Lower-tier cities) ซึ่งครองส่วนแบ่งร้านค้ากว่าร้อยละ 53 ของทั้งประเทศ
ช่องทางการจำหน่าย มีการปรับโครงสร้างใหม่โดยมีการขยายไปสู่ตลาดเมืองรองระดับ Tier 3 และต่ำกว่า ซึ่งมีประชากรรวม 930 ล้านคน เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันของร้านค้าที่หนาแน่นในเมืองหลักแล้ว
กลยุทธ์การขยายตลาดของแบรนด์แบ่งระดับอย่างชัดเจน โดยแบรนด์ชั้นนำที่มีสาขาระดับหมื่นสาขา เช่น Heytea, MIXUE มุ่งเน้นไปที่การขยายธุรกิจต่างประเทศ โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรเกือบ 700 ล้านคน และสัดส่วนประชากรวัยกลางคนและเยาวชนเกินร้อยละ 50 จึงเป็นจุดแรกในการขยายธุรกิจ ส่วนตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกามีขยายตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสร้างซัพพลายเชนด้วยอุตสาหกรรมครบวงจรที่ผลิตเอง เช่น แบรนด์ MIXUE Ice Cream & Tea สร้างโรงงานต่างประเทศที่เวียดนาม แบรนด์ Heytea ตั้งศูนย์คลังสินค้าที่ประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ส่วนแบรนด์ระดับกลางที่มีสาขา 2,000–8,000 สาขา เป็นผู้เล่นหลักในตลาดเมืองรอง ในขณะที่แบรนด์น้องใหม่จะเน้นตลาดเฉพาะทางด้วยการกำหนดจุดขายที่แตกต่าง
ความเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว
กระแสนิยมผลไม้ฝรั่งที่มาแรงในจีนปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแปลกใหม่ของวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบูรณาการระหว่าง การตลาดเชิงสร้างสรรค์ และ ความแข็งแกร่งของระบบหลังบ้าน ประเทศไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรมที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และมีอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่แข็งแกร่ง สามารถนำความเชี่ยวชาญด้านผลไม้เมืองร้อนมาผสานเข้ากับกลยุทธ์การขยายสาขาระดับหมื่นสาขาของจีนได้ เช่น การชูผลไม้ไทยที่เป็นเอกลักษณ์เป็นวัตถุดิบหลักในเครื่องดื่ม เช่น ฝรั่งขี้นก หรือ สับปะรดภูแล และสีสันจากผลไม้และสมุนไพรธรรมชาติ เช่น อัญชัน ใบเตย มะม่วง ฯลฯ ประกอบการสร้างภาพลักษณ์ที่น่าจดจำในแพลตฟอร์มอย่าง Little Red Book (Xiaohongshu) และ Douyin นอกจากนี้ แบรนด์จีนอย่าง MIXUE และ Heytea กำลังขยายฐานการผลิตมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ซึ่งอาจใช้โอกาสในการร่วมมือเพื่อเป็นซัพพลายเชนวัตถุดิบพรีเมียม ผ่านการทำข้อตกลงกับเชนร้านเครื่องดื่มเหล่านี้ เพื่อส่งออกเนื้อผลไม้แช่แข็งของไทยหรือไซรัปคุณภาพสูงเข้าเป็นวัตถุดิบของแบรนด์โดยตรง
ที่มา :
https://finance.sina.com.cn/wm/2026-04-22/doc-inhvinus4549819.shtml
https://www.toutiao.com/article/7633922340547527195/
https://www.shopex.cn/news/archives/31903.html