fb
ธุรกิจร้านอาหารไทยในไต้หวัน โอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง

ธุรกิจร้านอาหารไทยในไต้หวัน โอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง

โดย
Sangchai
ลงเมื่อ 05 พฤศจิกายน 2569 10:46
สคต. ณ กรุงมะนิลา ส่วนที่ 2 (ไต้หวัน) (TTC, Manila – Section 2 (Taiwan))
3

ธุรกิจร้านอาหารไทยในไต้หวัน โอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง

          ตลาดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของไต้หวันยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภค อีกทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุนจากกำลังซื้อของผู้บริโภค พฤติกรรมของชาวไต้หวันที่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน และความนิยมอาหารต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจร้านอาหารจึงเป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่และมีร้านอาหารหลากหลายประเภทกระจายอยู่ทั่วไต้หวัน จากข้อมูลสถิติของหน่วยงานด้านบัญชีของไต้หวัน พบว่า ร้อยละ 70 ของชาวไต้หวันนิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน คิดเป็นจำนวนประชากรราว 16 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดราว 23 ล้านคน สะท้อนว่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มมีโอกาสธุรกิจสูง

        หนังสือพิมพ์ Economic Daily News รายงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยอ้างอิงรายงานธุรกิจบริการประจำปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาธุรกิจ (Administration of Commerce) กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน ระบุว่า ในปี 2568 ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของไต้หวันมีมูลค่ายอดขายรวม 909,738 ล้านเหรียญไต้หวัน เทียบกับปี 2564 ซึ่งมียอดขาย 569,036 ล้านเหรียญไต้หวัน เติบโตสะสมถึงร้อยละ 59.87 ภายในระยะเวลา 5 ปี สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของตลาดและความต้องการบริโภคอาหารนอกบ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2568 ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในไต้หวันมีผู้จดทะเบียนรวม 178,946 ราย เทียบกับปี 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.23 และมีการจ้างงานรวม 460,932 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.47 แสดงให้เห็นว่าธุรกิจดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการจ้างงานของไต้หวัน

เมื่อพิจารณาตามประเภทธุรกิจ พบว่าร้านอาหารเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก โดยมียอดขาย 755,430 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.72 จากปีก่อนหน้า คิดเป็นประมาณร้อยละ 80 ของยอดขายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด รองลงมาคือธุรกิจร้านเครื่องดื่ม ซึ่งมียอดขาย 111,402 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.25 ขณะที่ธุรกิจแผงลอยจำหน่ายอาหารมียอดขาย 11,815 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.51 ส่วนจำนวนกิจการร้านอาหารมีทั้งสิ้น 136,849 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.49 จากปีก่อนหน้า

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ตลาดอาหารและเครื่องดื่มของไต้หวันยังมีแนวโน้มขยายตัว และเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติที่ต้องการเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่สามารถสร้างความแตกต่างด้านรสชาติ วัตถุดิบ และรูปแบบการให้บริการได้

อาหารไทยได้รับความนิยม ยังมีโอกาสขยายตลาดได้อีก

อาหารไทยเป็นอาหารต่างชาติที่ได้รับความนิยมในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับไม่แพ้อาหารญี่ปุ่น เกาหลี และอาหารตะวันตก อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับร้านอาหารทั่วไต้หวันที่มีมากกว่า 100,000 ร้าน พบว่าร้านอาหารไทยมีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 1 (หรือประมาณ 1,000 ร้าน) สะท้อนให้เห็นว่า   ยังมีโอกาสขยายตลาดได้อีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบอาหารต่างชาติและต้องการประสบการณ์การรับประทานอาหาร
ที่หลากหลาย อีกทั้ง ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวไต้หวันที่ชื่นชอบประเทศไทยเดินทางไปเที่ยวประเทศไทย ประมาณ 800,000 – 1,000,000 คน/ปี ติดอันดับ Top 10 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไปเที่ยวประเทศไทยมาโดยตลอด รวมถึงยังมีกลุ่มชาวไต้หวันที่ชื่นชอบซีรีส์ไทย นักร้อง และนักแสดงไทยต้องการลิ้มลองอาหารไทยหรือสินค้าไทยอีกด้วย จึงเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเข้ามาลงทุนและสร้างแบรนด์ในไต้หวัน

ปัจจุบัน ร้านอาหารไทยส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจโดยผู้ประกอบการชาวไต้หวันและปัจจุบันเริ่มมีผู้ประกอบการไทยมาเปิดธุรกิจร้านอาหารไทยเพิ่มขึ้น สำหรับแบรนด์ร้านอาหารจากประเทศไทย อาทิ NARA Thai Cuisine, Somtum Der และ Baan Phadthai ยังเป็นผู้ประกอบการชาวไต้หวัน เริ่มเข้ามาขยายตลาดมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่อศักยภาพตลาดอาหารไทยในไต้หวัน และเป็นแนวโน้มที่แสดงว่าแบรนด์ของไทยขยายตลาดได้ดีในไต้หวัน โดยส่วนหนึ่งเกิดจากนักท่องเที่ยวไต้หวันและสื่อโซเชียลจาก Influencer ชาวไต้หวันที่ไปไทย ส่งผลให้ชาวไต้หวันพร้อมที่จะลิ้มลองอาหาร ขนมและเครื่องดื่มไทยจากร้านแบรนด์ดังของไทยเช่นกัน อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือและร้านขนมหวานที่เป็นกระแสในไทย

ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าสู่ตลาดไต้หวันสามารถเลือกลงทุนได้หลายรูปแบบ ทั้งการเปิดร้านด้วยตนเอง การซื้อแฟรนไชส์ การนำแบรนด์ร้านอาหารไทยเข้ามาขยายสาขา หรือการร่วมทุนกับนักธุรกิจไต้หวัน โดยการร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากมีความเข้าใจตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค กฎระเบียบ และสามารถดำเนินการตลาดด้วยภาษาจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่มาเปิดร้านอาหารไทยในไต้หวันแล้ว ควรสมัครเข้าร่วมโครงการ Thai SELECT ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพและมาตรฐานร้านอาหารไทย ร้านที่ผ่านการพิจารณาจะได้รับเครื่องหมาย Thai SELECT และมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดของภาครัฐ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับอาหารไทยในตลาดไต้หวัน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaiselect.com  หรือ เว็บไซต์ Thai SELECT Taiwan (https://www.thaiselect.com.tw) 

ชาวต่างชาติลงทุนร้านอาหารในไต้หวันสามารถถือหุ้นได้สูงสุดถึง 100%

ไต้หวันเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจได้ โดยสามารถถือหุ้นในบริษัทได้สูงสุดร้อยละ 100 รวมถึงธุรกิจร้านอาหารไทย ทั้งนี้ นักลงทุนต้องยื่นขออนุมัติการลงทุนจากกรมพิจารณาการลงทุน (Department of Investment Review: DIR) กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน ก่อนดำเนินการจัดตั้งบริษัท ผู้ลงทุนควรพิจารณาประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. การจัดตั้งบริษัทและการลงทุน ชาวไทยสามารถจัดตั้งบริษัทและถือหุ้นได้ทั้งหมด โดยต้องดำเนินการขออนุมัติการลงทุน จดทะเบียนบริษัท และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อกำหนดด้านสถานประกอบการ สุขอนามัยอาหาร และการจดทะเบียนธุรกิจร้านอาหาร

2. การจ้างผู้จัดการชาวไทย บริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนสามารถยื่นขอใบอนุญาตทำงานให้ผู้จัดการชาวต่างชาติได้ 1 คน โดยมีเงื่อนไขด้านทุนจดทะเบียนอย่างน้อย 500,000 เหรียญไต้หวัน หรือยอดขายปีละ 3 ล้านเหรียญไต้หวัน

3. การนำเชฟไทยเข้ามาทำงาน สามารถยื่นขอใบอนุญาตทำงานให้เชฟหรือผู้เชี่ยวชาญชาวไทยได้ แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่กระทรวงแรงงานไต้หวันกำหนด อาทิ มีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยทั่วไปกำหนดเงินเดือนขั้นต่ำ 47,971 เหรียญไต้หวันต่อเดือน และบริษัทผู้ว่าจ้างต้องมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือรายได้ปีละ 10 ล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ การจ้างเชฟต่างชาติยังมีข้อกำหนดสัดส่วนเชฟต่างชาติต่อเชฟชาวไต้หวัน ในอัตรา 1:1

4. การพำนักในไต้หวัน นักลงทุนและผู้ได้รับอนุญาตทำงานสามารถยื่นขอสิทธิพำนักตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยใบอนุญาตพำนักจากการทำงานสามารถได้รับอนุมัติสูงสุดครั้งละ 3 ปี ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เงื่อนไขด้านเงินเดือน ทุนจดทะเบียน รายได้บริษัท และสัดส่วนการจ้างเชฟ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานไต้หวันที่เกี่ยวข้องอีกครั้งก่อนยื่นขออนุญาต เนื่องจากอาจมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ข้อมูลเพิ่มเติม แหล่งข้อมูลปรากฎดังนี้

ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของ สคต.

      ไต้หวันไม่เพียงเป็นตลาดสำหรับการส่งออกวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหารไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับการลงทุนสร้างแบรนด์ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ธุรกิจร้านอาหารไทยในไต้หวันยังมีศักยภาพเติบโตและเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยควรศึกษาตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค เลือกทำเลให้เหมาะสม ปรับเมนูให้สอดคล้องกับรสนิยมท้องถิ่น พร้อมรักษาเอกลักษณ์อาหารไทย เน้นคุณภาพ สุขอนามัย และการสร้างแบรนด์ที่แตกต่างและใช้ช่องทางการตลาดดิจิทัล 

นอกจากนี้ จากข้อมูลที่ สคต. ทราบ ร้านอาหารแบรนด์ของไทยที่ประสบความสำเร็จในไต้หวันส่วนใหญ่เกิดจากการร่วมทุนหรือขายแฟรนไชส์ให้กับนักธุรกิจในไต้หวัน ผู้ประกอบการไทยรายใหม่ที่สนใจเข้าสู่ตลาดไต้หวันอาจพิจารณาร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภค ลดความเสี่ยง และต่อยอดสู่การขยายสาขาอย่างยั่งยืนในอนาคต

---------------------------------------

รายงานโดย :     สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2)
        Tel: 886-2-2723 1800 Fax: 886-2-2723 1821 E-mail: thaicom.taipei@msa.hinet.net
          5 พฤศจิกายน 2569

o69541ข่าวเด่นไต้หวันธุรกิจร้านอาหารไทย 1105.pdf
Share :
Instagram