fb
เวียดนามเร่งยกระดับห่วงโซ่มูลค่าผลไม้ ขยายพื้นที่ปลูกทุเรียน–ขนุน รองรับอุปสงค์ตลาดจีน

เวียดนามเร่งยกระดับห่วงโซ่มูลค่าผลไม้ ขยายพื้นที่ปลูกทุเรียน–ขนุน รองรับอุปสงค์ตลาดจีน

โดย
Tran
ลงเมื่อ 17 เมษายน 2569 16:48
สคต. ณ นครโฮจิมินห์ (เวียดนาม) (TTC, Ho Chi Minh City (Vietnam))
6

เนื้อข่าว 

จังหวัดด่งท้าป (Dong Thap) เดินหน้านโยบายเร่งขยายพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนและขนุนอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและตลาดส่งออกที่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาการผลิต การแปรรูป และการบริโภคตามห่วงโซ่มูลค่า ของขนุนและทุเรียนในจังหวัดด่งท้าป” เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 นาย Tran Thanh Tam ผู้อำนวยการฝ่ายการเพาะปลูกและคุ้มครองพืช (Department of Crop Production and Plant Protection) เปิดเผยว่า จังหวัดตั้งเป้าพัฒนาพื้นที่ปลูกพืชทั้งสองชนิดรวมเกือบ 66,000 เฮกตาร์ ภายในปี 2573 โดยเป็นพื้นที่ปลูกทุเรียนประมาณ 38,300 เฮกตาร์ ทั้งนี้ คาดว่าภายใต้ขนาดพื้นที่ดังกล่าวจะสามารถผลิตผลไม้รวมได้ประมาณ 1.3 ล้านตันต่อปี โดยมีตลาดส่งออกหลักคือประเทศจีน

image.png

ทั้งนี้ ภายหลังการควบรวมพื้นที่การบริหารระหว่างจังหวัดด่งท้าปและจังหวัดเตี่ยนยาง (Tien Giang) ส่งผลให้ปัจจุบันจังหวัดมีพื้นที่ปลูกทุเรียนจำนวน 32,100 เฮกตาร์ และขนุนจำนวน 22,171 เฮกตาร์ โดยเป็นพื้นที่ที่ให้ผลผลิตแล้ว (bearing area) จำนวน 25,685 เฮกตาร์ และ 20,507 เฮกตาร์ ตามลำดับ ซึ่งสามารถส่งผลผลิตสู่ตลาดได้ประมาณ 557,000 ตันต่อปีสำหรับทุเรียน และประมาณ 437,500 ตันต่อปีสำหรับขนุน โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปยังตลาดจีนเป็นสำคัญ ในระยะต่อไป จังหวัดมีแผนขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะเพิ่มพื้นที่ทุเรียนอีกประมาณ 6,200 เฮกตาร์ และขนุนเกือบ 5,500 เฮกตาร์ ภายในปี 2573 ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 305,000 ตัน เมื่อเทียบกับระดับปัจจุบัน

ควบคู่กับการขยายการผลิตดังกล่าว จังหวัดด่งท้าปได้เร่งพัฒนาระบบกำกับดูแลเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการส่งออก โดยเฉพาะการจัดทำรหัสพื้นที่ปลูก (planting area codes) และการยกระดับสถานประกอบการบรรจุหีบห่อ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญภายใต้กรอบการกำกับดูแลสินค้าเกษตรของเวียดนาม ปัจจุบันจังหวัดมีรหัสพื้นที่ปลูกผลไม้รวมทั้งสิ้น 1,114 รหัส แบ่งเป็นรหัสพื้นที่ปลูกทุเรียน 350 รหัส ครอบคลุมพื้นที่ 13,680 เฮกตาร์ และรหัสพื้นที่ปลูกขนุน 180 รหัส ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 6,000 เฮกตาร์ โดยจำนวนพื้นที่ปลูกขนุนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนยังอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากเพิ่งมีการลงนามพิธีสารการส่งออก (export protocol) กับประเทศจีนเมื่อไม่นานมานี้

ในส่วนของสถานประกอบการบรรจุหีบห่อ ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 496 แห่ง แบ่งเป็นสถานประกอบการสำหรับทุเรียน 111 แห่ง และสำหรับขนุน 110 แห่ง อย่างไรก็ดี มีสถานประกอบการจำนวน 80 แห่ง ถูกระงับการดำเนินงานเนื่องจากการฝ่าฝืนข้อกำหนดในกระบวนการส่งออก โดยเฉพาะกรณีการตรวจพบสารตกค้างแคดเมียม (Cadmium residue) และสารสีออรามีนโอ (Yellow O) ซึ่งเป็นสารต้องห้ามในหลายประเทศคู่ค้า โดยในเชิงมาตรการกำกับดูแล กรณีตรวจพบสาร Yellow O จะถูกเพิกถอนหมายเลขขึ้นทะเบียน (registration number revocation) ทันทีตั้งแต่การกระทำผิดครั้งแรก ขณะที่กรณีโลหะหนักแคดเมียม (Cadmium) อาจถูกเพิกถอนภายหลังการกระทำผิดจำนวน 2–3 ครั้ง

ดังนั้น ประเด็นด้านการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยสินค้า โดยเฉพาะการบริหารจัดการสารตกค้างในสินค้าเกษตร จึงนับเป็นปัจจัยความท้าทายเชิงโครงสร้างที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมทุเรียนและขนุนของเวียดนามโดยรวม และของจังหวัดด่งท้าปโดยเฉพาะในบริบทของการเร่งขยายการผลิตเพื่อรองรับตลาดส่งออก ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานการผลิตและระบบกำกับดูแลให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้าอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

(แหล่งที่มา https://thesaigontimes.vn/ ฉบับวันที่ 13 เมษายน 2569)

วิเคราะห์ผลกระทบ

การที่จังหวัดด่งท้าปเร่งขยายพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนและขนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับอุปสงค์การส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางเชิงรุกของภาคเกษตรเวียดนามในการยกระดับบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะการมุ่งเน้นตลาดจีนซึ่งยังคงเป็นตลาดปลายทางหลักของผลไม้สด ทั้งนี้ โครงสร้างการผลิตของจังหวัดด่งท้าปมีความพร้อมในระดับสูง โดยมีพื้นที่เพาะปลูกพืชผลไม้รวมเกือบ 135,000 เฮกตาร์ และมีผลผลิตรวมมากกว่า 2.5 ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ปลูกทุเรียนประมาณ 32,100 เฮกตาร์ และขนุนประมาณ 22,171 เฮกตาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่ให้ผลผลิตแล้ว (bearing area) ส่งผลให้สามารถสร้างปริมาณผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ อันเป็นฐานสำคัญในการผลักดันการส่งออกในรูปแบบทางการภายใต้กรอบพิธีสารการค้าระหว่างประเทศ (export protocol)

ในมิติของโอกาสทางเศรษฐกิจ ปริมาณผลผลิตทุเรียนประมาณ 557,000 ตันต่อปี และขนุนประมาณ 437,500 ตันต่อปี เปิดโอกาสให้เกิดการขยายตัวของห่วงโซ่มูลค่าในหลายระดับ ทั้งในด้านการแปรรูปสินค้าเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ ตลอดจนการเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ รวมถึงผู้ประกอบการไทย ที่สามารถเข้ามามีบทบาทในด้านเทคโนโลยีการผลิต การยกระดับมาตรฐานคุณภาพ และการพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่าย อย่างไรก็ดี การต่อยอดโอกาสดังกล่าวให้เกิดผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจังหวัดด่งท้าปได้เริ่มวางรากฐานผ่านการพัฒนาระบบรหัสพื้นที่ปลูก (planting area codes) และการรับรองสถานประกอบการบรรจุหีบห่อ (packing facilities certification) เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Sanitary and Phytosanitary: SPS) ของประเทศคู่ค้า

ในเชิงโครงสร้างด้านมาตรฐาน ปัจจุบันจังหวัดมีการออกรหัสพื้นที่ปลูกครอบคลุมพื้นที่กว่า 51,000 เฮกตาร์ โดยแบ่งเป็นทุเรียนมากกว่า 13,600 เฮกตาร์ (350 รหัส) และขนุนมากกว่า 6,000 เฮกตาร์ (180 รหัส) พร้อมทั้งมีสถานประกอบการบรรจุหีบห่อที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจำนวนเกือบ 496 แห่ง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความน่าเชื่อถือของสินค้าและสนับสนุนการส่งออกในรูปแบบทางการไปยังตลาดจีน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มการขยายตัวของพื้นที่เพาะปลูกและปริมาณผลผลิตในระยะข้างหน้า โครงสร้างดังกล่าวยังมีความจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมทั้งในด้านประสิทธิภาพการกำกับดูแลและการขยายขีดความสามารถในการรองรับ

ขณะเดียวกัน ประเด็นความท้าทายเชิงโครงสร้างยังคงอยู่ที่การควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า โดยเฉพาะการตรวจพบสารตกค้าง เช่น แคดเมียม (Cadmium) และสารสีออรามีนโอ (Auramine O หรือ Yellow O) ซึ่งเป็นสารต้องห้ามตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า และอาจนำไปสู่การระงับหรือเพิกถอนรหัสพื้นที่ปลูกและรหัสสถานประกอบการบรรจุหีบห่อ อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของตลาดและความต่อเนื่องของการส่งออกในระยะยาว ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรเวียดนามในตลาดโลก

การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในตลาดส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ผลักดันให้จังหวัดด่งท้าปเร่งขยายการผลิตทุเรียนและขนุน ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและระบบมาตรฐานที่มีอยู่ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการสนับสนุนการเติบโต อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรักษาสมดุลระหว่างการเพิ่มปริมาณการผลิต และการยกระดับมาตรฐานคุณภาพ จะเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อความยั่งยืนของการขยายตัวดังกล่าวในบริบทของการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศในระยะต่อไป

นำเสนอโอกาส/แนวทาง

การเร่งขยายพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนและขนุนของจังหวัดด่งท้าป ส่งผลให้เวียดนามมีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในการแข่งขันในตลาดผลไม้สด โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งอาจก่อให้เกิดแรงกดดันต่อส่วนแบ่งตลาดของผู้ส่งออกในภูมิภาค รวมถึงผู้ประกอบการไทยในสินค้าเดียวกัน ทั้งในด้านราคา ปริมาณ และความต่อเนื่องของอุปทาน ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านรหัสพื้นที่ปลูกและระบบการรับรองตามมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ของเวียดนาม ยังสะท้อนถึงการยกระดับมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจกลายเป็นทั้งมาตรฐานแข่งขันและเงื่อนไขกีดกันทางเทคนิค (technical barriers to trade: TBT) ในระยะต่อไป

ผู้ประกอบการไทยควรปรับกลยุทธ์สู่การแข่งขันเชิงคุณภาพมากกว่าการแข่งขันด้านราคา โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการผลิต การควบคุมสารตกค้าง และการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดปลายทาง โดยเฉพาะจีน นอกจากนี้ ควรพิจารณาใช้รูปแบบความร่วมมือเชิงห่วงโซ่อุปทานกับพันธมิตรในเวียดนาม เช่น การลงทุนในธุรกิจคัดบรรจุ การแปรรูป หรือโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงด้านการเข้าถึงตลาด รวมถึงการใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตหรือกระจายสินค้าในภูมิภาค

               ทั้งนี้ การขยายตัวของผลผลิตในจังหวัดด่งท้าปเปิดช่องให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปมีบทบาทในกิจกรรมมูลค่าเพิ่ม เช่น เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ระบบคัดแยกอัตโนมัติ บรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออก และบริการโลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนการพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่ายในตลาดปลายทาง อย่างไรก็ดี โอกาสดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานสินค้าและกฎระเบียบการนำเข้าได้อย่างเคร่งครัด ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อความสามารถในการแข่งขันและการขยายธุรกิจในระยะยาวทั้งในตลาดเวียดนามและตลาดระหว่างประเทศ

News 13 - 17 April 2026 - Dong Thap province durian and jackfruit production-Edit.pdf
Share :
Instagram