fb
เกษตรกรเกาหลีใต้ฟ้องบริษัทพลังงานใหญ่ ปมพืชผลเสียหายจากวิกฤตอากาศ

เกษตรกรเกาหลีใต้ฟ้องบริษัทพลังงานใหญ่ ปมพืชผลเสียหายจากวิกฤตอากาศ

โดย
Sangmin
ลงเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2569 13:00
สคต. ณ กรุงโซล (สาธารณรัฐเกาหลี) (TTC, Seoul (Republic of Korea))
9

               เกษตรกรในเกาหลีใต้กำลังเผชิญความสูญเสียเพิ่มขึ้นจากคลื่นความร้อน ฝนตกหนัก ภัยแล้ง และความแปรปรวนของฤดูกาลเพาะปลูก โดยในปี 2568 ประเทศมีอุณหภูมิฤดูร้อนสูงติดอันดับสถิติ ขณะที่ฤดูใบไม้ร่วงมีฝนตกผิดปกติ ความผันผวนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผลผลิตและคุณภาพสินค้าเกษตรอย่างชัดเจน และสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพรายได้ของเกษตรกร 

          เกษตรกรผู้ปลูกแอปเปิ้ลรายหนึ่งทางตอนใต้เปิดเผยว่า ผลผลิตปีล่าสุดมีสีซีดและแตกระหว่างสุกในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สีแดงเข้มซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความหวานและคุณภาพไม่สามารถพัฒนาได้เต็มที่ เนื่องจากฝนในช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคม บดบังแสงแดดที่จำเป็นต่อการสะสมความหวาน แม้ช่วงแล้งสั้น ๆ ในเดือนสิงหาคมช่วยพยุงคุณภาพได้บางส่วน แต่โดยรวมแล้วผลผลิตกว่าครึ่งไม่ได้มาตรฐาน สร้างความเสียหายทางรายได้อย่างหนัก สถานการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่เดียว แต่หากขยายวงกว้างในหลายภูมิภาคและหลายชนิดพืช 

          ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว เกษตรกร 5 รายได้ร่วมกันยื่นฟ้องคดีแพ่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา        ต่อ Korea Electric Power Corporation (KEPCO) และบริษัทผลิตไฟฟ้าในเครืออีก 5 แห่ง เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายทางการเกษตรที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีทนายจากองค์กรไม่แสวงหากำไร Solutions for Our Climate เป็นผู้แทนฝ่ายโจทย์ คำฟ้องตั้งคำถามสำคัญว่า บริษัทผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ควรต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบปลายน้ำจากภาวะโลกร้อนหรือไม่

          ฝ่ายโจทก์อ้างข้อมูลระหว่างปี 2557-2566 KEPCO และบริษัทย่อยมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 27% ของทั้งประเทศ และคิดเป็นประมาณ 0.39% ของการปล่อยสะสมทั่วโลก โดยประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจากสภาพภูมิอากาศที่เชื่อมโยงกับการปล่อยดังกล่าวรวมมูลค่า 72,900 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งระบุว่า เกษตรกรรมเป็นอุตสาหกรรมที่พึ่งพาสภาพภูมิอากาศโดยตรง ปัจจุบันเกษตรกรบางรายไม่สามารถปลูกพืชบางชนิดได้อีกต่อไป ส่งผลให้ที่ดินเสื่อมคุณภาพ ผลผลิตลดลง และต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคดีนี้ตั้งอยู่บนหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” ซึ่งแม้หลักการดังกล่าวใช้แพร่หลายในกฎหมายสิ่งแวดล้อม แต่ยังแทบไม่เคยถูกทดสอบกับคดีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในศาลเกาหลีใต้

          โจทก์แต่ละรายเรียกร้องค่าเสียหายเบื้องต้น 5 ล้านวอน (ประมาณ 3,400 เหรียญสหรัฐ) และค่าชดเชยเชิงสัญลักษณ์สำหรับผลกระทบทางจิตใจเพิ่มเติมอีก 2,035 วอน การไต่สวนครั้งแรกจัดขึ้นที่ศาลแขวงกวางจูเมื่อเดือนที่ผ่านมา และมีกำหนดพิจารณาครั้งถัดไปในวันที่ 23 เมษายน 2569 โดยฝ่ายจำเลยได้ยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรโต้แย้งข้อกล่าวหา ขณะที่ KEPCO ยังไม่ได้ให้ความเห็นต่อสาธารณะ แม้ก่อนหน้านี้บริษัทประกาศเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 ตามนโยบายรัฐบาล 

ความคิดเห็น

          หากศาลเกาหลีใต้รับรองหลักการเชื่อมโยงความรับผิดระหว่างผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกกับความเสียหายทางเศรษฐกิจในภาคเกษตร อาจทำให้ภาคพลังงานต้องพิจารณาปรับลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนพลังงาน การกำหนดกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น และการปรับห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสะท้อนความกังวลด้านผลกระทบจากวิกฤตภูมิอากาศต่อภาคเกษตรของเกาหลีใต้ และอาจมีนัยต่อการกำหนดนโยบายและห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง

          ในมิติความมั่นคงทางอาหาร เกาหลีใต้มีอัตราพึ่งพาการนำเข้าสินค้าเกษตรและธัญพืชสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในกลุ่ม OECD ทำให้เปราะบางต่อความผันผวนของอุปทานและราคา หากผลผลิตในประเทศลดลงต่อเนื่องและความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 

          สำหรับผู้ประกอบการไทย สถานการณ์เกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของเกาหลีใต้มีทั้งโอกาสและความท้าทาย หากผลผลิตในเกาหลีใต้ลดลงจากสภาพอากาศที่ผันผวน อาจเปิดช่องให้ผู้ส่งออกไทยมีโอกาสขยายตลาดสินค้าอาหาร ข้าว ผลไม้ วัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและสามารถส่งมอบได้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ในด้านความเสี่ยง หากคดีความดังกล่าวนำไปสู่การยกระดับนโยบายพลังงานและสิ่งแวดล้อม เกาหลีใต้อาจเพิ่มมาตรการด้านคาร์บอน มาตรฐานการปล่อยก๊าซ หรือข้อกำหนดการตรวจสอบย้อนกลับกับสินค้านำเขา ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมการปรับตัว ทั้งการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในกระบวนการผลิต การใช้พลังงานสะอาด และการจัดทำข้อมูลความยั่งยืนอย่างโปร่งใส เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน 

---------------------- 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล

ข่าวเด่นประจำเดือน ก.พ. 69 ฉบับที่ 2-rev.pdf
Share :
Instagram