
ปี 2569 กล่าวได้ว่า อุตสาหกรรมร้านอาหารของแคนาดายังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าตั้งแต่เงินเฟ้อ ราคาวัตถุดิบสูงขึ้น ต้นทุนค่าเช่า ประกันและค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชาวแคนาดามีความจำเป็นรัดเข็มขัดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้ร้านอาหารหลายแห่งกำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด จากการสำรวจข้อมูลของมหาวิทยาลัย Dalhousie ระบุว่า เมื่อปี 2568 ได้มีร้านอาหารในแคนาดามากกว่า 7,000 แห่งปิดกิจการลง และคาดว่าในปี 2569 จะมีร้านอาหารราว 4,000 แห่งจะปิดกิจการเพิ่มอีก
ซึ่งนายซิลแว็ง ชาร์เลบัวส์ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการวิเคราะห์อาหารและเกษตรของมหาวิทยาลัย Dalhousie กล่าวว่า ชาวแคนาดากำลังควบคุมรายจ่ายค่าอาหารมากขึ้นโดยเฉพาะการรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยหันมาทานที่บ้านแทนเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าบริการทิป ค่าเครื่องดื่มหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เป็นต้น

นอกจากนั้น ผลการสำรวจข้อมูลจากผู้ประกอบการร้านอาหารโดยตรง ระบุว่า ปัจจุบันร้อยละ 41 ของร้านอาหารดำเนินงานขาดทุนหรือใกล้เคียงการทำกำไรน้อยมาก แต่ยังพยายามรักษาราคาสินค้าให้ต่ำ เพราะทราบว่าลูกค้ากำลังควบคุมงบประมาณ ขณะเดียวกัน เพื่อรักษาธุรกิจตนเองให้อยู่รอดในช่วงเวลายากลำบากนี้
ด้านคุณเคลลี่ ฮิกกินสัน ประธานและซีอีโอองค์กร Restaurants Canada เห็นพ้องกับผลสำรวจว่า ปัจจุบันชาวแคนาดากำลังเผชิญความท้าทายกับความสามารถในการจับจ่ายสินค้าและบริการ ซึ่งก็หมายถึง การลดการใช้จ่ายกับบริการร้านอาหารลงไปด้วย ทั้งนี้ องค์กรพยายามเรียกร้องในภาครัฐเข้ามามีส่วนในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่นในอดีต ประชากรที่อาศัยในรัฐออนแทรีโอเคยเคยได้รับการยกเว้นภาษี GST/HST สำหรับการใช้บริการมื้ออาหารภายในร้าน รวมไปถึงรายการอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางประเภท เพื่อเป็นการกระตุ้นและแบ่งเบาภาระของผู้บริโภคเป็นระยะเวลานานกว่า 2 เดือน ซึ่งผลตอบรับแสดงออกมาว่า ได้มีผู้มาใช้บริการธุรกิจร้านอาหารเพิ่มขึ้น
คุณเคลลี่ ยังมองว่า ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ชาวแคนาดากำลังเผชิญค่าครองชีพสูง การเรียกเก็บภาษีจากอาหารถือเป็นนโยบายสาธารณะที่ไม่เหมาะสม เพราะย่อมส่งกระทบต่อราคาสินค้าสูงขึ้น และอาจซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเช่นกัน
ขณะเดียวกัน จากพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่น้อยลง ส่งผลให้รายได้ยอดจำหน่ายในร้านอาหารปรับลดลงเช่นกัน โดยผู้ค้าปลีกทั่วประเทศแสดงยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลงร้อยละ 10.6 ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นอกจากนั้น ค่าทิปการบริการร้านอาหารในแคนาดา ได้กลายเป็นประเด็นที่คนจำนวนมากรู้สึกว่า คิดเป็นยอดสูงกว่าในอดีตมากเกินไป หลายร้านกำหนดค่าทิปขั้นต่ำบนจอที่ปรากฎเครื่องชำระเงินสูงถึง 18% ถึง 30% เดิมเพียง 10% ถึง 18% รวมไปถึงการกำหนดค่าทิปในร้านอาหาร Fast food หรือการซื้อเครื่องดื่มเพียงเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ผู้บริโภคเหมือนถูกบังคับให้จ่ายทิปอยู่ตลอดเวลา และลดการใช้บริการร้านอาหารลงไป ซึ่งในภาพรวม หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป จำนวนร้านอาหารในแคนาดาอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไม่กี่ปีข้างหน้า
ความเห็น/ข้อเสนอแนะสคต. ภาคธุรกิจร้านอาหารในแคนาดากำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคมีพฤติกรรมระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้การรับประทานอาหารนอกบ้านลดลง สำหรับร้านอาหารไทยซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยและพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า จึงมีความเปราะบางสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด หากไม่ปรับตัวอาจได้รับผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและการอยู่รอดในระยะกลางถึงระยะยาว ทั้งนี้ รูปแบบการปรับตัว อาจรวมไปถึงปรับเมนูให้สอดคล้องกับพฤติกรรมเน้นความคุ้มค่ามากกว่าความหรู ปรับเปลี่ยนหรือพัฒนารายการอาหารเพื่อรักษาปริมาณลูกค้า ใช้เทคโนโลยีช่วยลดค่าแรง ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทดแทนบางรายการ เพื่อความสามารถในการรักษาธุรกิจได้ต่อไป
ที่มา: https://globalnews.ca/news/11606618/closing-restaurants-canada-2026/