fb
การเติบโตของตลาดสินค้าอาหารจากพืชในญี่ปุ่น
โดย
Pannee
ลงเมื่อ 24 มกราคม 2569 00:00
84

การเติบโตของตลาดสินค้าอาหารจากพืชในญี่ปุ่น

สตท. ณ เมืองฮิโรชิมา

 

ปัจจุบัน คำว่า “อาหารจากพืช” หรือ Plant based food ได้กลายเป็นคำศัพท์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางทั่วไป โดยเฉพาะสำหรับในตลาดญี่ปุ่นนั้น อาจกล่าวได้ว่าคงมีผู้บริโภคไม่มากนักที่ไม่เคยได้ยินหรือไม่รู้จักสินค้าอาหารประเภทนี้

           ในปี 2025 ตลาดสินค้าอาหารจากพืชในญี่ปุ่นมีมูลค่า 7.3 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท) โดยได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2015 ซึ่งมีมูลค่า 8.9 พันล้านเยน เท่ากับเป็นการขยายตัวกว่า เท่า โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเกิดวิกฤติการระบาดของโรคโควิดได้มีส่วนช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคใส่ใจในสุขภาพเพิ่มขึ้น และเริ่มให้ความสนใจต่อสินค้าอาหารจากพืชมากขึ้น

 

กระแสความสนใจต่อสินค้าอาหารจากพืชในญี่ปุ่น

           การให้ความสำคัญต่อสุขภาพโดยการเลือกรับประทานอาหาร ทำให้สินค้าอาหารจากพืชได้รับความสนใจและความต้องการบริโภคขยายตัว นอกจากนั้น สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจกับสภาวะแวดล้อมก็เลือกบริโภคอาหารจากพืชซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ช่วยประหยัดการใช้ทรัพยากรน้ำ และลดการทำลายป่าไม้ ซึ่งเป็นการช่วยคุ้มครองสภาวะแวดล้อมของโลก

บริษัท My voice Communication Inc.ได้มีการสำรวจความเห็นผู้บริโภค เกี่ยวกับสินค้าอาหารจากพืช ซึ่งมีประเด็นน่าสนใจ ดังนี้

  1. การบริโภคสินค้าอาหารจากพืช  พบว่าในระยะหนึ่งปีที่ผ่านมา ผู้ที่ได้บริโภคอาหารจากพืชมีเกือบร้อยละ 40 โดยมีสัดส่วนสูงในกลุ่มผู้บริโภคสตรี อาหารจากพืชที่บริโภค ได้แก่ นมจากพืช ผลิตภัณฑ์เลียนแบบเนื้อทำจากถั่วเหลือง Gluten meat (โปรตีนที่แปรรูปให้คล้ายเนื้อสัตว์) อาหารแปรรูปที่ใช้พืชเป็นวัตถุดิบ สำหรับนมจากพืชมีการบริโภคมากที่สุดในกลุ่มผู้บริโภคสตรีโดยเฉพาะในช่วงวัย 30-60 ปีมีสัดส่วนถึงร้อยละ 24

  2. ข้อดีของอาหารจากพืช ผู้บริโภคร้อยละ 34.9 เห็นว่าดีต่อสุขภาพ ร้อยละ 16.7 เห็นว่าทำให้ได้รับเส้นใยอาหารมาก ร้อยละ 13.9 เห็นว่าช่วยลดการดูดซึมไขมัน สำหรับในกลุ่มผู้บริโภคสตรีอายุน้อยเห็นว่าช่วยเสริมความงามและดีต่อการลดน้ำหนัก ส่วนผู้บริโภคสตรีสูงอายุเห็นว่าทำให้ได้รับโปรตีนดีจากพืช โดยมีโปรตีนสูงแต่ไขมันต่ำ อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคชายร้อยละ 50 คิดว่าไม่มีอะไรพิเศษ

  3. เหตุผลที่ทำให้หันมาบริโภคอาหารจากพืช พบว่าเกือบร้อยละ 30 บริโภคเพื่อสุขภาพ โดยรู้สึกว่าดีกับร่างกาย ส่วนร้อยละ 18 เพราะต้องการทดลองว่ามีรสชาติอย่างไร   ในกลุ่มผู้บริโภคซึ่งรับประทานโยเกิร์ตทำจากพืช และเนย/เนยแข็งที่ทำจากพืช และผู้บริโภคที่รับประทานขนมหวานหรือขนมปังที่ไม่ใช้ไข่และนม บริโภคเพื่อลดระดับน้ำตาลและไขมัน เนื่องจากมีโปรตีนสูงและไขมันต่ำ   ในขณะที่ผู้บริโภคซึ่งรับประทานอาหารประเภท Plant-based Seafood   Vegan Egg/Egg Substitute บริโภคเพื่อปรับสภาพความสมดุลในร่างกายและเพื่อลดน้ำหนัก

  4. สิ่งที่เป็นกังวลเกี่ยวกับอาหารจากพืช มีผู้บริโภคร้อยละ 45.2 ไม่แน่ใจว่าจะอร่อยหรือไม่  ร้อยละ 24.6 เกรงว่าราคาจะแพง และร้อยละ 19.2 กังวลเกี่ยวกับสารเติมแต่งที่ใช้ในในการผลิตอาหารจากพืช

 

ประเภทของอาหารจากพืช

ปัจจุบัน อาหารจากพืชที่จำหน่ายในญี่ปุ่นมีความหลากหลากมากขึ้น โดยแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ 

Soy meat หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วเหลืองเพื่อเลียนแบบเนื้อ เป็นอาหารจากพืชที่มีการบริโภคมากที่สุด โดยผลิตจากโปรตีนถั่วเหลือง (Soy Protein) มีลักษณะ รสสัมผัส และรูปลักษณ์คล้ายเนื้อสัตว์จริง มีส่วนผสมหลักคือ โปรตีนถั่วเหลืองเข้มข้น (Soy Concentrate) หรือโปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง (Soy Protein Isolate) ซึ่งผ่านกระบวนการแปรรูปให้มีเนื้อสัมผัสคล้ายเนื้อสัตว์  มี ประเภทได้แก่ ประเภทแห้ง ประเภทรีทอร์ท (Retort) ประเภทแช่แข็งและประเภทแช่เย็น

  1. Plant based milk หรือเครื่องดื่มที่ทำจากพืช เช่น ธัญพืช ถั่วเปลือกแข็ง (เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต อัลมอนด์) โดยนำมาบดและสกัดส่วนประกอบที่เป็นของเหลว ใช้ดื่มเพื่อทดแทนนมวัว เนื่องจากไม่มีแลคโตสจึงเหมาะสำหรับผู้ที่แพ้นมวัวหรือมีภาวะย่อยแลคโตสผิดปกติ (lactose intolerance) และเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่บริโภคมังสวิรัติ และผู้ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

  2. ผลิตภัณฑ์ทดแทนผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนยและเนยแข็งทำจากพืช โยเกิร์ตทำจากพืช

  3. ผลิตภัณฑ์ทดแทนไข่ที่ทำจากพืช

  4. ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ไอศครีม เครื่องปรุงอาหาร ฯลฯ

 

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชที่น่าสนใจ

ผลิตภัณฑ์ทดแทนปลาทูน่า บริษัท Mitsubishiseito  (https://www.msdm-hd.com/ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ทดแทนปลาทูน่าที่ทำจาก Konnyaku (Konjac) และสาหร่ายทะเล ใช้ชื่อ แบรนด์ว่า Osakana Kakumei ซึ่งจะออกจำหน่ายในปี 2016 คาดว่าราคาจำหน่ายจะอยู่ในระดับประมาณกิโลกรัมละ 2,000 เยน โดยมุ่งเป้าคือโรงพยาบาล สถานดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มผู้บริโภคที่รับประทานซาชิมิไม่ได้  นอกจากนั้นได้มีสินค้าทดแทนปลาทูน่าของบริษัท Mimic Seafood ของประเทศเสปนที่ใช้มะเขือเทศเป็นวัตถุดิบ ส่วนบริษัท Nippon Ham ใช้ผง Konnyaku และเส้นใยอาหารเป็นวัตถุดิบพร้อมทั้งใส่วัตถุดิบเสริมกลิ่นธาตุเหล็กซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะของปลาทูน่า  ในขณะที่บริษัท Azuma Foods ยังมีผลิตภัณฑ์ทดแทนอาหารทะเลอื่นๆ ได้แก่ ปลาแซลมอน และปลาหมึกอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เช่น แกงกะหรี่และซุปที่ใช้ผักและถั่วเป็นวัตถุดิบของบริษัท Kagome  น้ำสลัดซีซาร์ (Caesar Salad Dressing) ที่ใช้นมถั่วและมิโซะ เป็นวัตถุดิบ รวมทั้งซอสโบโลเนส (Bologness Sauce) ของบริษัท Kewpi ที่ใช้ Soy meat เป็นวัตถุดิบ เป็นต้น 

นอกจากนั้น มีร้านกาแฟที่เมืองโยโกฮามา ชื่อ Vee Sweets Café Yokohama  เป็นร้านที่เสิร์ฟอาหารและขนมหวานทุกประเภทซึ่งผลิตโดยไม่ใช้นม ไข่ ข้าวสาลีและน้ำตาลฟอกขาว เช่น แฮมเบอร์เกอร์ โดนัท ฯลฯ  อาหารทุกเมนูของร้านได้รับการชื่นชมว่าทั้งรูปลักษณ์และรสชาติไม่แตกต่างจากอาหารที่ใช้วัตถุดิบปกติเลย

สินค้าประเภทเครื่องดื่ม บริษัท Megumilk Snow Brand Co., Ltd. (https://www.meg-snow.com/plant_label/ผลิตสินค้าอาหารภายใต้แบรนด์ Plant Label เช่น นมที่ใช้ถั่วลันเตา (Green Pea) เป็นวัตถุดิบ ซึ่งมีโปรตีนสูง ไขมันต่ำและถั่วลันเตาเป็นถั่วที่ไม่ได้จัดอยู่ในอาหารที่มีความเสี่ยงภูมิแพ้

 

ระบบการรับรองสินค้าอาหารจากพืช

           ญี่ปุ่นได้เริ่มระบบให้การรับรองสินค้าอาหารจากพืช โดยอยู่ภายใต้การบริหารขององค์กรชื่อ Plant Based Lifestyle Lab หรือ P-Lab (https://pbl-lab.net/ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2021 โดยสามบริษัท คือ Pasona Group Inc. Fuji Oil Co., Ltd. และ Kagome Co., Ltd. ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 53 บริษัท โดย P-Lab มีบทบาท เช่น ทำการค้นคว้าวิจัยร่วม ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริโภคอาหาร จัดวางโครงสร้างพื้นฐานในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารจากพืช การสำรวจ รวมทั้งทำการสำรวจและวิเคราะห์ความเห็นผู้บริโภคเกี่ยวกับอาหารจากพืช เป็นต้น เมื่อเดือนมีนาคม 2025 ได้จัดตั้งและเริ่มใช้ระบบการให้การรับรองอาหารจากพืช ภายใต้เครื่องหมายรับรอง “Plant Base Certified”  (https://pbl-lab.net/certification/) เพื่อให้ผู้บริโภครู้จักและมีความมั่นใจในการเลือกสินค้าอาหารจากพืช ปัจจุบันมีสินค้าที่ได้รับการรับรองรวม 32 รายการของ บริษัทผู้ผลิต

           ระบบการให้การรับรองดังกล่าว กำหนดมาตรฐานวัตถุดิบที่ใช้ การใช้วัตถุเจือปนอาหาร การผลิตและ การแปรรูป การนำไปใช้ในธุรกิจบริการอาหาร รวมถึงการระบุบนฉลากสินค้า ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวเป็นระบบภาย ใต้ความสมัครใจโดยภาคเอกชนเอง มิใช่เป็นข้อกำหนดของภาครัฐ

             ในส่วนของมาตรฐาน JAS (Japan Agricultural Standard) สำหรับสินค้าอาหารจากพืช ปัจจุบันมีการกำหมดมาตรฐานสำหรับสินค้า Soy Meat หรือ เนื้อจากถั่วเหลือง และสินค้าปรุงแต่งที่ใช้ Soy meat 

 

แนวโน้มและอนาคตของตลาดสินค้าอาหารจากพืชในญี่ปุ่น

ในญี่ปุ่น กระแสความสนใจสินค้าอาหารจากพืชเห็นได้ชัดเจนจากการที่ซุปเปอร์มาร์เกตรายใหญ่ในหลายสาขามีการจัดมุมรวบรวมวางจำหน่ายสินค้าอาหารจากพืชโดยเฉพาะ บางแห่งมีสินค้าอาหารจากพืชวางจำหน่ายเป็นรายประเภทด้วย  ในร้านสะดวกซื้อทั่วไปก็สามารถหาซื้ออาหารจากพืชได้  ร้านอาหารที่มีเมนูซึ่งใช้อาหารจากพืชเป็นวัตถุดิบก็มีเพิ่มขึ้น  Tokyo Gas ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและผู้ให้บริการแก๊สรายใหญ่ของญี่ปุ่นได้เปิด   เวปไซต์ชื่อ weeeat! (https://weeeat.tokyogas-com.co.jp/เพื่อเป็นสื่อในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารเพื่อความยั่งยืน หรือ Sustainable Food ซึ่ง Plant based food ก็เป็นหนึ่งในหัวข้อที่นำเสนอ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีกระแสนิยมที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น แต่สินค้าอาหารจากพืชในตลาดญี่ปุ่นยังคงมีความ ท้าทายต่างๆ ที่รออยู่ เช่น

  1. การวิจัยพัฒนาสินค้ายังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความหลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคญี่ปุ่นที่ชอบแสวงหาสินค้าใหม่ๆ   อาหารจากพืชมักมีข้อกังวลในกลุ่มผู้บริโภคว่าอาจทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นบางอย่างไป เช่นประเภทโปรตีนหรือแร่ธาตุ  พบว่าได้มีการวิจัยพัฒนา เช่น การใช้ DHA (กรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมก้า-3) ที่ได้ตามธรรมชาติเสริมลงในผลิตภัณฑ์ทดแทนปลาทูน่า หรือ ผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์ Soy and Brown Rice Meat Substitute Fillet ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Maisen Co., Ltd. (https://www.maisen.co.jp/) ใช้ถั่วเหลืองและข้าวกล้องเป็นวัตถุดิบ โดยมีปริมาณโปรตีน 1.4 เท่าของโปรตีนที่ได้รับจากเนื้อวัว 100 กรัม แต่มีแคลอรี่ต่ำเพียง 1/3 เมื่อเทียบกับเนื้อวัว อีกทั้งยังมีเนื้อสัมผัสไม่ต่างกับเนื้อสัตว์ จะเห็นได้ว่าการวิจัยพัฒนาเพื่อทำให้เป็นอาหารที่สมบูรณ์ด้วยสารอาหารและรสชาติเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการขยายความต้องการของอาหารจากพืชให้มากขึ้น

  2. การผลิตอาหารจากพืชโดยไม่ใช้สารเติมแต่ง (Additives) เป็นแนวโน้มที่พบในสินค้าใหม่ๆของบริษัท ผู้ผลิตต่างๆ อาทิ บริษัท Sydecas Inc. (https://sydecas1.jimdoweb.com/) ได้พัฒนาอาหารจากพืชประเภทขนมขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ NinjaFoods ซึ่งใช้เทคโนโลยีพิเศษของบริษัทฯในการผลิต Konnyaku โดยไม่ใช้สาร Methyl Cellulose ซึ่งปกติใช้ในการทำให้ Konnyaku แข็งตัว และยังใช้ Konnyaku ผลิตเป็น Ninzia Paste ซึ่งนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารแปรรูปอื่นๆ เช่น Plant-based Kara-a-ge  หรือผลิตภัณฑ์เลียนแบบไก่ทอดคาราอะเกะ (Kara-a-ge) ที่ทำจากพืช เป็นต้น 

  3. การลดระดับราคาอาหารจากพืช  ปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่าราคาของผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง เนื่องจากการพัฒนาอาหารจากพืชต้องใช้การลงทุนสูงในการทำการวิจัยหรือตั้งโรงงาน ซึ่งทำให้ผู้บริโภคลังเลที่จะเลือกซื้อเมื่อเปรียบเทียบกับอาหารจากสัตว์ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของราคาอาหารสัตว์และต้นทุนการผลิตเนื้อสัตว์ที่สูงขึ้นก็อาจช่วยให้อาหารจากพืชมีความได้เปรียบเพิ่มขึ้นในเชิงแข่งขัน และหากความต้องการอาหารจากพืชขยายตัว ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงได้ ซึ่งจะกระตุ้นให้ตลาดอาหารจากพืชขยายตัวมากขึ้นได้ในอนาคต

 

บทสรุปและข้อคิดเห็นสำหรับผู้ผลิตผู้ส่งออกไทย

           มีการคาดการณ์ว่า สินค้าอาหารจากพืชมีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อไป จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตผู้ส่งออกไทยที่สนใจตลาดญี่ปุ่น จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า ผู้บริโภคที่ให้ความสนใจและบริโภคอาหารจากพืชเป็นกลุ่มคนที่ใส่ใจกับสุขภาพ และมีสัดส่วนสูงในกลุ่มผู้บริโภคสตรี  การพัฒนาสินค้าอาหารจากพืชเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชเป็นสิ่งช่วยกระตุ้นการขยายความต้องการของผู้บริโภค ในขณะเดียวกันแม้ว่าผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าอาหารจากพืช แต่ระดับราคาและภาพพจน์ของผู้บริโภคที่คิดว่ารสชาติไม่ดียังเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งการขยายตัว ดังนั้น การพัฒนาสินค้าใหม่ๆที่มีรสชาติอร่อย และมีระดับราคาที่เหมาะสมจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ผลิตผู้ส่งออกไทยต้องพิจารณาเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับสินค้าไทยในตลาดญี่ปุ่น

มกราคม 2569

 

ที่มาข้อมูล  

  1. รายงานเรื่อง “Mitsuiseito is planing to supply plant based Maguro from Year 2026(三井製糖、2026年から植物性マグロの提供を計画 ) โดย Foovo 5 ตค.2025 (https://foodtech-japan.com/2025/10/05/msdm/

  2. รายงานเรื่อง “The first in Japan, the establishment of plant based food certified system” (日本初、プラントベース食品の認証制度が確立  โดย Diamond Chain Store Online 19 สค. 2025 (https://diamond-rm.net/sales-promotion/product-strategy/519784/

  3. รายงานเรื่อง “A research on plant based food” プラントベースフードに関する調査   โดย Fuji News Network Prime Online 5 มิย. 2025 (https://www.fnn.jp/articles/-/882701)

  4. Japan Soy Meat Association (日本大豆ミート協会)(https://www.soymeat.jp/plant-based-meat/basic/

  5. รายงานเรื่อง “If only vegetalia, it’s no enough. Must be healthy and delicious plant based food, continuing by major food producers” (ベジタリアンだけじゃもったいない…おいしくてヘルシー 植物由来食品、大手メーカーも続々โดย Yomiuri Newspaper online 9 เมย. 2025 (https://www.yomiuri.co.jp/national/20250409-OYT1T50115/

  6. รายงานเรื่อง “Demand of plant based food is increasing due to health and environmental concerns” (健康志向や環境への配慮から需要増のプラントベースフード โดย Diamond Chain Store Online 21 กพ. 2025 (https://diamond-rm.net/sales-promotion/item-trend/505871/

  7. รายงานเรื่อง “The newest trend in food technology, plant based meat (フードテック最新トレンド 植物肉プラントベース)โดย Future Food Fund 6 พย. 2024 

    (https://futurefoodfund.co.jp/stories/plantbased

     

 

 

การเติบโตของตลาดสินค้าอาหารจากพืชในญี่ปุ่น.pdf
Share :
Instagram