
ตลาดขนมหวาน (Confectionery) ในสหรัฐอเมริกายังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยทำสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 55 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025 จากรายงาน “State of Treating 2026” ซึ่งจัดทำและเผยแพร่โดยสมาคมผู้ผลิตขนมหวานแห่งชาติ (National Confectioners Association: NCA) สะท้อนให้ เห็นว่า ช็อกโกแลต ลูกอม หมากฝรั่ง และมินต์ ยังคงเป็นสินค้ายอดนิยมที่ครองใจผู้บริโภคชาวอเมริกัน แม้จะอยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนก็ตาม
ขณะเดียวกันสมาคม NCA ยังประเมินว่า ตลาดมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มขึ้นอีก 7.3 พันล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 5 ปีข้างหน้า และจะแตะระดับ 62.2 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030 โดยครอบคลุมทุกช่องทางการจัดจำหน่าย
แม้ผู้บริโภคชาวอเมริกันมีความระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ขนมหวานยังคงทำหน้าที่เป็น “Small Luxury” หรือ ความสุขเล็ก ๆ ที่เข้าถึงได้ง่าย โดยในปี 2025 พบว่า ร้อยละ 99.8 ของครัวเรือนในสหรัฐฯ มีการซื้อสินค้ากลุ่มนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง สะท้อนบทบาทสำคัญของขนมหวานในฐานะสิ่งเติมเต็มความสุขทั้งในชีวิตประจำวันและในโอกาสพิเศษ
ในด้านพฤติกรรมผู้บริโภค นายจอห์น ดาวน์ส ประธานและซีอีโอของสมาคม NCA ระบุว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการตัดสินใจซื้ออย่างมีเหตุผลและมีเป้าหมายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขนมหวานยังคงรักษาตำแหน่งในตะกร้าสินค้าได้อย่างมั่นคงจากการผสมผสานระหว่างความคุ้นเคยของแบรนด์เดิมและการพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ ในรายงานได้ชี้ให้เห็นถึง 4 แนวโน้มสำคัญที่เป็นพลังขับเคลื่อนตลาดขนมหวานในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งได้แก่
สินค้าฤดูกาล ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในเทศกาลสำคัญๆ เช่น วันวาเลนไทน์ อีสเตอร์ ฮาโลวีน และเทศกาลปลายปี ขนมหวานสร้างยอดขายรวมถึงร้อยละ 63 ของตลาดทั้งหมด ขณะเดียวกัน การบริโภคยังขยายไปสู่โอกาสอื่น ๆ เช่นกัน เช่น เทศกาลวันแม่ เทศกาลวันพ่อ และ วันชาติสหรัฐ
การเติบโตของตลาดสะท้อนความแตกต่างตามช่วงวัย โดยช็อกโกแลตยังคงครองสัดส่วนหลักที่ ร้อยละ 51.7 ของยอดขายทั้งหมด และยังเป็นที่นิยมในผู้บริโภคกลุ่มเบบี้บูมเมอร์โดยเฉพาะช็อกโกแลตนมและช็อคโกแลตดาร์กแบบดั้งเดิม ในขณะที่ลูกอมประเภทที่ไม่ใช่ช็อกโกแลตมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 33 ในปี 2015 เป็นร้อยละ 40.9 ในปี 2025 โดยกลุ่ม Gen Z และ Millennials มีแนวโน้มเลือกบริโภคลูกอมประเภทกัมมี่ เคี้ยวหนึบ และแบบฟรีซดราย มากขึ้น
กระแส “ย้อนยุคผสานนวัตกรรม” (Nostalgia + Innovation) กำลังได้รับความนิยม ผู้บริโภคประมาณ 1 ใน 3 โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ สนใจขนมในตำนานที่ถูกนำกลับมาจำหน่ายอีกครั้งในรูปแบบดั้งเดิม ขณะเดียวกันก็เปิดรับรสชาติใหม่ การผสมผสานรสชาติ และประสบการณ์ด้าน เนื้อสัมผัสที่แปลกใหม่ โดยแพลตฟอร์มอย่าง TikTok มีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้และกระตุ้นการทดลองสินค้า
ขนมหวานยังคงมีบทบาทในด้านอารมณ์และความรู้สึก ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่า ขนมหวานช่วยสร้างความสุขและเป็นส่วนหนึ่งของความสมดุลระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพใจ ผู้บริโภคมากกว่าร้อยละ 80 เห็นว่าการบริโภคขนมหวานเป็นครั้งคราวเป็นเรื่องเหมาะสมโดยเฉลี่ยชาวอเมริกันบริโภคขนมหวานสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ในปริมาณพลังงานที่ไม่สูงนัก
ข้อคิดเห็น
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้สภาพเศรษฐกิจในสหรัฐฯ จะคงมีความท้าทายเพียงใดแต่ตลาดขนมหวานยังคงเป็นหนึ่งในหมวดสินค้าที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องและมีความยืดหยุ่นสูง ไม่เพียงเติบโตด้วยรสชาติความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ตลาดสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากทั้งปัจจัยพฤติกรรมผู้บริโภค ด้านอารมณ์ และนวัตกรรมสินค้า ผู้บริโภคยังยอมจ่ายกับความสุขเล็ก ๆ น้อยๆ ขนมหวานจึงถูกสื่อสารให้เป็น “รางวัลให้ตัวเอง” มากกว่าสินค้าทั่วไป
อย่างไรก็ตามตลาดขนมหวานในสหรัฐฯ มีการแข่งขันสูง และสัดส่วนตลาดถูกครองด้วยแบรนด์ใหญ่ๆ ผู้ประกอบการอาจพิจารณา การยกระดับบรรจุภัณฑ์ให้ดูพรีเมียมขึ้น หรือ การออกแบบสินค้าขนาดเล็กและราคาที่เข้าถึงง่าย แต่ยังดูมีคุณค่า หรือเลือกการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม การปรับรสชาติ หรือ สูตร ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคของชาวอเมริกันที่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เช่น การลดปริมาณน้ำตาล การใช้วัตถุดิบธรรมชาติ หรือปลอด Gluten หรือกลุ่มที่นิยม Vegan เป็นต้น
ผู้ประกอบการไทยที่สนใจขยายตลาดมายังสหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ มาตรฐานของ U.S. Food and Drug Administration (FDA) รวมทั้งการจัดทำฉลากโภชนาการ และส่วนผสมที่ตรงกับฉลากและมีความถูกต้อง
นอกจากนี้ งานแสดงสินค้า Sweets & Snacks Expo จัดเป็นงานแสดงสินค้านานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอเมริกาเหนือ และเป็นศูนย์รวมเทรนด์และนวัตกรรมสินค้าที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เดิมจัดขึ้นที่นครชิคาโก แต่ปัจจุบัน สมาคม NCA ได้หมุนเวียนจัดขึ้นที่เมือง Indianapolis รัฐ Indiana และเมือง Las Vegas รัฐ Nevada และในปีนี้กำหนดจัดขึ้นที่เมือง LasVegas ระหว่างวันที่ 19-21 พฤษภาคม 2569 และที่เมือง Indianapolis ระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2570