fb
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
อินเดียก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเติบโตด้านพลังงานโลก คาดมีส่วนผลักดันการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกกว่าครึ่งภายในปี 2578

อินเดียก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเติบโตด้านพลังงานโลก คาดมีส่วนผลักดันการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกกว่าครึ่งภายในปี 2578

โดย
Lawrence
ลงเมื่อ 12 มิถุนายน 2569 16:19
สคต. ณ เมืองเจนไน (อินเดีย) (TTC, Chennai (India))
2

นายอิกอร์ เซชิน (Igor Sechin) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย Rosneft กล่าวในการประชุม St. Petersburg International Economic Forum (SPIEF) 2026 ว่าอินเดียกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก และคาดว่าจะมีส่วนผลักดันการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกประมาณร้อยละ 50 ภายในปี 2578นอกจากนี้ ยังมีส่วนต่อการเพิ่มขึ้นของการใช้ไฟฟ้าของโลกประมาณร้อยละ 15 ภายในปี 2578

โดยนายเซชินระบุว่า เศรษฐกิจอินเดียเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของการใช้พลังงานโลก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการผลิต การขยายตัวของเมือง และการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลาง ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ไฟฟ้า และพลังงานภาคอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากการประเมินที่อ้างอิงข้อมูลของ IEA สำนักงานพลังงานสากล (International Energy Agency: IEA) คาดว่าการบริโภคน้ำมันของอินเดียจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 44 ภายในปี 2578 แตะระดับเกือบ 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่อุปสงค์น้ำมันโลกโดยรวมจะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 5 ในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ความต้องการใช้ไฟฟ้าของอินเดียคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 80 สู่ระดับเกือบ 3,000 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) ซึ่งใกล้เคียงกับระดับการใช้ไฟฟ้าของสหภาพยุโรปในปัจจุบัน

โดยมีปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตดังกล่าว ได้แก่ การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตัวของภาคการผลิต การย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เขตเมือง การเติบโตของชนชั้นกลาง ตลอดจนการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ซึ่งล้วนเป็นภาคส่วนที่ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก

ทั้งนี้ ยังคาดการณ์ว่าการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์พลังงานในอินเดียจะส่งผลต่อทิศทางตลาดพลังงานโลกในหลายมิติ ทั้งการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าน้ำมันดิบ การขยายการลงทุนในธุรกิจโรงกลั่น พลังงานหมุนเวียน ระบบสายส่งไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อันส่งผลให้อินเดียกลายมาเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในด้านความมั่นคงพลังงานและความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศ

บทสรุป

ข้อมูลจาก Rosneft และการคาดการณ์ของ IEA สะท้อนให้เห็นว่า อินเดียกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเติบโตด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยคาดว่าจะมีส่วนต่อการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกประมาณครึ่งหนึ่ง และมีส่วนต่อการเพิ่มขึ้นของการใช้ไฟฟ้าโลกประมาณร้อยละ 15 ภายในปี 2578 การขยายตัวดังกล่าวเป็นผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาเมือง การขยายตัวของชนชั้นกลาง และการเร่งลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลให้อินเดียมีอิทธิพลต่อทิศทาง การลงทุนและตลาดพลังงานโลกมากยิ่งขึ้นในอนาคต

โอกาสและผลประโยชน์สำหรับประเทศไทย

การขยายตัวของความต้องการพลังงานในอินเดียเปิดโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทยในหลายสาขา อาทิ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบบริหารจัดการพลังงาน อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ระบบกักเก็บพลังงาน แบตเตอรี่ วัสดุและอุปกรณ์สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงบริการด้านวิศวกรรมและการก่อสร้าง นอกจากนี้ การลงทุนจำนวนมากในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยังอาจสร้างความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าวได้

ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะมาจากคำกล่าวของนาย Igor Sechin ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Rosneft ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมน้ำมันของรัสเซีย แต่แนวโน้มที่อินเดียจะเป็นแหล่งการเติบโตสำคัญของอุปสงค์พลังงานโลกในระยะยาวนั้น สอดคล้องกับการประเมินของ IEA และสถาบันด้านพลังงานระหว่างประเทศหลายแห่งที่มองว่า อินเดียจะเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนความต้องการใช้พลังงานของโลกในช่วงทศวรรษข้างหน้า อันเป็นผลจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การพัฒนาเมือง การเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลาง และการลงทุนด้านอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง

การขยายตัวของอุปสงค์พลังงานดังกล่าวมีแนวโน้มส่งผลให้อินเดียมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นต่อทิศทางตลาดพลังงานโลก ทั้งในด้านการนำเข้าน้ำมันดิบ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนการกำหนดนโยบายและความร่วมมือด้านความมั่นคงพลังงานระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้อินเดียมีอิทธิพลต่อทิศทางการลงทุนและการพัฒนาตลาดพลังงานโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต

สำหรับประเทศไทย แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากการขยายตัวของการลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในอินเดีย โดยเฉพาะในสาขาที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบสายส่งไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นภาคส่วนที่มีความต้องการสินค้า วัสดุ อุปกรณ์ และบริการสนับสนุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันอาจเอื้อต่อการขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในระยะต่อไป

นอกจากนี้ พื้นที่อินเดียตอนใต้ โดยเฉพาะรัฐทมิฬนาฑู รัฐเตลังคานา และรัฐอานธรประเทศ กำลังได้รับการลงทุนอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ศูนย์ข้อมูล อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ภูมิภาคดังกล่าวมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีแห่งใหม่ของอินเดีย

อย่างไรก็ตาม แม้อินเดียจะยังคงมีความต้องการใช้น้ำมันและเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้นในระยะกลางถึงระยะยาว แต่รัฐบาลอินเดียยังคงเดินหน้าผลักดันเป้าหมายด้านพลังงานสะอาด การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การเติบโตของอุปสงค์พลังงานในอินเดียจึงมีแนวโน้มเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการเร่งลงทุนในพลังงานสะอาด เทคโนโลยีสีเขียว และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสมัยใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาครัฐและภาคเอกชนไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แหล่งที่มา 

  1. Business Standard. “India's Energy Demand Boom to Reshape Global Markets: Rosneft Chief.” Published on 7 June 2026.

  2. The Economic Times. “India to Account for Half of Global Oil Demand Growth Over Next Decade: Rosneft CEO.” Published on 6 June 2026.

  3. Moneycontrol. “India to Account for Half of Global Oil Demand Growth Over Next Decade: Rosneft CEO Igor Sechin.” Published on 6 June 2026.

  4. Rosneft. “Igor Sechin Presented the Keynote Report at the SPIEF-2026 Energy Panel.” Published on 6 June 2026.

  5. International Energy Agency (IEA). Long-term Energy Demand Projections and Outlook referenced in SPIEF 2026 remarks.

Weekly News Page 9 - 12 Jun 2026 (1).pdf
Share :
Instagram