
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจทุเรียน “ส่งออกสู่จีน” ได้จัดขึ้น ณ นครคุนหมิง กิจกรรมดังกล่าวจัดโดยสำนักงานกิจการพัฒนาการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จีน กรมพาณิชย์มณฑลยูนนาน โดยมีศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจและการค้าลุ่มแม่น้ำล้านช้าง–แม่น้ำโขง และสมาคมการค้าระหว่างประเทศมณฑลยูนนานร่วมเป็นหน่วยงานดำเนินการจัดงาน งานดังกล่าวมุ่งเน้น การพัฒนาระบบห่วงโซ่อุตสาหกรรมทุเรียนและการจับคู่ซื้อขายสินค้าให้ตรงตามความต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ

งานดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ หน่วยงานของประเทศสมาชิกอาเซียนที่ประจำ ณ นครคุนหมิง เช่น ไทย ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย บริษัทผู้เพาะปลูกและส่งออกทุเรียนกว่า 40 แห่งจากไทย ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็น และผู้ให้บริการแปรรูปสินค้ากว่า 90 รายจากมณฑลยูนนาน เซี่ยงไฮ้ กวางตุ้งและเสฉวน ซึ่งผู้เข้าร่วมงานดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การเพาะปลูก การคัดแยกผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว ห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดน การค้าส่งและค้าปลีก การค้าชายแดน การจัดจำหน่ายทางอีคอมเมิร์ซ ในงานดังกล่าวได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งจะ ทำให้ช่วยลดอุปสรรคด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการต้นน้ำและปลายน้ำ และเกิด การจับคู่ระหว่างผู้ผลิตกับผู้ซื้อในประเทศจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จาก “ทางผ่าน” สู่ “ศูนย์กลางรวบรวมและกระจายสินค้า” : ยูนนานเร่งปลดล็อคศักยภาพด้านเส้นทางขนส่ง
ปัจจุบันจีนได้กลายเป็นหนึ่งในประเทศผู้บริโภคทุเรียนรายสำคัญของโลก โดยในช่วงเดือนมกราคม - กันยายน 2569 จีนนำเข้าทุเรียนสดรวมทั้งสิ้น 2,039,700 ตัน คิดเป็นมูลค่านำเข้า 55,258 ล้านหยวน โดยมณฑลยูนนานมีสัดส่วนการนำเข้าทุเรียนมากกว่าร้อยละ 25 ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของจีน จากเดิมที่เป็นเพียงจุดผ่านแดน แต่ปัจจุบันถือว่าได้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญใน การรวบรวมและกระจายทุเรียนทางบกของจีน
คุณเติ้ง โป รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการพัฒนาการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวว่า แนวโน้มการนำเข้าสินค้าของจีนมีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าในอนาคตจะสามารถเปลี่ยนจากความตั้งใจร่วมมือเป็นคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นในมณฑลยูนนาน เนื่องมาจากข้อได้เปรียบของมณฑลยูนนานในด้านการเป็นศูนย์กลางเส้นทางคมนาคม การรวบรวมและกระจายสินค้า และสภาพแวดล้อมเชิงนโยบาย หลังจากเปิดใช้บริการรถไฟลาว-จีน รถไฟขนส่งสินค้าแบบ Cold Chain “Lancang-Mekong Express” สามารถลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนได้ อย่างมาก และด่านจำเพาะนำเข้าผลไม้อย่างด่านโม่ฮานและเหอโข่วก็สามารถขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากที่นครคุนหมิงเข้ามาบริหารจัดการโม่ฮาน ก็เกิดนโยบายต่าง ๆ เพิ่มขึ้น และมี การพัฒนาตลาดค้าส่งผลไม้ไห่กวางซิง คลังสินค้า Cold Chain และสิ่งอำนวยความสะดวกด้าน การคัดแยกสินค้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระบวนการตั้งแต่ขั้นตอนการนำเข้า รวบรวมและกระจายสินค้าสู่เมืองเอกของมณฑล และกระจายสินค้าไปทั่วจีนมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
คุณหลี่ อี้ รองผู้อำนวยการกรมพาณิชย์มณฑลยูนนานกล่าวเพิ่มเติมว่า มณฑลยูนนานจะเดินหน้าปรับปรุงขั้นตอนการผ่านพิธีศุลกากร แก้ไขข้อบกพร่องในโครงสร้างพื้นฐานห่วงโซ่ความเย็นข้ามพรมแดน และมีความยินดีต้อนรับบริษัททุเรียนจากทุกประเทศให้ขยายตลาดเข้าสู่ตลาดจีนผ่านความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง
จาก “การแข่งขันด้วยราคา” สู่ “การแข่งขันด้วยระบบ” : เชื่อมโยงผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมอย่างตรงจุด
ในช่วงการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมทุเรียน มีผู้แทนจากบริษัทต่าง ๆ ที่ดำเนินธุรกิจในแหล่งผลิตต่างประเทศ การนำเข้าภายในประเทศ การขนส่งสินค้า Cold Chain ข้ามพรมแดน เช่น บริษัท Hekou Sutao Trading Co., Ltd. บริษัท Kaset Pechpol Kaona และบริษัท Sichuan Langhao Import & Export Group Co., Ltd. เพื่อแบ่งปันแนวทางการปลูกสวนผลไม้ที่เป็นมาตรฐาน การผ่านพิธีศุลกากร การกระจายสินค้าในตลาดภายในประเทศ และการรักษาความสดของผลไม้ด้วยระบบห่วงโซ่ Cold Chain ร่วมกันจัดการปัญหาและอุปสรรคในด้านการค้าข้ามพรมแดน
ผู้เข้าร่วมงานหลายรายมีความเห็นว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมทุเรียนกำลังเปลี่ยนจาก การแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การแข่งขันภาพรวม รวมถึงด้านคุณภาพ การตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน โดยการขนส่งทางบกและการขนส่งทางทะเลต่างส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการกระจายทุเรียนภายในประเทศ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งอุตสาหกรรมทุเรียนยังได้ขยายจากการค้าผลไม้สดไปสู่การจำหน่ายเนื้อทุเรียนแช่แข็ง การแปรรูปขั้นสูง และประโยชน์จากผลพลอยได้อื่น ๆ อย่างครบวงจรอีก ส่วนรูปแบบความร่วมมือได้เปลี่ยนจากการซื้อขายเป็นรายครั้งในระยะสั้น ไปสู่การสร้างความร่วมมือระยะยาวที่ยั่งยืน ซึ่งรวมถึง การพัฒนาแหล่งผลิตและยอมรับมาตรฐานร่วมกัน
ในช่วงเสวนาโต๊ะกรมเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมทุเรียน ผู้แทนจากสมาคมทุเรียนนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยูนนาน และบริษัท Guangzhou Rongye Agricultural Products Co., Ltd. ได้ร่วมอภิปรายในประเด็นต่าง ๆ เช่น การขึ้นทะเบียนสวนผลไม้เพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน ระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา และความร่วมมือในระยะยาวด้านการผลิตและจำหน่าย มีการระดมความคิดเพื่อค้นหาแนวทางใหม่ ๆ สำหรับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ทั้งนี้ ในการจับคู่เจรจาทางธุรกิจได้ดำเนินในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ มีผู้ประกอบการหลายรายสามารถตกลงความร่วมมือได้สำเร็จ และจะได้ร่วมมือผลักดันให้การเจรจาเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
ในระยะต่อไป มณฑลยูนนานจะยังคงแสดงบทบาทในการเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคม โดยจะปรับปรุงบริการด้านพิธีศุลกากร สนับสนุนสิ่งอำนวยความสะดวกด้านระบบขนส่งแบบ Cold Chain ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตลอดจนผลักดันการค้าทุเรียนและการพัฒนาด้านการแปรรูป ส่งเสริม การพัฒนาการค้าสินค้าเกษตรข้ามพรมแดนที่มีคุณภาพสูง ปรับเปลี่ยนปริมาณผู้เข้าร่วมในอุตสาหกรรมทุเรียนมาเป็นการเติบโตของอุตสากรรมที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้
ความคิดเห็น สคต.
กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลให้ผู้ประกอบการเข้าใจถึงสถานการณ์ทุเรียนในตลาดจีน ปัญหาการนำเข้า และสร้างโอกาสในการพบปะและเจรจาธุรกิจสินค้าทุเรียนกับผู้ประกอบการจีน ยังสะท้อนให้เห็นบทบาทของมณฑลยูนนานในการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ รวมถึงการค้าและกระจายทุเรียนไทยสู่ตลาดจีนในภูมิภาคอื่น ๆ โดยอาศัยความได้เปรียบด้านการขนส่งสินค้าที่มี ความหลากหลาย ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้ทุเรียนไทยเข้าถึงตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรปรับตัวจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การเน้นคุณภาพให้มีความสดใหม่ รักษามาตรฐานความปลอดภัย และคุณภาพของทุเรียนไว้ เพื่อรักษาสัดส่วนการตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิต ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้นำเข้าและผู้บริโภค ชาวจีนได้เป็นอย่างดี
*************************************
แหล่งที่มา : https://mp.weixin.qq.com/s/4SJBXcKb6zr_ju4ePjDXeg
สคต. คุนหมิง