
งานแสดงสินค้าเครื่องสำอางและธุรกิจความงาม COSMOPROF Worldwide Bologna 2026 ครั้งที่ 57 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 มีนาคม 2568 ณ เมืองโบโลญญา สาธารณรัฐอิตาลี มีผู้เข้าชมงานมากกว่า 255,500 ราย จาก 150 ประเทศ (มาจากต่างประเทศ 54% และมาจากอิตาลี 46%) และมีบริษัทชั้นนำด้านความงามและสุขภาพจำนวนกว่า 3,128 ราย (มาจากต่างประเทศ 78% และเป็นบริษัทอิตาเลียน 22%) ที่ได้นำเสนอแบรนด์มากกว่า 10,000 แบรนด์ จาก 65 ประเทศ ใน 37 อาคาร บนพื้นที่กว่า 200,000 ตารางเมตร เป็นงานแสดงสินค้าเพื่อการเจรจาธุรกิจโดยเฉพาะ (B2B) โดยงานฯ ในปีนี้ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของอุตสาหกรรมความงามที่อิตาลีและทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญและการเชื่อมต่อตลาดความงามจากทั่วโลก โดยเฉพาะการขยายตัวสู่ฝั่งเอเชียและตะวันออกกลาง เน้นเรื่องการนำปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล และการผลิตที่ยั่งยืนมาใช้ในอุตสาหกรรมความงาม
COSMOPROF Worldwide Bologna เป็นงานแสดงสินค้าในอุตสาหกรรมความงามระดับโลกที่สำคัญที่สุด คลอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ จัดโดย BolognaFiere Group และสมาคมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางอิตาลี ซึ่งในครั้งนี้ 56% ของ ผู้แสดงสินค้ามาจากภูมิภาคยุโรป (22% เป็นบริษัทจากอิตาลี) และ 44% มาจากภูมิภาคอื่นนอกเหนือจากยุโรป (78% เป็นบริษัทจากทั่วโลกนอกเหนือจากอิตาลี) นอกจากนี้ยังมีบริษัทจำนวน 37% ที่เข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก อีกทั้ง ด้วยความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี และสำนักงานส่งเสริมการค้าต่างประเทศและการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศของอิตาลี (ICE - Agenzia per la promozione all'estero e l'internazionalizzazione delle imprese italiane) จากข้อมูลของ Euromonitor International ตลาดความงามทั่วโลกในปี 2025 มีมูลค่าสูงกว่า 587,000 ล้านยูโร โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมและเวชสำอาง ยังคงเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2026 นอกจากนี้ การจัดงานในปีนี้ถูกเลื่อนให้ไม่อยู่ในช่วงเดือนรอมฎอน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือเข้าร่วมได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวพาวิลเลียนประจำชาติใหม่ๆ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย เบลเยียม โปรตุเกส และฮังการี
COSMOPROF Worldwide Bologna 2026 แบ่งออกเป็น 3 โซนหลักตามกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1) Cosmopack พื้นที่จัดแสดงที่ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางทั้งหมดตั้งแต่วัตถุดิบ ส่วนผสม บรรจุภัณฑ์ เทคโนโลยีการผลิต หุ่นยนต์ เครื่องจักร และการรับจ้างผลิต ประกอบด้วยบริษัทกว่า 600 แห่งจาก 37 ประเทศ 2) Cosmo Perfumery & Cosmetics พื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์สกินแคร์ น้ำหอม ไปจนถึงแบรนด์ระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีความงามปัญญาประดิษฐ์ มีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 1,300 ราย จาก 56 ประเทศ 3) Cosmo Hair Nail & Beauty Salon พื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเล็บ ผม สปา และ beauty salon ผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 1,000 ราย จาก 50 ประเทศ
แนวโน้มการตลาดที่สำคัญในงาน COSMOPROF Worldwide Bologna 2026
COSMOPROF Worldwide Bologna 2026 ยังคงตอกย้ำสถานะงานแสดงสินค้าความงามระดับโลกที่เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและนำเสนอนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแนวคิดความยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้สำหรับการกำหนดและรักษาจุดยืนของแบรนด์และสินค้าในตลาด ดังนั้น อุตสาหกรรมความงามจึงต้องพัฒนาแนวทางอย่างเป็นระบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ปัญหาโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบัน

จากรายงานของ CosmoTrends จัดทำโดยสถาบันวิเคราะห์เทรนด์ระดับโลก BEAUTYSTREAMS พบว่าทิศทางของอุตสาหกรรมมีแนวโน้มการพัฒนาที่มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวพรรณ หนังศีรษะ และเส้นผม ผ่านการใช้ส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ในระดับเซลล์เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูตนเองอย่างเป็นระบบ (in-out longevity) มากกว่าการเพียงแค่ปกปิดริ้วรอยภายนอก ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของตลาดผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันที่มีมูลค่าการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสากล นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของชีวเทคโนโลยีและนวัตกรรมเลียนแบบธรรมชาติ หรือ Biotech & Biomimetic Beauty ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างสารสกัดจากธรรมชาติเข้ากับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างสารออกฤทธิ์ที่มีความบริสุทธิ์และปลอดภัยสูง ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์สำหรับเส้นผมและผลิตภัณฑ์ที่เน้นประสบการณ์ด้านประสาทสัมผัสเช่น สูตรผลิตภัณฑ์ที่ให้ความรู้สึกเย็นสบาย หรือเนื้อสัมผัสที่สามารถปรับเปลี่ยนสถานะได้ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการผลลัพธ์ทันทีและความผ่อนคลายจากการ ใช้งานผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมิลาน ได้เข้าเยี่ยมชมงานแสดงสินค้า COSMOPROF Worldwide Bologna 2026 และได้เข้าเยี่ยมพบผู้ผลิตรายสำคัญที่เป็นผู้นำตลาดในอุตสาหกรรมความงามเพื่อศึกษาแนวโน้มตลาด สร้างเครือข่ายและโอกาสในการร่วมงาน พบว่าเทรนด์ความงามในปี 2569 มุ่งเน้นการหลอมรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงเข้ากับกระแสความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ โดยหัวใจสำคัญคือการดูแลแบบองค์รวมผ่านแนวคิด In & Out Beauty ที่ผสานการใช้เครื่องสำอางร่วมกับอาหารเสริมเพื่อผลลัพธ์เชิงฟื้นฟู การยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคด้วย Sensorial Innovation ที่สร้างเนื้อสัมผัสแปลกใหม่และเทคโนโลยีคุมอุณหภูมิในอุปกรณ์ความงาม รวมถึงการชูจุดเด่นเรื่อง Clean & Vegan Beauty ที่ต้องมีมาตรฐานรองรับชัดเจน นอกจากนี้ ผู้ผลิตรายใหญ่ในอิตาลียังปรับตัวสู่การเป็นคู่คิดเชิงกลยุทธ์ที่ไม่ได้เพียงแค่รับจ้างผลิต แต่ยังสนับสนุนด้านการตลาด งานออกแบบ และการปรับโมเดลธุรกิจให้ยืดหยุ่นเพื่อรองรับ การเติบโตของแบรนด์ในระดับสากล โดยผู้จัดงานฯ ได้คัดเลือกผู้ผลิตรายใหญ่ที่เป็นผู้นำเทรนด์ในตลาดดังนี้
เทรนด์ In & Out Beauty เป็นเทรนด์ที่มาแรงที่สุดคือการผสานระหว่างอาหารเสริม (Supplements) และเครื่องสำอาง (Skincare) เข้าด้วยกันเพื่อการดูแลแบบองค์รวม โดยบริษัทผู้นำตลาดที่สำนักงานเข้าเยี่ยมพบ ได้แก่
Biofarma Group เน้นนวัตกรรมที่ทลายเส้นแบ่งระหว่างสุขภาพและความงาม โดดเด่นด้วย 3D Spinning Mask มาสก์ใยอาหารเสริมละลายเข้าผิวใน 30 วินาที
Fine Cosmetics นำเสนอแนวคิด Synergy Concept คือการจัดเซตผลิตภัณฑ์แบบคู่ (กินและทา) เช่น ผลิตภัณฑ์ดูแลเฉพาะจุดหรือดูแลเรียวขา เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าการทาเพียงอย่างเดียว
เทรนด์ High-Tech & Format Innovation เป็นการใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเพื่อสร้างความต่างด้านเนื้อสัมผัสและรูปแบบผลิตภัณฑ์ บริษัทผู้นำตลาดที่สำนักงานเข้าเยี่ยมพบ ได้แก่
Technocosmesi เป็นผู้นำด้าน Process Technology เช่น การทำแป้งแบบ Baked การฉีดรูปแบบExtrusion และ Softgel เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสร้างความแปลกใหม่ให้ตัวสินค้า
Intercos ในฐานะยักษ์ใหญ่ของโลก (Global Benchmark) เน้นการเป็น International Platform ที่ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ (Make-up/Skincare/Hair/Fragrance) รองรับแบรนด์ระดับโลกที่ต้องการมาตรฐานสูงสุด
เทรนด์ Clean & Vegan & Purposeful Beauty เน้นความยั่งยืนที่ไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นมาตรฐานการผลิต โดยเฉพาะจากฝั่งอิตาลี บริษัทผู้นำตลาดที่สำนักงานเข้าเยี่ยมพบ ได้แก่
B.Kolormakeup (Givaudan Group) เน้นความเป็น Concept-driven และความยืดหยุ่นสูง สูตรผลิตภัณฑ์ 99.9% เป็น Vegan & Talc-free มีฐานข้อมูลสูตรกว่า 10,000 สูตรที่ปรับแต่งได้ตามใจ ซึ่งมีกลยุทธ์ช่วยลดต้นทุน โดยการผลิตเนื้อสินค้า (Bulk) จากอิตาลีแล้วส่งมาบรรจุที่ไทยเพื่อลดภาษี แต่ยังคงภาพลักษณ์ Made in Italy
เทรนด์ Professional Hair & Scalp Care การยกระดับการดูแลเส้นผมให้ลึกถึงระดับโครงสร้างและการดูแลหนังศีรษะ บริษัทผู้นำตลาดที่สำนักงานเข้าเยี่ยมพบ ได้แก่
Beautynova ด้วยคอนเซปต์ Hair with Care วิเคราะห์ผมตามความพรุนของเซล์เส้นผม ใช้เทคโนโลยี Liposome นำพาสารบำรุงลึก และมีสีย้อมผมออร์แกนิกไร้แอมโมเนีย
Pettenon Cosmetics เน้นการเป็นคู่คิดธุรกิจ หรือCo-designer มากกว่าการเป็นแค่โรงงาน มีบริการ สอนเทคนิคและช่วยงานกราฟิก/การตลาด จุดเด่นคือ เป็นผู้เล่นในวงการและมีความชำนาญมากว่า 80 ปี และเทรนด์ Sustainable Packaging เช่น การลดพลาสติกและการทำไล่สีแบบ Minimal
นอกจากนี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมิลาน ได้เข้าเยี่ยมคูหาของผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้าเครื่องสำอางและความงามฯ จำนวน 1 ราย ได้แก่ บริษัท คริสโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้เข้าร่วมโครงการ SMEs Pro-active ภายใต้การส่งเสริมของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และยังมี บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ จำกัด บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โซปแอนด์เซนส์ จำกัด อีกจำนวน 3 บริษัท ที่มาร่วมออกงานแสดงสินค้าเอง
ความคิดเห็นของสคต. ณ เมืองมิลาน
1. ในปี 2568 การส่งออกเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว จากไทยไปยังอิตาลีมีสัญญาณที่ดีและมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยมีมูลค่าการส่งออก 104.41 ล้านบาท ขยายตัว 103.17% จากปี 2567 ถือว่าสินค้ากลุ่มนี้มีศักยภาพในการส่งออกมายังอิตาลีเป็นอย่างมาก จากกระแส clean beauty และการขยายตัวของสินค้ากลุ่ม wellness & spa และส่วนผสมจากธรรมชาติซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวอิตาลีที่มองหาทางเลือกใหม่ๆ นอกเหนือจากแบรนด์ยุโรปเดิม
2. ผู้ประกอบการไทยที่มีความสนใจที่จะส่งออกผลิตภัณฑ์ด้านความงามมายังอิตาลี จำเป็นที่จะต้องศึกษากฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะระเบียบ (EC) No 1223/2009 ซึ่งกำหนดให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยก่อนที่ขายตามท้องตลาด ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (GMP - Good Manufacturing Practices) และการแจ้งผลิตภัณฑ์ในระบบ CPNP (EU Cosmetic Products Notification Portal) ก่อนที่จะเริ่มนำขาย นอกจากนี้ฉลากต้องเป็นภาษาอิตาเลียน มีข้อมูลสำคัญ เช่น ส่วนประกอบ วิธีใช้ และข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของผู้บริโภคและส่งเสริมการพัฒนาในอุตสาหกรรมนี้ เป็นต้น หน่วยงานที่รับผิดชอบในการตรวจคุณภาพสินค้าความงามคือกระทรวงสาธาณสุขของอิตาลี (Ministero della Salute) โดยร่วมมือกับสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของอิตาลี (Istituto Superiore di Sanità - ISS)

3. Cosmetica Italia (www.cosmeticaitalia.it) เป็นสมาคมบริษัทเครื่องสำอางแห่งชาติของอิตาลี ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญและยาวนานของงาน Cosmoprof Worldwide Bologna ทางสมาคมฯ ทำงานร่วมกับสถาบันภาครัฐ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ และ ICE (ITA - Italian Trade Agency) เพื่อสนับสนุนการเจรจาระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อจากทั่วโลก มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโต การพัฒนา และจุดยืนในตลาดอิตาลี สำหรับผู้ส่งออกเครื่องสำอางไทย สมาคมฯ Cosmetica Italia สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดและโอกาสในการสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการอิตาลี รวมถึงการเข้าใจมาตรฐานการควบคุมคุณภาพและการตลาดในยุโรป
4. แนวโน้มสำหรับอุตสาหกรรมด้านความงามที่น่าสนใจในขณะนี้คือ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงในการดูแลผิวหน้า ผม ร่างกาย แบบองค์รวมผ่านแนวคิด In & Out Beauty การใช้วัตุดิบที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพกระบวนการการผลิตและการตลาด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก
5. งานแสดงสินค้าฯ COSMOPROF Worldwide Bologna ถือเป็นงานแสดงสินค้าเครื่องสำอางและธุรกิจความงามที่สำคัญระดับโลก ซึ่งปัจจุบันได้ขยายความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อจัดงานแสดงสินค้าในเมืองสำคัญต่างๆ เช่น โบโลญญา ลาสเวกัส ฮ่องกง มุมไบ ไมอามี และกรุงเทพมหานคร ผู้ประกอบการไทยควรใช้โอกาสดังกล่าวในการเข้าร่วมเพื่อพบปะเจรจากับนักธุรกิจ และศึกษาแนวโน้มของอุตสาหกรรมความงามในตลาดโลก

โดยงานครั้งต่อไปจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-21 มีนาคม 2570 ณ เมืองโบโลญญา สาธารณรัฐอิตาลี
ที่มา: 1) เว็บไซต์งานแสดงสินค้าฯ COSMOPROF
2) Cosmo Trends Report 2026 : https://community.cosmoprof.com/it/cosmotrends-report
3) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือกับกรมศุลกากร