
ในอดีต ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักมองว่าดอกไม้ประดิษฐ์เป็นสินค้าทดแทนดอกไม้สดที่มีคุณภาพต่ำ ราคาถูก และขาดความเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมดอกไม้ประดิษฐ์ของจีนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเทคโนโลยีการผลิต การออกแบบ และความประณีตของงานฝีมือ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีความสวยงามและใกล้เคียงกับดอกไม้จริงมากขึ้น จนสามารถเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคและก้าวขึ้นมาเป็นสินค้าตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ได้รับความนิยมในตลาดจีน
ในปี 2568 ตลาดดอกไม้ประดิษฐ์ของจีนมีมูลค่าประมาณ 16,900 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 62.5 เมื่อเทียบกับปี 2564 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น ประมาณร้อยละ 13 ในช่วงปี 2564–2568 ขณะเดียวกัน จีนส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์มากกว่า 500,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.19 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดภายในประเทศ แต่ได้พัฒนาเป็นอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกที่มีขนาดใหญ่
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 มีการจัดงานแสดงดอกไม้ประดิษฐ์ของจีน ครั้งที่ 23 ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติอี้อู มณฑลเจ้อเจียง โดยมีขนาดพื้นที่จัดงานเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 22 จากปีก่อน มีคูหามาตรฐานสากลมากกว่า 5,000 คูหา ผู้ผลิตเข้าร่วมมากกว่า 2,000 ราย และมีผู้ซื้อเข้าร่วมงานมากกว่า 55,000 ราย นับเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าดอกไม้ประดิษฐ์ที่สำคัญและมีขนาดใหญ่ที่สุดของจีน สะท้อนถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมและความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อุตสาหกรรมดอกไม้ประดิษฐ์ของเมืองอี้อูเริ่มพัฒนาขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980 และมีการพัฒนาต่อเนื่องมากกว่า 30 ปี จนปัจจุบันอี้อูกลายเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ที่สำคัญของจีน โดยมีห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การจำหน่าย ไปจนถึงการส่งออก ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย ตั้งแต่ดอกไม้และใบไม้ประดิษฐ์ ดอกไม้สำหรับเทศกาล บอนไซดอกไม้ ดอกไม้คริสต์มาส ดอกไม้แห้ง ตลอดจนวัสดุและอุปกรณ์ประกอบ เช่น ริบบิ้น ดอกไม้ขนาดเล็ก แจกัน และของตกแต่งต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในการตกแต่งบ้าน การจัดงานเทศกาล การจัดงานแต่งงาน โรงแรม ร้านค้า และการจำหน่ายในรูปแบบขายส่ง

ผู้ประกอบการในอี้อูให้ข้อมูลว่า ราคาดอกไม้ประดิษฐ์อยู่ที่ประมาณ 3.6–16 หยวนต่อดอก โดยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงให้ความสำคัญกับรายละเอียดของกลีบดอก ลวดลาย สี ผิวสัมผัส ใบ และก้าน จนมีลักษณะใกล้เคียงกับดอกไม้จริงเกือบ 1:1 ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถนำไปใช้ทดแทนดอกไม้สดได้อย่างหลากหลาย ทั้งนี้ ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผู้ประกอบการบางรายมียอดส่งออกหลายล้านชิ้นต่อปี
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดอกไม้ประดิษฐ์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสวยงาม ความสะดวก และความคุ้มค่า ดอกไม้ประดิษฐ์มีข้อได้เปรียบที่ไม่ต้องรดน้ำ ไม่เหี่ยวเฉา และสามารถใช้ตกแต่งพื้นที่ได้เป็นระยะเวลานาน จึงตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการจัดดอกไม้ แต่ไม่ต้องการเสียเวลาในการดูแลรักษา
ข้อมูลการสำรวจการบริโภคสินค้าตกแต่งบ้านและสิ่งทอของ iiMedia Research ในปี 2568 ระบุว่า ผู้บริโภคในเมืองจีนอายุ 18–35 ปี ร้อยละ 68.3 ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติ “ไม่ต้องดูแลรักษาและประหยัดเวลา” ในการเลือกซื้อดอกไม้ประดิษฐ์ สะท้อนให้เห็นว่าดอกไม้ประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “สินค้าทดแทนดอกไม้สด” ไปสู่ “สินค้าสร้างความสุขและความสวยงามในชีวิตประจำวัน”


นอกจากนี้ การยกระดับการตกแต่งห้องจัดงานแต่งงานและห้องจัดเลี้ยงในจีนยังช่วยสร้างความต้องการผลิตภัณฑ์ตกแต่งจำลองเพิ่มขึ้น โดยผู้ประกอบการจีนระบุว่า รูปแบบการจัดงานแต่งงานและห้องจัดเลี้ยงแบบจีนได้รับความสนใจจากชาวจีนโพ้นทะเลและลูกค้าต่างชาติ ส่งผลให้คำสั่งซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องบางรายมียอดขายต่อปีเกือบ 10 ล้านหยวน
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมดอกไม้ประดิษฐ์ของจีนมีฐานการผลิตหลักอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก โดยมีสัดส่วนผลผลิตมากกว่าร้อยละ 60 ของประเทศ ขณะที่พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตกกำลังกลายเป็นฐานการผลิตใหม่
มณฑลกวางตุ้ง โดยเฉพาะกวางโจว ตงก่วน และเซินเจิ้น มีห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ การผลิต และการจำหน่าย ขณะที่มณฑลเจ้อเจียง โดยเฉพาะเมืองอี้อูและหางโจว อาศัยเครือข่ายตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดและการส่งออกของอี้อูเป็นฐานสำคัญในการกระจายสินค้าไปทั่วโลก นอกจากนี้ เมืองตงไท่ในมณฑลเจียงซู นครเทียนจิน และพื้นที่อื่นๆ ยังเป็นฐานการผลิตระดับภูมิภาคที่สำคัญ
สำหรับภาคกลางและภาคตะวันตก เช่น มณฑลส่านซี เสฉวน และเหอหนาน ได้เริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นจากข้อได้เปรียบด้านวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า รวมทั้งเป็นพื้นที่รองรับการย้ายฐานการผลิตจากภาคตะวันออก ส่งผลให้อุตสาหกรรมดอกไม้ประดิษฐ์ของจีนมีโครงสร้างการผลิตที่กระจายตัวมากขึ้น
นอกจากการพัฒนาด้านคุณภาพแล้ว ดอกไม้ประดิษฐ์ของจีนยังมีแนวโน้มก้าวข้ามการเป็นสินค้าตกแต่งบ้านทั่วไป และเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมแฟชั่น วัฒนธรรมสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีมากขึ้น เช่น การนำดอกไม้ประดิษฐ์ไปพัฒนาเป็นเครื่องประดับแฟชั่น ของตกแต่งที่มีเรื่องราวทางวัฒนธรรม หรือผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับเทศกาลและโอกาสพิเศษ
ในระยะต่อไป ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เนื่องจากดอกไม้ประดิษฐ์ที่ผลิตในจีนส่วนใหญ่ยังใช้พลาสติกและสิ่งทอเป็นวัตถุดิบ การพัฒนาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วัสดุชีวภาพ และการนำกลับมาใช้ใหม่ จึงมีโอกาสกลายเป็นจุดขายสำคัญของผลิตภัณฑ์ในอนาคต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการบริโภคอย่างยั่งยืน
ความคิดเห็นของ สคต. ณ เมืองหนานหนิง: การเติบโตของอุตสาหกรรมดอกไม้ประดิษฐ์ของจีนเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการยกระดับสินค้าจาก “สินค้าทดแทนราคาถูก” ไปสู่ “สินค้าไลฟ์สไตล์และสินค้าสร้างคุณค่าทางอารมณ์” ผ่านการพัฒนาคุณภาพ การออกแบบ การสร้างเรื่องราว และการตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้
ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านทรัพยากรดอกไม้และงานหัตถกรรม โดยเฉพาะกล้วยไม้ มะลิ ลีลาวดี ดอกบัว และดาวเรือง รวมทั้งมีเอกลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมและสุนทรียศาสตร์แบบไทย จึงมีศักยภาพในการพัฒนาดอกไม้ประดิษฐ์ระดับพรีเมียมที่แตกต่างจากสินค้าจีนในตลาดระดับกลางและระดับล่าง โดยเน้น “ความเป็นไทย + งานฝีมือ + การออกแบบ + เรื่องราว” มากกว่าการแข่งขันด้านราคา
ผู้ประกอบการไทยอาจพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดจีนในรูปแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะ เช่น ดอกไม้ประดิษฐ์สำหรับตกแต่งบ้าน โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ งานแต่งงาน และพื้นที่จัดกิจกรรม รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับเทศกาลและวัฒนธรรมไทย เพื่อสร้างฉากการใช้ชีวิตแบบไทย ให้ผู้บริโภคจีนสามารถนำไปใช้ได้จริง
นอกจากนี้ ดอกบัว ดอกดาวเรือง และดอกไม้ที่มีความหมายด้านความเป็นสิริมงคล สามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงวัฒนธรรมและของตกแต่งที่สื่อถึงความสุข ความโชคดี และการอวยพร ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคเพื่อคุณค่าทางอารมณ์ของผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่ และสามารถสร้างความแตกต่างจากสินค้าทั่วไปในตลาดได้
อีกประเด็นที่ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้เป็นจุดขาย คือการพัฒนาดอกไม้ประดิษฐ์จากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยมีศักยภาพด้านวัสดุชีวภาพและวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ยางพารา เส้นใยพืช และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หากนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการออกแบบดอกไม้ประดิษฐ์ จะช่วยสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และตอบโจทย์แนวโน้มการบริโภคสีเขียวของตลาดจีน
ดังนั้น โอกาสของผู้ประกอบการไทยจึงไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ แต่ควรพัฒนาไปสู่การนำเสนอ “ผลิตภัณฑ์ตกแต่งและประสบการณ์การใช้ชีวิตในแบบไทย” โดยผสมผสานความสวยงาม งานฝีมือ เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคากับผู้ผลิตจีน ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดระดับกลางถึงระดับบน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคในเมืองขนาดใหญ่ โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ และธุรกิจจัดงานต่างๆ ของจีนได้มากขึ้น
--------------------------------------------------------------------------
แหล่งที่มา
https://mp.weixin.qq.com/s/aARBScSCWqIXeEvcEvpuYw?scene=1&click_id=1659071599
https://mp.weixin.qq.com/s/WaCnnolGXPiwJcu2Zj_gpw?scene=1&click_id=538833187
https://mp.weixin.qq.com/s/t5Ayy0lH4TpGSo0vak71gA?scene=1&click_id=1936056223
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง
วันที่ 21 สิงหาคม 2569