
ท่าอากาศยานนานาชาติเตโช (KTI) ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ตุลาคม 2025 โดยมีสมเด็จ Hun Manet นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ได้รายงานตัวเลขการดำเนินงาน นับตั้งแต่เริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2025
ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยสำนักเลขาธิการรัฐว่าด้วยการบินพลเรือน (SSCA) ระบุว่า ท่าอากาศยานแห่งนี้รองรับผู้โดยสารเฉลี่ย วันละ 15,000 คน นับตั้งแต่เปิดดำเนินการ พร้อมทั้งมีจำนวนเที่ยวบินขาเข้า–ขาออกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 130 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในทันทีและความจำเป็นของท่าอากาศยานนานาชาติเตโชอย่างชัดเจน
ปัจจุบัน ท่าอากาศยาน KTI ให้บริการโดยสายการบินทั้งหมด 29 สายการบิน แบ่งเป็นสายการบินภายในประเทศ 4 สาย และสายการบินระหว่างประเทศ 25 สาย สะท้อนถึงศักยภาพในการดึงดูด สายการบินระดับโลก
นาย Sin Chanserey Vutha รัฐมนตรีช่วยและโฆษกของ SSCA เปิดเผยว่า ระยะที่ 1 ของสนามบินระดับ 4F-class แห่งนี้ ถูกออกแบบให้รองรับผู้โดยสารได้ถึง 13 ล้านคนต่อปี และรองรับปริมาณสินค้าขนส่งทางอากาศได้ถึง 26,000 ตันต่อปี ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการขยายตัวของอุตสาหกรรมการค้าและการท่องเที่ยวของกัมพูชา
ทั้งนี้ ภายในสิ้นปี 2025 คาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นอีกมาก จากการเปิดเส้นทางบินตรงเชื่อมกัมพูชาเข้ากับตลาดหลักระดับโลก โดย Etihad Airways เริ่มให้บริการเที่ยวบินตรงจาก อาบูดาบี (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) มายังกัมพูชาแล้วตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2025 ขณะที่ Turkish Airlines มีกำหนดเปิดเส้นทางตรงจาก อิสตันบูล (ตุรกี) ในเดือนธันวาคม 2025
ท่าอากาศยานนานาชาติเตโชมีมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงพนมเปญประมาณ 20 กิโลเมตร และสามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เช่น Airbus A380 และ Boeing 747 ได้ โดยสนามบินจะขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเป็น 30 ล้านคนต่อปีภายในปี 2030 และ 50 ล้านคนต่อปีภายในปี 2050
สำหรับเดือนกันยายน 2025 เพียงเดือนเดียว ท่าอากาศยานแห่งนี้มีผู้โดยสารมากกว่า 400,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ความเห็นของสำนักงานฯ
ท่าอากาศยานเตโชแห่งใหม่ของกัมพูชาได้เพิ่มความสามารถในแข่งขันด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน ผ่านเส้นทางบินตรงเชื่อมกัมพูชากับตลาดหลักระดับโลก เช่น จีน ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอื่นๆ โดยยังช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียน (economic multiplier effect) จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังกระตุ้นอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชน โดยรวม ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากท่าอากาศยานนานาชาติเตโชเพิ่งเปิดดำเนินการในระยะแรก และพื้นที่โดยรอบยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ผู้ประกอบการอาจเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา และระบบถนน ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจในช่วงแรกสูงกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม โอกาสทางธุรกิจยังเปิดกว้างสำหรับนักลงทุนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะในรูปแบบการรับเหมาช่วง (Subcontracting) ในงานระบบย่อยที่ต้องการมาตรฐานสากล เช่น ระบบไฟฟ้า สุขาภิบาล ระบบอาคาร และการจัดการโลจิสติกส์ ผู้สนใจลงทุนควรศึกษา กฎระเบียบและเงื่อนไขอย่างรอบคอบ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความคุ้มค่าและความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
_____________________________________________________________________
ที่มา Khmer Times
20 ตุลาคม 2568