
เนื้อหาสาระข่าว: เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลประเทศคิวบาได้ออกประกาศปรับปรุงกฎระเบียบหลายตัวที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกรรมระหว่างประเทศและภายในประเทศ โดยการใช้สกุลเงินต่างประเทศที่มีเสถียรภาพสูง (Hard Currency) โดยเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ผ่านกลไกภาครัฐโดยมีธนาคารแห่งชาติ (Banco Nacional) ของประเทศคิวบาเป็นผู้ควบคุมข้อกำหนดต่าง ๆ ในการไหลเข้า-ออกของบรรดาเงินตราต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลคิวบาได้อนุมัติให้มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว ภายใต้สภาวะการคว่ำบาตรเต็มรูปแบบ (Embargo) ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังคงมีผลอยู่ถึงปัจจุบัน
การออกประกาศดังกล่าวในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากความพยายามของรัฐบาลคิวบาในการปฏิรูประบบการเงินของประเทศ ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ช่วงหลังวิกฤติเศรษฐกิจโควิด-19 เป็นต้นมา ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น รัฐบาลคิวบาได้พยายามควบคุมและกำหนดข้อจำกัดในการดำเนินธุรกรรมผ่านสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมกันกับการสร้างระบบสองสกุลเงิน (Dual-Currency System) ไปควบคู่กันระหว่างสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และสกุลเงินเปโซคิวบา (CUP) แม้ว่าในบริบทตามความเป็นจริงนั้น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้เข้ามามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจประเทศคิวบาเป็นเวลานานแล้วในหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขายสินค้าจากร้านค้าทั่วไป จนถึงการส่งออก-นำเข้าสินค้ากับต่างประเทศ แต่เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่เคยมีการกำหนดกฎระเบียบจากภาครัฐเช่นครั้งนี้ ทำให้การแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างสองสกุลเงินเกิดขึ้นผ่านกลไกและอัตราแลกเปลี่ยนนอกระบบ และส่งผลต่อเสถียรภาพของค่าเงินเปโซคิวบาในระยะยาวจนถึงปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้วัตถุประสงค์ของการออกประกาศปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินธุรกรรมระหว่างประเทศและภายในประเทศครั้งนี้ของรัฐบาลคิวบาเป็นไปเพื่อจัดระเบียบกลไกการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยเฉพาะเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ให้การดำเนินธุรกรรมทั้งหลายของภาคเอกชนอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลโดยถูกต้องตามกฎหมาย (จากเดิมที่ยังไม่เคยมีกฎหมายรองรับ) และเพื่อให้ทางการคิวบาสามารถจัดการกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน และการรักษาเสถียรภาพทางการเงินภายในประเทศ ผ่านการจัดเก็บเงินตราต่างประเทศสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยพยุงเสถียรภาพของค่าเงินเปโซในประเทศด้วยอีกทางหนึ่ง
โดยประกาศดังกล่าวมีสาระสำคัญในการอนุญาตให้บรรดาธุรกิจภาคเอกชนในประเทศคิวบา และบริษัทจากต่างประเทศสามารถเปิดบัญชีในธนาคารคิวบาเพื่อรับฝากเงินตราต่างประเทศ และใช้โอนจ่ายหมุนเวียนได้โดยไม่ต้องทำการแลกกลับเป็นเงินสกุลท้องถิ่น (ซึ่งก่อนหน้านี้จะต้องทำธุรกรรมผ่านสกุลเงินเปโซคิวบาเท่านั้น) โดยมีข้อกำหนดอัตราส่วนเงินตราต่างประเทศที่ภาคเอกชนในประเทศสามารถจัดเก็บได้อยู่ที่ 80% ของรายได้จากต่างประเทศที่เข้ามา และอีก 20% จะต้องส่งให้กับธนาคารแห่งชาติจัดเก็บตามอัตราแลกเปลี่ยนที่รัฐกำหนด (ซึ่งอัตราต่ำกว่ากลไกนอกระบบค่อนข้างมาก) โดยเกณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมธุรกิจเกือบทุกประเภท อาทิ บริษัท/กิจการที่รัฐเป็นเจ้าของ (State-Owned) ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ในคิวบา รวมถึงบริษัทเอกชนทั่วไปทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ ทั้งนี้ มีธุรกิจบางประเภทที่ได้รับการยกเว้นให้สามารถจัดเก็บรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศได้ 100%
อย่างไรก็ตาม ทางการคิวบาได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าการปรับปรุงกฎระเบียบการดำเนินธุรกรรมระหว่างประเทศผ่านสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ครั้งนี้ ไม่ได้มีความมุ่งหวังที่จะทำให้เงินดอลลาร์เข้ามามีบทบาทมากเกินไป (Partial Dollarization) และเป็นเพียงแค่กระบวนการชั่วคราว ไม่ใช่การสร้างรากฐานในการนำประเทศเข้าสู่ระบอบทุนนิยมแต่อย่างใด ซึ่งจะดำเนินไปจนกว่าสถานการณ์และเงื่อนไขทางเศรษฐกิจในประเทศจะฟื้นตัวมากพอที่จะทำให้ค่าเงินเปโซคิวบามีเสถียรภาพสูงพอที่จะใช้เป็นเงินสกุลหลักสกุลเดียวในประเทศ
บทวิเคราะห์และข้อเสนอแนะ: ความเปลี่ยนของเชิงนโยบายและกฎระเบียบครั้งนี้ของรัฐบาลคิวบา ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจในคิวบาอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ใหญ่ที่สุดประการหนึ่งในการทำธุรกิจ เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมาการที่ธุรกิจต่าง ๆ ในคิวบาไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศผ่านสกุลเงินต่างประเทศได้โดยตรงนั้น คืออุปสรรคใหญ่ในการทำธุรกิจในคิวบา ไม่ว่าจะเป็นการที่สามารถหาแหล่งเงินตราต่างประเทศที่มีเสถียรภาพสูงได้ยาก ที่ส่งผลให้การค้าขายกับต่างประเทศไม่สะดวก หรือการต้องพึ่งการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับเงินท้องถิ่นนอกระบบอันเนื่องมาจากความไม่มีเสถียรภาพของค่าเงิน เปโซคิวบาที่อาจทำให้ตัวธุรกิจเองเสี่ยงที่จะกระทำการผิดกฎหมายหรือความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินสกุลหลักกับเงินสกุลท้องถิ่นอีกด้วย ดังนั้น การที่ทางการคิวบาอนุญาตให้มีการดำเนินธุรกรรมรับ-โอนเงินตราต่างประเทศได้โดยตรง แม้จะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจทำให้อนาคตในการค้าขายกับต่างประเทศของคิวบาเป็นไปได้โดยสะดวกมากขึ้น
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายระหว่างประเทศจากไทยไปยังคิวบานั้น จากการที่ประกาศล่าสุดครั้งนี้ ทางการคิวบาได้อนุญาตการดำเนินธุรกรรมระหว่างประเทศลักษณะดังกล่าวในกิจกรรมที่ครอบคลุมการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การส่งออก อุตสาหกรรมการผลิตที่สนับสนุนภาคการส่งออก ซึ่งอาจรวมถึงการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบเพื่อการผลิตสินค้าภายในประเทศ ตลอดจนธุรกิจ E-Commerce และกิจกรรมอื่น ๆ ที่มีเป้าหมายในการสร้างรายได้จากเงินตราต่างประเทศให้กับคิวบา ซึ่งในส่วนนี้เอง หากผู้ประกอบการไทยรายใดที่มีคู่ค้าธุรกิจอยู่ในคิวบาอยู่แล้ว อาจพิจารณาหารือกับคู่ค้าเพื่อปรับปรุงระบบการทำธุรกรรมซื้อ-ขายสินค้าระหว่างกันให้มีความสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือผู้ประกอบการไทยรายใดกำลังมีความสนใจที่จะเปิดตลาดคิวบา อาจพิจารณาแสวงหาคู่ค้าที่มีคุณสมบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกับข้อกำหนดต่าง ๆ ที่จะเอื้อให้กระบวนการซื้อ-ขายระหว่างกันเป็นไปได้โดยมีอุปสรรคน้อยที่สุด
อย่างไรก็ดี แม้ว่าในขณะนี้การที่รัฐบาลคิวบาเปิดรับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เข้ามาในระบบการเงินของประเทศแล้ว ทว่าในเชิงนโยบายนั้น ทางการสหรัฐฯ ยังไม่มีท่าทีที่จะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อคิวบา แม้ว่าในช่วงก่อนหน้านี้ในสมัยอดีตประธานาธิบดีไบเดนจะผ่อนปรนลงมาแล้วบ้าง แต่ในปัจจุบันนโยบายของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์นั้นยังคงแข็งกร้าวต่อคิวบา ทำให้แม้ว่าคิวบาจะริเริ่มนโยบายการเปิดรับสกุลเงินต่างประเทศในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศได้โดยตรงแล้ว แต่ต้องไม่ลืมว่าการทำธุรกรรมระหว่างสหรัฐฯและคิวบานั้นยังคงข้อจำกัดอยู่เยอะมาก ทำให้การค้าทางตรงระหว่างสหรัฐฯ – คิวบาอาจยังไม่มีความเปลี่ยนแปลง
แหล่งสืบค้น/อ้างอิงข้อมูล:
1) “Cuba’s ‘partial dollarization’ of economy aims to control private-sector hard currency”
โดย Nora Gámez Torres จาก Miami Herald
2) “The Cuban Government’s New Plan to Capture More US Dollars” โดย/จาก Havana Times
3) “Cuba officially legalizes partial dollarization of its economy through a legal package” โดย/จาก EFE
4) “New forex controls on Cuba-based business likely to reinforce dollarization”
โดย/จาก The Caribbean Council
สคต. ไมอามี /วันที่ 18 ธันวาคม 2568