
ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง บริษัท Microharvest จากเมือง Hamburg ผลิตผงโปรตีนคุณภาพสูงผสมวิตามินจากของเหลือใช้ทางการเกษตรได้ บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพด้านอาหารแห่งนี้ใช้กระบวนการหมักจุลินทรีย์ชีวมวลในถังเหล็กสแตนเลส โดยใช้แบคทีเรียที่ถูกนำมาใช้ผลิตโยเกิร์ต กะหล่ำปลีดองแบบเยอรมัน (Sauerkraut) และกิมจิ มานานนับพันปีแล้ว เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต นาย Jonathan Roberz ผู้ร่วมก่อตั้ง Microharvest กล่าวว่า “ผงโปรตีนนี้มีโปรตีนสูงถึง 60% มีคุณภาพเทียบเท่ากับเนื้อปลา โดยมีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อมน้อยมาก ทั้งยังมีประสิทธิภาพมากกว่าการผลิตสินค้าทดแทนเนื้อสัตว์จากพืช เช่น ผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์จากพืชที่ทำจากโปรตีนจากถั่วลันเตาถึง 3 เท่า” โดยถั่วลันเตามีโปรตีนเพียง 20% เท่านั้น ปัจจุบันบริษัท Microharvest กำลังสร้างโรงงานผลิตโปรตีนขนาดอุตสาหกรรมแห่งแรกที่นิคมอุตสาหกรรมเคมี Leuna ในรัฐ Sachsen-Anhalt โดยโรงงานแห่งนี้จะสามารถผลิตผงโปรตีนได้วันละ 50 ตัน ซึ่งนั่นหมายความว่า ปริมาณดังกล่าวสามารถทดแทนไก่ที่ถูกฆ่าเพื่อเป็นแหล่งโปรตีนประจำวันได้ถึง 150,000 ตัว
ตลาดโปรตีนทางเลือกถือว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดอาหารแห่งอนาคต บริษัทที่ปรึกษา Boston Consulting Group คาดการณ์ว่าภายใน ค.ศ. 2035 การผลิตโปรตีนทางเลือกทั่วโลก จะสูงถึง 97 ล้านตัน โดยในจำนวนทั้งหมดนี้ มีประมาณ 22 ล้านตันที่คาดว่าจะมาจากกระบวนการหมัก ปัจจุบันโปรตีนของบริษัท Microharvest ถูกนำไปใช้ในอาหารสัตว์ อย่างเช่น ปลา สุนัข และแมว อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ตั้งอยู่ในเมือง Hamburg แห่งนี้ยังคงต้องการการอนุมัติจากหน่วยงานของสหภาพยุโรปเพื่ออนุญาตให้บริษัทสามารถใช้ผงโปรตีนดังกล่าวในผลิตภัณฑ์อาหารมนุษย์ เช่น ลูกชิ้น โปรตีนบาร์ เป็นต้น นาย Christoph Herwig ผู้เชี่ยวชาญด้านการหมัก (อดีตศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมชีวเคมีที่มหาวิทยาลัยเทคนิคกรุงเวียนนา) และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทมองว่า วิธีการหมักของบริษัท Microharvest มีความโดดเด่นทางเทคโนโลยี ทั้งนี้ เขากล่าวว่า “Microharvest ใช้เชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติที่เติบโตเร็วเป็นพิเศษ อีกทั้งปรับปรุงกระบวนการหมักทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ความเร็ว ความแข็งแกร่ง และความสามารถในการขยายขนาดในระดับอุตสาหกรรม” ในเมือง Leuna ผลพลอยได้ (by-product) ทางการเกษตรจากภูมิภาคนี้จะถูกนำมาใช้เป็นอาหารสำหรับแบคทีเรีย ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยกากน้ำตาล ซึ่งเป็น by-product จากการแปรรูป Sugar beet นาย Adrian Friederich หุ้นส่วนของบริษัท Foodlabs ซึ่งเป็นนักลงทุนในระยะเริ่มต้น ชี้ให้เห็นถึงความยืดหยุ่นด้านวัตถุดิบที่นำมาเป็นอาหารสำหรับแบคทีเรีย โดยเขากล่าวว่า “แบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตได้ใน by-product ทางการเกษตรหลากหลายชนิด” แม้แต่ของเสียที่เกิดจากการผลิตอาหาร ก็สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบได้ อย่างเช่น การผลิตผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์จากพืชที่ทำจากถั่วลันเตา จะเหลือแป้งและเส้นใยสูงถึง 80% บริษัท Microharvest สามารถนำวัสดุเหลือทิ้งเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ต่อได้ โดยนำวัสดุเหลือทิ้งมาหมักภายในเวลาประมาณ 24 ชั่วโมง ก็ทำให้เกิดส่วนผสมของโปรตีนประมาณ 3,000 ชนิด รวมถึงแร่ธาตุ และวิตามินต่างๆ ด้วย กระบวนการผลิตของ Microharvest ได้รับการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว
นาย Roberz วัย 37 ปี จบการศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกลที่เมือง Aachen และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Apodius ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรวิทยา และขายกิจการให้บริษัทแม่ของ Leica Geosystems ส่วนผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอีก 2 คน คือ นาง Katelijne Bekers และนาง Luisa Cruz เป็นนักชีวเทคโนโลยี พวกเขาร่วมกันพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตโปรตีนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้การหมักชีวมวลในระดับอุตสาหกรรม ในเวลานี้ Microharvest ไม่ใช่สตาร์ทอัพเพียงแห่งเดียวที่ทำงานเกี่ยวกับการหมักจุลินทรีย์ ตัวอย่างเช่น Solar Foods จากฟินแลนด์กำลังพัฒนาการผลิตผงโปรตีนจาก อากาศ น้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัท Calysta จากแคลิฟอร์เนียใช้ก๊าซมีเทนเป็นอาหารสำหรับแบคทีเรียในการผลิตโปรตีน นอกจากแบคทีเรียแล้วยังสามารถใช้เชื้อราในการหมักชีวมวลได้ด้วย ส่วนบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของเยอรมนี ได้แก่ Infinite Roots, Nosh Bio และ Kynda ก็กำลังทำงานด้านนี้ อย่างไรก็ตาม การหมักไมซีเลียม หรือรากของเชื้อราซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน ต้องใช้เวลาหลายวัน สถาบัน Good Food Institute หน่วยงานวิจัยด้านโปรตีนทางเลือกอธิบายว่า “การหมักชีวมวลสามารถช่วยลดของเสียและเปลี่ยน by-product ทางการเกษตรให้กลายเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติอร่อยได้”
ตามที่นาย Herwig กล่าว “เทคโนโลยีการหมักชีวมวลใช้พื้นที่และน้ำน้อยกว่าแหล่งโปรตีนจากสัตว์อย่างมาก แถมยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าด้วย” จากข้อมูลใน “Meat Atlas” การเลี้ยงปศุสัตว์ และปลา เป็นสาเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกถึง 14.5% ซึ่งมากกว่าการจราจรทางบกและทางอากาศทั่วโลกรวมกันเสียอีก ในขณะนี้โปรตีนจากบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพบริษัทนี้กำลังถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอาหารปลาและอาหารสัตว์เลี้ยง บริษัท Microharvest กำลังร่วมมือกับ Vegdog จากเมืองมิวนิก ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารมังสวิรัติสำหรับสุนัขและแมว นอกจากนี้ บริษัท The Pack (เป็นบริษัทอาหารสุนัขมังสวิรัติจากอังกฤษ) ยังได้รับการจัดหาผงโปรตีนจากบริษัท Microharvest ด้วย
นาย Herwig ยังกล่าวอีกว่า การย่อยของโปรตีนนั้นได้รับการตรวจสอบแล้ว ผ่านงานวิจัยในการผลิตอาหารสัตว์ และบริษัท Microharvest ยังพัฒนาอาหารสัตว์ร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่อีกด้วย โดยมีแผนในระยะกลางที่จะผลิตสินค้าอาหารสำหรับมนุษย์ โดยเบื้องต้นนาย Roberz กำลังพิจารณาผลิตลูกชิ้นไฮบริดที่ทำจากเนื้อสัตว์และผงโปรตีน ทั้งยังสามารถผลิตโปรตีนบาร์หรือขนมขบเคี้ยวรูปแบบใหม่ที่มีโปรตีนสูงและไขมันต่ำได้อีกด้วย นาย Roberz อธิบายถึงโมเดลธุรกิจว่า “Microharvest เป็นผู้จัดหาผงโปรตีน และบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางในฐานะพันธมิตรจะนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารชนิดต่างๆ ต่อไป”
อย่างไรก็ตาม ผงโปรตีนดังกล่าวยังคงต้องได้รับการอนุมัติจากองค์การความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรป (EFSA) ในฐานะอาหารใหม่ (Novel Food) ก่อน นาย Roberz กล่าวว่า “การที่แบคทีเรียที่รู้จักกันดี อย่างเช่น แบคทีเรียที่อยู่ในกิมจิ และถูกบริโภคกันทั่วไปนอกภูมิภาคยุโรปนั้นยังไม่เพียงพอ ใน Novel Food แบคทีเรียเหล่านั้นต้องแพร่หลายในอาหารยุโรปก่อนปี ค.ศ. 1997 ด้วย” โดยบริษัท Microharvest ได้ยื่นขออนุมัติในสหภาพยุโรปแล้ว และหวังว่าภายใน 2 ปีจะได้รับการอนุมัติ หรืออาจจะสามารถดำเนินการผลิตเร็วกว่านั้น เนื่องจากสายพันธุ์แบคทีเรียของบริษัทได้รับการจัดประเภทว่าปลอดภัย โดย EFSA แล้ว ทั้งนี้ การขออนุมัติใช้เป็นอาหารสัตว์นั้นง่ายกว่ามาก นาย Friederich จาก Foodlabs ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนกล่าวว่า การที่บริษัท Microharvest เข้าสู่ตลาดด้วยอาหารปลาและอาหารสุนัขแล้วนั้น ช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางเศรษฐกิจของโมเดลธุรกิจตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากนี้ ด้วยเทคโนโลยีของตน บริษัท Microharvest ยังประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวใจนักลงทุนชั้นนำจำนวนมาก จนถึงปัจจุบันบริษัท Microharvest ในเมือง Hamburg สามารถระดมทุนไปแล้วกว่า 10,000,000 ยูโร นอกจาก Foodlabs แล้ว ยังมีนักลงทุนรายอื่นๆ ด้วย ได้แก่ บริษัท Astanor Venture ซึ่งเป็นนักลงทุนเพื่อสังคมจากเบลเยียม บริษัท Simon Capital (ซึ่งเป็นของตระกูล Bitburger ผู้ผลิตเบียร์) และบริษัท Happiness Capital จากเอเชีย ขณะนี้บริษัทฯ กำลังดำเนินการระดมทุนรอบ Series B ซึ่งคาดว่า จะสามารถระดมทุนได้หลายสิบล้านยูโรสำหรับการเปิดโรงงานในเมือง Leuna ทั้งนี้ บริษัท Spark Foods ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของกลุ่ม Sonae จากประเทศโปรตุเกส และธนาคาร ABN Amro ผ่านกองทุนเพื่อการเติบโต ได้เข้าร่วมลงทุนแล้วเช่นกัน โดยมองว่าการหมักชีวมวลเป็นตลาดที่มีอนาคตสดใสอีกตลาดหนึ่ง
(แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์ Handelsblatt เดือนเมษายน 2569)