
ภาคเอกชนของเยอรมนีกำลังเตรียมรับมือกับการบูมของธุรกิจเครื่องปรับอากาศ ผู้ผลิตรายงานว่า ความต้องการอุปกรณ์และชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนต้องหาวิธีการแก้ปัญหาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นนี้ ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ต้องเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งฝั่งเอเชีย โดยสำนักข่าว Handelsblatt ได้รับการรายงานจากผู้ผลิตในเยอรมนีถึงตัวเลขปัจจุบันจากสำนักงานสถิติประจำประเทศเยอรมนี (Statistisches Bundesamt) พบว่า การผลิตระบบปรับอากาศในเยอรมนีเพิ่มขึ้นมาก โดยในปี 2024 ผู้ผลิตในประเทศสามารถผลิตระบบปรับอากาศไว้ประมาณ 317,000 เครื่อง หรือเพิ่มขึ้น 90% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มูลค่าระบบปรับอากาศที่ผลิตในเยอรมนีอยู่ที่ 1.5 พันล้านยูโร นอกจากนี้ เยอรมนียังนำเข้าเครื่องปรับอากาศเป็นมูลค่าเกือบหนึ่งพันล้านยูโร อย่างไรก็ดี ผู้ผลิตในเอเชียบางรายก็เริ่มผลิตเครื่องปรับอากาศในเยอรมนีเพราะได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระแสการบูมนี้มาโดยตลอด สำหรับพวกเขาแล้ว ระบบปรับอากาศเป็นธุรกิจหลักยาวนาน ยกตัวอย่างเช่นบริษัท Daikin จากญี่ปุ่นที่ธุรกิจระบบทำความเย็นคิดเป็นรายได้ประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมดของบริษัท
ปัจจุบันผู้ผลิตในเยอรมนีกำลังหาวิธียกระดับผลิตภัณฑ์ของตน อาทิ Bosch เพิ่งเสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการธุรกิจเครื่องปรับอากาศจากบริษัท Johnson Controls Hitachi ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศสัญชาติญี่ปุ่น โดยโฆษกของ Bosch ได้ออกมายืนยันว่า “ความต้องการสินค้าเครื่องทำความเย็นที่เพิ่มขึ้นเป็นแรงผลักดันให้ความต้องการสินค้าขยายตัวขึ้นตาม” ดังนั้น Bosch จึงกำลังขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ของตนออกไป ด้วยหลายสาเหตุ กล่าวคือ (1) นับเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด โดยความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โฆษกของบริษัท Vaillant บริษัทผู้ผลิตเครื่องทำความร้อนและเป็นผู้จำหน่ายเครื่องปรับอากาศ กล่าวว่า “ยิ่งฤดูร้อน ร้อนขึ้นมากเท่าไหร่ ความต้องการเครื่องปรับอากาศก็จะยิ่งสูงขึ้นตามเท่านั้น” ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาภาวะโลกร้อนเพิ่มขึ้น และเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่น ในเยอรมนี ฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดสามช่วงตั้งแต่ทำการบันทึกไว้ ล้วนเป็นช่วงหลังจากเปลี่ยนสหัสวรรษไปแล้วทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มอื่น ๆ ที่เป็นตัวเร่งความต้องการเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้นอีกด้วย โดยนาย Thomas Graupensberger ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจเครื่องปรับอากาศของ Daikin ระบุว่า ความต้องการของลูกค้าในครัวเรือนมีการทำงานที่บ้านมากขึ้น นอกจากนี้ ภาคเอกชนก็มีความต้องการเครื่องปรับอากาศเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน นาย Graupensberger กล่าวว่า “การใช้งานเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากความต้องการในการทำความเย็นให้กับระบบไอที และศูนย์โลจิสติกส์” เป็นหลัก จากการวิเคราะห์ของ Bosch เอง ความต้องการระบบปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นกำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก โดย Bosch ระบุว่า ในปีที่แล้วระบบปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นที่จำหน่ายทั่วโลกมีมูลค่าการตลาดรวมประมาณ 1 แสนล้านยูโร และคาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 ยอดขายทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่า ยอดขายเครื่องปรับอากาศในเยอรมนียังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากอาคารหลายแห่งยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ผลสำรวจโดย Verivox ซึ่งเป็นเว็บไซต์เปรียบเทียบข้อมูลพบว่าในปี 2024 มีเพียง 19% ของครัวเรือนในเยอรมนีเท่านั้นที่มีเครื่องปรับอากาศ ส่วนในสหรัฐฯ จากข้อมูลของ EIA พบว่า ในปี 2020 เกือบ 90% ของครัวเรือนใช้เครื่องปรับอากาศแบบไฟฟ้า นอกจากนี้ นาย Graupensberger ผู้จัดการบริษัท Daikin ยังมองเห็นศักยภาพในการขายเครื่องปรับอากาศในสถานประกอบการสาธารณะอย่างมหาศาล ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันในโรงเรียนส่วนใหญ่ยังไม่มีระบบทำความเย็นใช้ เขากล่าวต่อว่า ขนาด “บ้านพักคนชรา และโรงพยาบาลเองก็มักจะยังไม่มีเครื่องปรับอากาศด้วยเหตุผลด้านต้นทุน อีกทั้ง 'วันปลอดความร้อน' (วันที่นักเรียนไม่ต้องมาโรงเรียนเมื่ออากาศร้อนเกินกำหนด) จะไม่ใช่ทางเลือกสำหรับบ้านพักคนชรา และโรงพยาบาลอีกด้วย” นอกจากนี้บริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเครื่องปรับอากาศอ้างถึงแนวโน้มการใช้ปั๊มความร้อน (Heat Pump) ในเยอรมนีว่า เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อยอดขายเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้น โดยเครื่องปรับอากาศก็ถือว่า เป็นปั๊มความร้อนโดยพฤตินัย เพราะโดยทั่วไปแล้ว จะทำงานโดยการทำความเย็นหรือทำความร้อนให้กับอากาศแทนการใช้น้ำ เช่น ระบบทำความร้อน ในเยอรมนีปั๊มความร้อนแบบอากาศสู่อากาศกำลังถูกนำมาใช้มากขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลัก สองประการก็คือ เป็นเครื่องปรับอากาศในฤดูร้อน และเป็นเครื่องทำความร้อนในฤดูหนาว ปัจจุบันปั๊มความร้อนกำลังกลายเป็นเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในอาคารใหม่อยู่แล้ว นอกจากนี้ผู้ผลิตยังให้ความสนใจกับการติดตั้งปั๊มความร้อนสำหรับอาคารเดิมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยโฆษกของ Vaillant กล่าวว่า “แม้แต่การปรับปรุงอาคาร ลูกค้าก็มีความต้องการเพิ่มการใช้งานระบบทำความเย็นในอาคารมากขึ้นเรื่อย ๆ”
จาก Handelsblatt 8 กันยายน 2568