
สำนักข่าวท้องถิ่น Iranjib รายงานว่า คณะรัฐมนตรีอิหร่านมีมติเห็นชอบยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าข้าวในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตภายในประเทศ ซึ่งเดิมมีผลบังคับใช้เป็นประจำทุกปีระหว่างวันที่ 23 ก.ค.-21 พ.ย. เพื่อคุ้มครองเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยให้กระทรวงญิฮาดเกษตร (Ministry of Agriculture Jihad) เปิดให้นำเข้าข้าวได้อย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีงบประมาณอิหร่าน เพื่อเพิ่มอุปทาน รักษาเสถียรภาพราคา และป้องกันการขาดแคลนข้าวในประเทศ
การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังจากราคาข้าวภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเริ่มเกิดภาวะขาดแคลนข้าวบางประเภท รัฐบาลจึงเห็นความจำเป็นในการเพิ่มปริมาณอุปทานผ่านการนำเข้า พร้อมทั้งยังคงจัดสรรเงินตราต่างประเทศในอัตราพิเศษสำหรับการนำเข้าข้าว เพื่อช่วยควบคุมราคาขายปลีกและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
สมาคมผู้นำเข้าข้าวอิหร่านระบุว่า การยกเลิกมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เนื่องจากผลผลิตข้าวภายในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภค ขณะที่การห้ามนำเข้าในช่วงที่ผ่านมาเป็นปัจจัยให้ปริมาณข้าวในตลาดลดลงและราคาปรับตัวสูงขึ้น
สำนักข่าว Tahlil Bazaar ระบุว่า ในปี 2025 อิหร่านนำเข้าข้าวประมาณ 1.8 ล้านตัน คิดเป็น ร้อยละ 2.2 ของการนำเข้าข้าวทั่วโลก หรือมูลค่าประมาณ 749 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้อิหร่านเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่อันดับ 12 ของโลก โดยแหล่งนำเข้าสำคัญ ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน และไทย ทั้งนี้ แม้อิหร่านจะผลิตข้าวได้ประมาณ 2.7 ล้านตัน ในปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภค ทำให้การนำเข้ายังคงมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาสมดุลของตลาดและควบคุมระดับราคาภายในประเทศ
ภาคเอกชนอิหร่านยังเสนอให้รัฐบาลยกเลิกการห้ามนำเข้าข้าวในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวอย่างถาวร โดยเห็นว่ามาตรการดังกล่าวไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่กลับเพิ่มภาระด้านราคาต่อผู้บริโภคและต้นทุนของผู้นำเข้า
การยกเลิกมาตรการในปีนี้สะท้อนถึงการปรับแนวนโยบายของรัฐบาลจากการห้ามนำเข้าแบบเบ็ดเสร็จ มาเป็นการกำกับดูแลการนำเข้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองเกษตรกร การดูแลค่าครองชีพของประชาชน และการรักษาความมั่นคงด้านอาหารภายใต้ภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง