fb
ฮ่องกงคงคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2569 ที่ 2.5%–3.5% พร้อมปรับเงินเฟ้อขึ้นเป็น 2.6%

ฮ่องกงคงคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2569 ที่ 2.5%–3.5% พร้อมปรับเงินเฟ้อขึ้นเป็น 2.6%

โดย
Wacharaporn
ลงเมื่อ 20 พฤษภาคม 2569 16:08
สคต. ณ เมืองฮ่องกง (จีน) (TCC, Hong Kong (China))
1

รัฐบาลฮ่องกงยังคงคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดปี 2569 ไว้ที่ระหว่าง 2.5% ถึง 3.5% อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ของรัฐบาลเตือนว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจผลักดันให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยสำนักงานสถิติฮ่องกง (Census and Statistics Department) ได้เผยแพร่ข้อมูลการเติบโตเมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจฮ่องกงขยายตัว 5.9% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาสแรก หลังจากขยายตัว 4% ในช่วงสามเดือนปลายปี 2568 ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับประมาณการเบื้องต้นที่รัฐบาลเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยระบุว่าการขยายตัว 5.9% เป็นอัตราที่ขยายตัวเร็วที่สุดในรอบเกือบห้าปี

ในปี 2568 เศรษฐกิจฮ่องกงเติบโต 3.5% ถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นปีที่สาม รัฐบาลยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2569 เป็น 2.6% จาก 1.8% จากที่เดิมเคยระบุในงบประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะราคาพลังงานระหว่างประเทศสูงขึ้น

Ms. Irina Fan Yuen-yee นักเศรษฐศาสตร์รัฐบาลกล่าวว่า “แนวโน้มเศรษฐกิจฮ่องกงยังคงมีความแข็งแกร่งโดยรวม ความต้องการทั่วโลกที่สูงสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ AI จะสนับสนุนการส่งออกสินค้า ขณะที่การส่งออกในภาคบริการยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวขาเข้าที่ยังเติบโต กิจกรรมทางการเงินข้ามพรมแดนก็ยังคงแข็งแรงมีเสถียรภาพ และความต้องการบริการทางธุรกิจที่มั่นคงต่อเนื่อง” ความต้องการภายในประเทศที่แข็งแกร่งได้รับการสนับสนุนจาก “ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มั่นคงและแนวโน้มธุรกิจที่ยืดหยุ่น”  แต่อย่างไรก็ตาม  ยังคงเตือนว่าผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน การยกระดับความขัดแย้งหรือความตึงเครียดที่ยืดเยื้ออาจเป็นความเสี่ยงต่อการเติบโตและเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ

 

image.png

Mr. Junyu Tan นักเศรษฐศาสตร์ภูมิภาคเอเชียเหนือจากบริษัทประกันการค้าสินเชื่อ Coface กล่าวว่า ฮ่องกงได้รับประโยชน์หลักจากกระแส AI ผ่านบทบาทดั้งเดิมในฐานะศูนย์กลางการส่งออกต่อสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกต่อและฮ่องกงมีบทบาทสำคัญมายาวนานในการเป็นศูนย์กลางส่งออกต่อสำหรับสินค้าประเภทชิปที่ผลิตในประเทศจีน เนื่องจากสินค้าประเภทนี้อาจมีภาระรับประกัน ผู้ซื้อจากต่างประเทศจึงมักเลือกให้สัญญาอยู่ภายใต้กฎหมายฮ่องกง ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากกว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รัฐบาลยังระบุว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นคาดว่าจะดำเนินต่อไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม้ว่าแหล่งพลังงานที่มั่นคงจากจีนแผ่นดินใหญ่จะช่วยบรรเทาผลกระทบภายนอกบางส่วนได้

Mr. Terence Chong Tai-leung ศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง (Chinese University of Hong Kong) กล่าวว่า รัฐบาลฮ่องกงอาจปรับคาดการณ์การเติบโตทั้งปีขึ้นไปถึง 4% หากปัจจัยในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป พร้อมเตือนว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจรุนแรงขึ้นในครึ่งปีหลังเดือนมิถุนายนเมื่อค่าไฟฟ้าเริ่มปรับขึ้น แต่โดยรวมควรต่ำกว่า 4% 

จากตัวเลขล่าสุดการส่งออกสินค้าของฮ่องกงรวมเพิ่มขึ้น 23.7% เมื่อเทียบรายปีในเชิงปริมาณ ซึ่งเป็นผลจากความต้องการผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI จากทั่วโลกอย่างต่อเนื่องและการค้าในภูมิภาคเอเชียที่แข็งแกร่ง การใช้จ่ายภาคเอกชนก็เร่งตัวขึ้นเพิ่มขึ้น 4.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วในเชิงปริมาณ ขณะที่การลงทุนรวมขยายตัว 17.7% อัตราการว่างงานปรับตามฤดูกาลลดลงเล็กน้อยเหลือ 3.7% จาก 3.8% และจำนวนผู้เดินทางเข้าฮ่องกงเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน โดยได้รับแรงหนุนจากการแข่งขันรักบี้ Hong Kong Sevens ประจำปี

 

 

 

 

image.png

คณะกรรมการการท่องเที่ยว (Tourism Board) เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 ว่า ฮ่องกงได้ต้อนรับนักท่องเที่ยว 4.21 ล้านคนในเดือนเมษายน ทำให้ยอดรวมสี่เดือนแรกอยู่ที่ 18.52 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน แต่จำนวนผู้มาเยือนจากภูมิภาคอื่นก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากถึง 8% เป็นจำนวน 1.11 ล้านคน ในขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่จากประเทศจีนในสี่เดือนแรกของปี 2569 ก็เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบรายปีเป็นจำนวนมากถึง 4.34 ล้านคน การแข่งขัน Hong Kong Sevens ที่จัดขึ้นที่สนามกีฬา Kai Tak Stadium ขนาด 50,000 ที่นั่ง เป็นเวลา 3 วันในช่วงต้นเดือนเมษายน

คณะกรรมการการท่องเที่ยวระบุเพิ่มเติมว่าจะติดตามสถานการณ์ความมขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่านอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและผลกระทบต่อความสามารถด้านการขนส่งทางอากาศและตลาดการท่องเที่ยว

 

ความคิดเห็นของ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง

สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ AI ฮ่องกงยังคงเป็นศูนย์กลางการส่งออกต่อ (Re-export Hub) สำหรับสินค้าประเภทนี้ ผู้ประกอบการไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับซัพพลายเชนสามารถใช้ฮ่องกงเป็นช่องทางกระจายสินค้าไปยังตลาดโลก สินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ความเชื่อมั่นผู้บริโภคภายในประเทศยังคงแข็งแกร่ง สินค้าไทยที่มีคุณภาพและแบรนด์ชัดเจนยังมีโอกาสเติบโต เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจของฮ่องกงยังแข็งแกร่งและเติบโต  ในขณะที่การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางวัฒนธรรมในฮ่องกงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและบริการเสริม เช่น สปา อาหารไทย และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เป็นต้น ตลาดฮ่องกงมีการแข่งขันสูง การนำเสนอสินค้าไทยด้วยภาพลักษณ์คุณภาพ มาตรฐานสากล และเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทย จะช่วยเพิ่มมูลค่าและความแตกต่างให้กับสินค้าและการบริการของไทยได้

 อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมตัวปรับตัวต่อแรงกดดันเงินเฟ้อและต้นทุนต่างๆ อาจเพิ่มสูงขึ้น เช่น ต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ ราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการไทยควรบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ และพิจารณาใช้เส้นทางขนส่งหรือพันธมิตรโลจิสติกส์ที่มีความยืดหยุ่น นอกจากนั้นการที่ผู้ซื้อจากต่างประเทศนิยมให้สัญญาอยู่ภายใต้กฎหมายฮ่องกง เนื่องจากสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้จุดแข็งนี้ในการสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจ โดยสามารถใช้ฮ่องกงเป็นฐานทางกฎหมายและการเงิน

ฮ่องกงยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับผู้ประกอบการไทย ทั้งในด้านสินค้าอุปโภคบริโภค การส่งออกต่อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรบริหารความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อ พร้อมทั้งใช้จุดแข็งของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินและการค้าระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

ข่าวประจำสัปดาห์ 20 พค 69.pdf
Share :
Instagram