
ในช่วงไม่กีปีที่ผ่านมา ตลาดน้ำหอมในจีนได้เปลี่ยนจากสินค้าฟุ่มเฟือยมาเป็นหนึ่งในสินค้าด้านความงามที่มีการเติบโตทางตลาดที่สูง ทั้งจากการขยายตัวของชนชั้นกลาง และการเปิดรับวัฒนธรรมจากต่างประเทศ ความกล้าแสดงออกที่เพิ่มมากขึ้นของชาวจีน ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ความต้องการสินค้าน้ำหอมในตลาดจีนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ทั่วไปหรือแบรนด์พรีเมียม การเติบโตของตลาดอุตสาหกรรมน้ำหอมนี้เป็นไปตามการพัฒนาของดิจิมัล อีคอมเมิร์ซและการใช้ Influencers/ KOL/ เน็ตไอดอลที่ช่วยผลักดันให้การสร้างการรับรู้แบรนด์หรือการรีวิวสินค้ากว้างขวางมากยิ่งขึ้น
1.ประเภทของน้ำหอม
น้ำหอมส่วนใหญ่ประกอบด้วยน้ำหอม แอลกอฮอล์ และน้ำ น้ำหอมบางชนิดอาจเติมเอสเทอร์เพื่อช่วยให้กลิ่นติดทนนานขึ้นและละลายได้ดีขึ้น ทำให้มีกลิ่นหอมที่น่าพึงพอใจ หากพิจารณาจาก ความเข้มข้นของน้ำหอม สามารถแบ่งน้ำหอมออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ Parfum, Eau de Parfum, Eau de Toilette และ Eau de Cologne

2.มูลค่าตลาดน้ำหอมทั่วโลก
จากข้อมูลพบว่า ในปี 2567 ตลาดน้ำหอมทั่วโลกมีมูลค่าถึง 50,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาในปี 2572 ตลาดน้ำหอมทั่วโลกจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่ การยกระดับการบริโภค การตื่นตัวของความต้องการสินค้า และนวัตกรรมการผลิตสินค้าที่รวดเร็ว สำหรับแบรนด์จีน นี่ถือเป็นทั้งโอกาสสำคัญในการใช้ประโยชน์จากอีคอมเมิร์ซ และกระแสสินค้าแบรนด์จีน เพื่อขยายตลาดสู่ตลาดต่างประเทศ และในขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายการแข่งขันโดยตรงกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับนานาชาติ ปัจจุบันจีนจึงเร่งผลักดันการเสริมสร้างแบรนด์และความโดดเด่นของสินค้าน้ำหอม เพื่อคว้าโอกาสในตลาดโลกให้ได้

3.มูลค่าตลาดน้ำหอมในจีน
จากข้อมูลในปี 2567 จีนมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 25,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.8 และในปี 2572 คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 51,500 ล้านหยวน นักวิเคราะห์มองว่า ภายใต้กระแสการเติบโตของ “เศรษฐกิจแห่งการดมกลิ่น” และความสำเร็จของแบรนด์ท้องถิ่น ทำให้จีนสามารถขยายฐานผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง

3.สุนทรียศาสตร์แห่งน้ำหอมจีน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โทนกลิ่นแบบตะวันออกได้อาศัยเบสกลิ่นที่ลุ่มลึกและนุ่มนวล ซึ่งสร้างจากวัตถุดิบธรรมชาติอย่างไม้ ผสมผสานกับรากฐานทางวัฒนธรรมของสุนทรียศาสตร์จีนที่เน้นความสงบ สุขุมและงดงามอย่างมีชั้นเชิง สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคร่วมสมัยได้อย่างแม่นยำ
- DNA แห่งตะวันออก
แก่นหลักของกลิ่นหอมแบบตะวันออกมีรต้นกำเนิดจากวัตถุดิบเครื่องหอมดั้งเดิมของเอเชีย โดยใช้ไม้หอมอย่างกำยาน ไม้จันทร์ ไม้กฤษณา และเครื่องหอมสมุนไพรต่าง ๆ เป็นฐาน ผสมกับดอกไม้แบบตะวันออก เช่น ดอกออสมันตัส มะลิ และโบตั๋น รวมถึงองค์ประกอบสมุนไพรอย่างพิมเสนและตังกุย กลิ่นหอมจึบงมีมิติที่เข้มข้น ลุ่มลึก และยาวนาน แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ลึกลับแบบตะวันออก สะท้อนสุนทรียศาสตร์จีนที่ให้คุณค่ากับ “ความงามจากไทยภายใน”
- กลิ่นอายแห่งความทรงจำ
กลิ่นตะวันออกแนววินเทจมีรากฐานมาจากความทรงจำร่วมของผู้คน เช่น น้ำหอมฮวาโลว แบบเซี่ยงไฮ้ยุคเก่า และกลิ่นสมุนไพรจีน กลิ่นบ๊วยและไม้จันทร์ ทำให้น้ำหอมกลายเป็นตัวแทนของความทรงจำ เติมเต็มความต้องการทางอารมณ์และจิตใจของผู้บริโภคที่โหยหาความรู้สึกคุ้นเคยในอดีต
- กลิ่นธูป
กลิ่นที่ผสมผสานความหอมของธูปหอม กลิ่นจะมีความใส สะอาด มีแนวคิด “ความสงบนิ่ง” กลิ่นประเภทนี้สืบทอดแนวคิดแบบจีนเรื่อง “การบำรุงจิตใจด้วยกลิ่นหอม” สร้างบรรยากาศเงียบสงบ ผ่อนคลาย และสอดรับกับความต้องการของคนยุคใหม่ที่แสวงหาความสมดุลภายใน จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมในตลาดน้ำหอมแนวเยียวยาจิตใจ
4.ความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมของแบรนด์น้ำหอม
ภายใต้การขับเคลื่อนจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมน้ำหอม การร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมของแบรนด์น้ำหอมได้กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของวงการ โดยแบรนด์น้ำหอมจีนมีความร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่น ธุรกิจอาหารและโรงแรม ไปจนถึงความร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์และแพลตฟอร์มเกมส์ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น สร้างการเติบโตแบบก้าวข้ามกรอบเดิมของ แบรนด์น้ำหอม พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมเดินหน้าสู่นวัตกรรมและการยกระดับอย่างต่อเนื่อง
- น้ำหอม X เกม (Givaudan X Roblox)
ในเดือนตุลาคม 2568 บริษัท Givaudan ร่วมมือกับ Roblox เปิดตัว “เกมส์ค้นหากลิ่นน้ำหอม” เพื่อเปิดประสบการณ์กลิ่นน้ำหอมในมิติใหม่

- น้ำหอม X แฟชั่น (L’Oreal X Miu Miu)
ในเดือนกันยายน 2568 แบรนด์ L’Oreal จับมือเปิดตัวน้ำหอมลิมิเต็ดเอดิชันภายใต้แนวคิด “Miune” เพื่อผลักดันน้ำหอมระดับไฮเอนด์และการเล่าเรื่องผ่านแบรนด์แฟชัน
- น้ำหอม X เทคโนโลยี (Guerlain X ASUS)
ในเดือนมิถุนายน 2568 Guerlain ร่วมมือกับ ASUS เปิดตัวสินค้า “คอมพิวเตอร์กลิ่นหอม” ลิมิเต็ดเอดิชัน มีการดีไซน์รูปลักษณ์และฟังก์ชันที่แปลกใหม่น่าสนใจ ช่วยขยายการใช้น้ำหอมไปสู่บริบทเทคโนโลยี เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก

5.ช่องทางการจำหน่าย
5.2 ร้านค้าออฟไลน์
ผู้บริโภคร้อยละ 58.1 เลือกซื้อน้ำหอมในร้านค้าออฟไลน์ ในขณะที่ร้อยละ 42 เลือกซื้อใน เค้าเตอร์แบรนด์ แสดงให้เห็นว่า ช่องทางออฟไลน์ได้กลายเป็นช่องทางหลักที่เชื่อมโยงผู้บริโภคและแบรนด์น้ำหอม นักวิเคราะห์เชื่อว่า เมื่อความต้องการของผู้บริโภคในด้านความเป็นส่วนตัวมีเพิ่มมากขึ้น ร้านค้าออฟไลน์จึงไม่ใช่เพียงตู้โชว์สินค้า แต่ยังเป็นช่องทางสำคัญในการเลือกซื้อน้ำหอมของผู้บริโภค ชาวจีน

5.2 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
ผู้บริโภคชาวจีนร้อยละ 54.1 เลือกซื้อน้ำหอมผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร ในขณะที่ร้อยละ 36.6 ซื้อน้ำหอมผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Live Streaming เช่น Douyin หรือ Kuaishou ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Live Streaming ก็เป็นช่องทางการขายออนไลน์ที่สำคัญสำหรับสินค้าน้ำหอม นักวิเคราะห์เชื่อว่า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจรที่มีห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งถือเป็นช่องทางการจำหน่ายหลัก ในขณะเดียวกัน การ Live Streaming ทำให้ผู้บริโภคเห็น การทดลองใช้งานจริง ช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อของผู้บริโภคได้อย่งมีประสิทธิภาพ

6.กลิ่นน้ำหอมที่เป็นที่นิยมในจีน
ผู้บริโภคจีนร้อยละ 63.1 นิยมเลือกน้ำหอมกลิ่นอ่อน และ ร้อยละ 48.6 ชื่นชอบน้ำหอมกลิ่นเข้มข้นปานกลาง การเลือกซื้อน้ำหอมในจีนขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในการทำงาน การเดินทางหรือการพักผ่อน การท่องเที่ยว ซึ่งล้วนแต่มีแนวคิดการเลือกกลิ่นน้ำหอมที่แตกต่างกันในไปแต่ละสถานการณ์ ชาวจีนส่วนใหญ่ให้ความนิยมในกลุ่มสินค้าน้ำหอมกลิ่นอ่อนที่ให้ความสดชื่น และน้ำหอมกลิ่นเข้มจ้นปานกลางที่ติดทนนาน

กลิ่นดอกไม้ และ กลิ่นผลไม้ เป็นโทนกลิ่นน้ำหอมที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุด โดยมีสัดส่วน ร้อยละ 36.7 และ 35.9 ตามลำดับ ชาวจีนใช้น้ำหอมในชีวิตประจำวันทมากกว่าการใช้เพื่อโอกาสในสังคมอย่างเดียว ทำให้นิยมเลือกโทนกลิ่นที่อ่อนโยน เหมาะกับการใช้งานในหลากหลายสถานการณ์ ในขณะเดียวกัน นอกเหนือจากการเลือกกลิ่นดอกไม้และผลไม้แบบดั้งเดิม ยังมีกลิ่นผสมผสานที่เติมองค์ประกอบของกลิ่นโทนไม้หรือโทนตะวันออกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งให้บรรยากาศลุ่มลึกและลึกลับ ตอบโจทย์ผู้บริโภคบางกลุ่มที่ต้องการกลิ่นหอมแนวผู้ใหญ่มากขึ้น

7. ปัจจัยในการเลือกซื้อน้ำหอมของชาวจีน
ชาวจีนเลือกซื้อน้ำหอม เพื่อการออกเดท/การพบปะสังสรรค์ ร้อยละ 59.9 และการออกไปเที่ยวพักผ่อน/การเดินทาง ร้อยละ 46.4% เป็นการสร้างความพึงพอใจให้ตนเอง ร้อยละ 59.7% 3 ปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคซื้อน้ำหอม ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำหอม การใช้น้ำหอมไม่จำกัดเพียงการใช้ในสังคมและการทำงาน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญใน การเยียวยาทางอารมณ์และแสดงออกถึงความเป็นตัวตน

เมื่อเลือกซื้อน้ำหอม ชาวจีนร้อยละ 34.2 จะพิจารณาที่คุณภาพของสินค้า ร้อยละ 32.2 พิจารณาจากกลิ่น เมื่อการแข่งขันในตลาดทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ผู้ระกอบการสร้างจุดแข็งและออกแบบกลิ่นที่มีความแตกต่าง แบรนด์ต่าง ๆ จำเป็นต้องเสริมสร้างการคัดเลือกวัตถุดิบและนวัตกรรมด้านกลิ่น เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคชาวจีน



9. สถิติการนำเข้า – ส่งออก (เดือนมกราคม – ตุลาคม 2568)
9.1 สถิติการนำเข้า – ส่งออกน้ำหอมระหว่าง จีน – ทั่วโลก
จากสถิติ Global Trade Atlas การค้าน้ำหอมระหว่างประเทศของจีน - ทั่วโลก เดือนมกราคม – ตุลาคม 2568 มีมูลค่ารวม 1,552.86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.60 แบ่งออกเป็นมูลค่า การส่งออก 1,272.19 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.37 และมูลค่าการนำเข้า 280.67 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.62 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567
- ประเทศที่จีนมีการนำเข้าน้ำหอมมากที่สุด 5 อันดับแรก



9.2 สถิติการนำเข้า – ส่งออกน้ำหอมระหว่าง จีน – ไทย
จากสถิติ Global Trade Atlas การค้าระหว่างประเทศของจีน - ไทย เดือนมกราคม – ตุลาคม 2568 มีมูลค่ารวม 42.18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 0.73 แบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออก 38.42 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 0.57 และมูลค่าการนำเข้า 3.76 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 2.41เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567
- มูลค่าการนำเข้าน้ำหอมจากไทยเข้าจีน

10.กลุ่มผู้บริโภค
กลุ่มผู้บริโภคนส่วนใหญ่เป็นคนที่อายุระหว่าง 26-35 ปี อยู่ในช่วงวัยทำงาน ส่วนผู้บริโภคในเมืองระดับ 2 ที่นิยมใช้น้ำหอม คือ คนที่อายุระหว่าง 18-35 ปี คิดเป็นร้อยละ 18.7 จะเห็นได้ว่าน้ำหอมมีโอกาสมากในกลุ่มผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในเมืองระดับ 2

ในด้านการใช้น้ำหอม ผู้บริโภคในเมืองระดับ 1 และเมืองใหม่ระดับ 1 มีการใช้น้ำหอมทุกวันคิดเป็นร้อยละ 37.0 ใช้วันละหลายครั้ง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.7 ส่วนผู้บริโภคในเมืองระดับ 2 มีการใช้น้ำหอมทุกวัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32.2 และใช้วันละหลายครั้ง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.5 จะเห็นได้ว่า ผู้บริโภคในเมืองระดับ 1 และเมืองใหม่ระดับ 1 ใช้น้ำหอมในชีวิตประจำวันมากกว่า มีความต้องการน้ำหอมที่มีุคณภาพสูง ส่วนผู้บริโภคในเมืองระดับ 2 มักใช้น้ำหอมในอัตราที่ไม่สม่ำเสมอ และไม่ได้มีเวลาเฉพาะเจาะจง

11.ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผู้นำเข้าสินค้าเครื่องสำอาง (รวมน้ำหอม)
การขึ้นทะเบียนผู้นำเข้าสินค้าเครื่องสำอาง รวมถึงเครื่องสำอาง สกินแคร์ สินค้าเพื่อสุขภาพช่องปาก น้ำหอม สินค้าบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ
11.1 เอกสารที่ต้องใช้
แบบคำขอขึ้นทะเบียนผู้รับสินค้า
สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจ (หนังสือรับรองบริษัท สำเนาบัตรประชาชนของผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย สำเนาแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการต่างประเทศ พร้อมนำฉบับจริงมาแสดงเพื่อตรวจสอบ)
เอกสารที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและคุณภาพของบริษัท ระบบการติดตามย้อนกลับของสินค้า
โครงสร้างองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเครื่องสำอาง หน้าที่แต่ละแผนกและความรับผิดชอบของตำแหน่งงาน
เอกสารเกี่ยวกับประเภทของเครื่องสำอางที่คาดว่าจะดำเนินการและสถานที่จัดเก็บสินค้า
หากภายในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เคยนำเข้าหรือจำหน่ายเครื่องสำอาง ต้องจัดทำคำอธิบายรายละเอียดสินค้าที่เคยนำเข้า/จำหน่าย (ประเภทเครื่องสำอางและปริมาณ)
กรณียื่นพิธีการศุลกากรด้วยตนเอง ต้องแนบสำเนาใบรับรองการขึ้นทะเบียนของหน่วยงานที่ยื่น พร้อมแสดงฉบับจริงเพื่อตรวจสอบ
11.2 ขั้นตอนการขึ้นทะเบียน
ผู้ประกอบการสามารถเข้าสู่ระบบขึ้นทะเบียนผ่าน 2 เว็บไซต์ดังนี้
1) ระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการนำเข้า - ส่งออกอาหารและเครื่องสำอาง
2) แพลตฟอร์มบูรณาการ “Internet + Customs”

ผู้ประกอบการยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์ระบบขึ้นทะเบียน เพื่อรับเลขคำขอและรหัสสำหรับตรวจสอบ จากนั้นนำเอกสารตัวจริงทั้งหมดไปยื่น ณ สำนักงานศุลกากรในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
เมื่อเอกสารครบถ้วน ศุลกากรจะรับพิจารณาและดำเนินการขึ้นทะเบียนให้แล้วเสร็จภายใน 5 วันทำการ ผู้ประกอบการสามารถใช้เลขคำขอและรหัสสำหรับตรวจสอบ เพื่อติดตามความคืบหน้าการขึ้นทะเบียน หรือแก้ไขข้อมูลการขึ้นทะเบียนในระบบได้
หมายเหตุ: หากชื่อผู้รับสินค้า ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์มีการเปลี่ยนแปลง ต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขผ่านระบบขึ้นทะเบียน และสามารถแก้ไขได้หลังจากศุลกากรตรวจสอบและอนุมัติแล้ว
12.โอกาสของน้ำหอมไทยในตลาดจีน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดน้ำหอมในจีนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้นให้ความสำคัญกับการแสดงออกถึงตัวตน จากเดิมที่ชาวจีนมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟื่ย ปัจจุบันได้กลายเป็นสินค้าที่นำมาพัฒนาบุคลิกภาพและใช้ในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ตลาดสินค้าน้ำหอมของจีนเปิดกว้างต่อแบรนด์ใหม่ ๆ หรือน้ำหอมนำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น อย่างน้ำหอมไทยก็มีโอกาสในตลาดจีน ด้วยจุดแข็งด้านวัตถุดิบจากธรรมชาติ หรือกลิ่นหอมสมุนไพร ดอกไม้และพืชเขตร้อน เช่น กลิ่นมะลิ กล้วยไม้ ตะไคร้ เป็นต้น ผู้ประกอบการไทยสามารถพึ่งพาจุดเด่นดังกล่าวในการขยายตลาดสู่จีน ผลิตน้ำหอมที่มีกลิ่นเฉพาะตัว แตกต่างจากน้ำหอมของจีนหรือกลิ่นฝั่งตะวันตก ซึ่งก็สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากคนจีนชื่นชอบกลิ่นน้ำหอมที่มีความเบา สดชื่น หรือผลิตจากธรรมชาติ
นอกจากนี้ ภาพลักษณ์ของสินค้าไทยในมุมมองผู้บริโภคชาวจีน คือ สินค้าไทยมีความโดดเด่นด้านเพื่อสุขภาพและความงาม ประกอบกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมช่วยผลักดันให้สินค้าน้ำหอมของไทยมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ความคิดเห็น สคต.
น้ำหอมของไทยมีโอกาสอย่างมากในตลาดจีน ซึ่งปัจจุบันชาวจีนหันมารักษาสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้นิยมสินค้าที่ผลิตจากธรรมชาติ และไทยเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรทางธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้เป็นโอกาสที่ดีในการขยายตลาดสินค้าน้ำหอมของไทย โดยเฉพาะในช่องทาง E-Commerce หรือโซเชียลมีเดียของจีน เช่น Douyin Xiaohongshu Taobao T-mall เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรสร้างจุดเด่นให้แก่สินค้า หรือสร้างที่มาของแบรนด์/สินค้า แหล่งที่มาของวัตถุดิบ ซึ่งจะช่วยสร้างความแตกต่างและดึงดูดผู้บริโภคชาวจีนได้ อย่างไรก็ตาม โอกาสในตลาดจีนจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน หากผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบของจีน การปรุงปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม รวมถึงการใช้ KOL/ เน็ตไอดอลเข้ามารีวิวประชาสัมพันธ์สินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของจีน
*****************************************
แหล่งที่มา: https://www.givaudan.cn/media/media-releases/2025/givaudan-unveils-guardians-of-memories
https://www.iimedia.cn/c400/108195.html
http://www.customs.gov.cn/customs/302249/302270/302272/2548941/index.html
https://www.iimedia.cn/c1094/108245.html
https://baijiahao.baidu.com/s?id=1836163767674902275&wfr=spider&for=pc
https://www.jiemian.com/article/11492563.html