
ภาพรวมเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจของประเทศชิลีประจำเดือนกรกฎาคม 2569 GDP ปรับตัวลดลง -1.5% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นที่ 2.0% ด้านอัตราเงินเฟ้อของชิลีปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.5% ในขณะที่อัตราว่างงานยังอยู่ในระดับสูงที่ 9.5% การนำเข้าโดยรวมของชิลีเพิ่มขึ้น 4.6% ในขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 20.1% โดยสินค้ากลุ่มสินแร่และทองแดงซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 30.3% รวมมูลค่า 4.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ระหว่างเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2569 ชิลีมีมูลค่าการค้ารวมกับไทยกว่า 595.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ชิลีนำเข้าสินค้าจากไทยลดลง -5.3% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า รวมมูลค่า 382.2 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าที่ 169.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ในส่วนของรายละเอียดในแต่ละด้านประจำเดือนกรกฎาคม 2569 สคต. ณ กรุงซันติอาโกขอสรุปรายละเอียด ดังนี้
1. การบริโภคภาคเอกชน (ข้อมูลจากธนาคารกลางชิลี )
การบริโภคภาคเอกชนของชิลีประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ในภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.0% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
สอดคล้องกับดัชนีค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น 2.2% การบริโภคภาคเอกชนของชาวชิลีในภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า-อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค และหมวดสินค้าอาหาร เพิ่มขึ้น 4.0% 3.4% และ 3.3% ตามลำดับ
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าจากระดับ 31.1 มาอยู่ที่ 32.8 เพิ่มขึ้น 5.6%
2.การลงทุน (ข้อมูลจากธนาคารกลางชิลี https://www.bcentral.cl/)
บรรยากาศการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนในชิลีประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ในภาพรวมยังคงหดตัวเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนจากตัวเลขการขออนุญาตก่อสร้าง (คิดเป็นตารางเมตร) ลดลงจาก 9.7 แสนตารางเมตร มาอยู่ที่ 7.7 แสนตารางเมตร โดยการนำเข้าเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ลดลงเช่นกันที่ -19%
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจโดยรวมประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับตัวลดลง -4.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากระดับ 45.8 มาอยู่ที่ 43.6 ทั้งนี้ หากพิจารณาภาคธุรกิจที่มีดัชนีความเชื่อมั่นสูงที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ (1) ภาคการค้า (2) ภาคการผลิต และ (3) ภาคธุรกิจเหมืองแร่ โดยอยู่ที่ 50.9, 44.9 และ 41.7 ตามลำดับ
3. เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ (ข้อมูลจากธนาคารกลางชิลี https://si3.bcentral.cl และสำนักงานสถิติแห่งชาติของชิลี https://www.ine.gob.cl)
อัตราการว่างงานของประเทศชิลีในเดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 9.5% โดยแคว้นที่มีอัตราการว่างงานสูงที่สุดคือแคว้น Biobio และ แคว้น Los Rios ที่ 10.6%

อัตราเงินเฟ้อของประเทศชิลีในเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับลดลง มาอยู่ที่ระดับ 3.5% ทั้งนี้ หมวดที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 12 เดือนได้แก่ (1) หมวดร้านอาหารและโรงแรม (2) หมวดการศึกษา และ (3) สุขภาพ โดยเพิ่มขึ้นที่ 6.6%, 5.9% และ 5.1% ตามลำดับ

4. การส่งออก-นำเข้า (ข้อมูลจากกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศของชิลี SUBREI – www.subrei.gob.cl)
การส่งออกสินค้าของชิลีระหว่างเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2569 มีมูลค่ารวมที่ 73,753 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.1% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่
สินค้า | ม.ค.-ก.ค. (ล้านเหรียญสหรัฐ) | ขยายตัว (68/69) | |
ปี 2568 | ปี 2569 | ||
สินแร่ | 35,620 | 46,411 | 30.3% |
เคมีภัณฑ์ | 4,479 | 6,097 | 36.1% |
ผลไม้ | 5,131 | 4,774 | -6.9% |
ปลาแซลมอน | 3,511 | 3,722 | 6.0% |
เยื่อกระดาษ | 2,346 | 2,115 | -9.8% |
เครื่องจักรและส่วนประกอบ | 1,491 | 1,680 | 12.7% |
ไม้และเฟอร์นิเจอร์ไม้ | 1,290 | 1,123 | -12.9% |
การนำเข้าของชิลีระหว่างเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2569 มีมูลค่ารวมที่ 51,768 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่
สินค้า | ม.ค.-ก.ค. (ล้านเหรียญสหรัฐ) | ขยายตัว (68/69) | |
ปี 2568 | ปี 2569 | ||
สินค้าอุปโภคบริโภค | 14,537 | 14,981 | 3.1% |
สินค้าหมวดพลังงาน | 7,965 | 9,383 | 17.8% |
สินค้าทุน | 11,307 | 11,631 | 2.9% |
-รถยนต์เชิงพาณิชย์ | 1,684 | 1,704 | 1.2% |
-เครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมก่อสร้าง | 1,185 | 960 | -19.0% |
จากตัวเลขการส่งออกของชิลีที่สูงกว่าตัวเลขการนำเข้า ทำให้ชิลีได้ดุลการค้าจำนวน 21,985 ล้านเหรียญสหรัฐ
5. การค้าของชิลีกับไทย และกลุ่มประเทศอาเซียน (ข้อมูลสถิติทางการค้าจาก Global Trade Atlas)
ชิลีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยระหว่างเดือน มกราคม - กรกฎาคม 2569 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 382.20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -5.33% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า) ซึ่งสินค้าที่นำเข้าจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
รถยนต์และส่วนประกอบ (168.63 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -7.45%)
เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (61.84 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -21.83%)
ปลากระป๋อง (34.50 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -12.19%)
เครื่องจักรไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า (29.05 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 85.94%)
อัญมณีและไข่มุก (13.50 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.03%)
สำหรับตัวเลขการนำเข้าของชิลีจากกลุ่มประเทศอาเซียน ใน 5 อันดับแรก ได้แก่
ชิลีนำเข้าจากเวียดนาม 872.36 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -2.40%)
ชิลีนำเข้าจากไทย 382.20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -5.33%)
ชิลีนำเข้าจากอินโดนีเซีย 299.97 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -3.96%)
ชิลีนำเข้าจากมาเลเซีย 135.74 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -21.04%)
ชิลีนำเข้าจากสิงคโปร์ 49.19 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -25.27%)
ชิลีส่งออกสินค้าไปยังประเทศไทยระหว่างเดือน มกราคม - กรกฎาคม 2569 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 213.05 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -36.68% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า) ซึ่งสินค้าที่ส่งออกไปยังไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
แซลมอนและอาหารทะเล (48.09 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -31.78%)
เยื่อกระดาษ (45.24 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -30.23%)
ทองแดง (45.20 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -63.06%)
สินแร่อื่น ๆ (27.26 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -14.85%)
ผลไม้และผลิตภัณฑ์ธัญพืช (11.78 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -12.29%)
สำหรับตัวเลขการส่งออกของชิลีไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน ใน 5 อันดับแรก ได้แก่
ชิลีส่งออกไปเวียดนาม 215.80 ล้านเหรียญสหรัฐ (เพิ่มขึ้น 15.81%)
ชิลีส่งออกไปไทย 213.05 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -36.68%)
ชิลีส่งออกไปมาเลเซีย 150.86 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -11.21%)
ชิลีส่งออกไปอินโดนีเซีย 76.32 ล้านเหรียญสหรัฐ (เพิ่มขึ้น 111.07%)
ชิลีส่งออกไปสิงคโปร์ 63.78 ล้านเหรียญสหรัฐ (เพิ่มขึ้น 20.75%)
มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทย-ชิลี ระหว่างเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 595.25 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -19.58%) โดยชิลีนำเข้าสินค้าจากไทย มากกว่าส่งออกสินค้ามายังไทย ทำให้ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าที่ 169.15 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก
กันยายน 2569