fb
ฮ่องกงเตรียมปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 เป็น 3.5- 4.5% 		หลังเศรษฐกิจครึ่งแรกทำผลงานได้แข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบห้าปี

ฮ่องกงเตรียมปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 เป็น 3.5- 4.5% หลังเศรษฐกิจครึ่งแรกทำผลงานได้แข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบห้าปี

โดย
Wacharaporn
ลงเมื่อ 19 สิงหาคม 2569 11:18
สคต. ณ เมืองฮ่องกง (จีน) (TCC, Hong Kong (China))
2
1

รัฐบาลฮ่องกงปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP)  ปี 2569 เป็น 3.5 - 4.5% จากเดิมที่ประเมินไว้ 2.5 - 3.5% หลังเศรษฐกิจทำผลงานได้แข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบห้าปีในช่วงครึ่งปีแรกโดย GDP ที่แท้จริงเติบโต 5.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนแบบรายปี (YoY) สำหรับครึ่งแรกของปี ขณะที่การเติบโตในไตรมาสที่สองมีการชะลอตัวลดลงมาอยู่ที่ 4.3% จาก 5.9% ในไตรมาสแรก ตามรายงานเศรษฐกิจครึ่งปี 2569 ของรัฐบาลฮ่องกง

          อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในแง่การปรับฤดูกาลแบบไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) จะพบว่า GDP    มีการหดตัวลง 0.6% ในไตรมาส 2 โดยพลิกกลับจากการขยายตัว 2.9% ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตระยะสั้นได้กำลังเริ่มเผชิญแรงกดดัน แม้ภาพรวมเมื่อเทียบรายปีจะยังคงแข็งแรงอยู่ก็ตาม    ทั้งนี้ภาคการค้าต่างประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของฮ่องกง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 28.9% เมื่อเทียบรายปีในเชิงปริมาณที่แท้จริงสำหรับในไตรมาสดังกล่าว และมีการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นจาก 23.8% ในไตรมาส1

 

          

          รัฐบาลระบุว่า “อุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกต่อผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) คาดว่าจะยังคงสนับสนุนผลการดำเนินงานด้านการค้าสินค้าของฮ่องกงต่อไป” การส่งออกไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงเติบโตในระดับเลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียนมีการขยายการเติบโตเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน รวมทั้งการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปก็เติบโตในระดับที่มั่นคง ตามที่ระบุไว้ในรายงาน

          ในเชิงไตรมาสต่อไตรมาสที่ปรับฤดูกาลแล้ว การส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นอีก 7% การส่งออกบริการเติบโต 3.4% เมื่อเทียบรายปี โดยได้รับผลส่งเสริมจากปัจจัยทางด้านบริการขนส่ง บริการทางการเงิน และบริการทางธุรกิจอื่นๆ ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการท่องเที่ยวขาเข้ากำลังฟื้นตัวดี การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในระดับเลขสองหลักต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สาม การลงทุนภายในประเทศโดยรวมเพิ่มขึ้น 4.4% ในไตรมาส2 ชะลอลงจาก 18.3% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างและอาคารของภาครัฐที่อ่อนแรงลง ในขณะเดียวกัน การลงทุนในเครื่องจักร อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์ทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มขึ้นถึง 23.6% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาสดังกล่าว สะท้อนการลงทุนเชิงโครงสร้างเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว

          ด้านการบริโภคภาคเอกชน การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของประชาชนเพิ่มขึ้น 2.8% แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นและกำลังซื้อภายในประเทศยังคงมีบทบาทสนับสนุนเศรษฐกิจ แม้แรงขับเคลื่อนหลักจะมาจากภาคการส่งออกและการลงทุนก็ตาม ในตลาดแรงงาน อัตราการว่างงานยังคงอยู่ที่ 3.7% และอัตราการว่างงานแฝงหรือทำงานต่ำกว่าวุฒิ (underemployment) อยู่ที่ 1.6% โดยรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของผู้มีงานทำเต็มเวลา (ไม่รวมผู้ช่วยเหลือในบ้านชาวต่างชาติ) เพิ่มขึ้น 2.3% สะท้อนการปรับตัวดีขึ้นของรายได้แรงงานในภาพรวม   รัฐบาลฮ่องกงยังคงประมาณภาวะเงินเฟ้อปี 2569 ไว้เท่าเดิมที่ 2.5% สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Underlying Consumer Price Inflation) และ 2.6% สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) อย่างไรก็ตาม รัฐบาลคาดว่าเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากราคาน้ำมัน   ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจะทยอยส่งผ่านมาสู่ระดับราคาภายในประเทศ ทั้งนี้ในด้านความเสี่ยงและปัจจัยที่ไม่แน่นอน รัฐบาลชี้ให้เห็นถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก   ทิศทางนโยบายของธนาคารกลางหลัก การกีดกันทางการค้า และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในระดับโลกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไป แม้ภาพรวมปัจจุบันจะยังคงมีแรงสนับสนุนจากการส่งออก การลงทุน และตลาดแรงงานที่ค่อนข้างมั่นคงก็ตาม

 

 

ความคิดเห็นของ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง

          เศรษฐกิจฮ่องกงในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แสดงสัญญาณฟื้นตัวอย่างมาก มีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) การลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวต่อเนื่อง และภาคบริการที่กลับมาดีขึ้นจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าไปยังฮ่องกง หรือพิจารณาการลงทุนและทำธุรกิจในตลาดฮ่องกง

          ตลาดฮ่องกงยังคงเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI ไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ การเติบโตของการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีสูงในระดับเลขสองหลักสะท้อนให้เห็นว่าฮ่องกงยังคงมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก ผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอัจฉริยะ เซมิคอนดักเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบอัตโนมัติ ควรเร่งพัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐานสากล และพิจารณาการจับมือกับผู้จัดจำหน่ายในฮ่องกงเพื่อใช้เป็นช่องทางเข้าสู่ตลาดจีนและตลาดโลก

          นอกจากนี้ การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว รวมถึงรายได้แรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคฮ่องกงยังคงอยู่ในระดับที่ดี สินค้าอาหารคุณภาพสูง อาหารสุขภาพ ผลไม้พรีเมียม  สินค้าไลฟ์สไตล์ และผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นไทยซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคระดับกลางถึงบน ยังคงมีศักยภาพในการเติบโต โดยเฉพาะในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่และแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน เพื่อแข่งขันในตลาดที่มีความเข้มข้นสูงอย่างฮ่องกง

          อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยควรระมัดระวังปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการวางแผนธุรกิจในระยะต่อไป ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางซึ่งอาจกระทบต่อราคาพลังงาน ภาวะเงินเฟ้อโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก และความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับ  การลงทุนด้าน AI ซึ่งแม้จะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีความเสี่ยงจากการปรับตัวของเทคโนโลยีที่รวดเร็วและการแข่งขันที่รุนแรง ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด วางแผนบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุน ซัพพลายเชน และความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เพื่อให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดที่มีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นฮ่องกง

ข่าวประจำสัปดาห์4 18สค 69.pdf
Share :
Instagram