
เมื่อปี 2568 ประเทศจีนมีสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) มากกว่า 140 ล้านตัว มูลค่าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในปี 2568 มากกว่า 811,400 ล้านหยวน โดยตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีสัดส่วนสูงที่สุด ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52.2 อันดับสองเป็นธุรกิจการแพทย์สำหรำสัตเลี้ยงคิดเป็นร้อยละ 28.5 ของใช้ในชีวิตประจำวันคิดเป็นร้อยละ 12.5 และธุรกิจบริการคิดเป็นร้อยละ 6.8 โดยผู้เชี่ยวชาญในวงการระบุว่าแม้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของจีนเริ่มต้นช้า แต่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากยุคแรกเป็นการรับจ้างการผลิต (OEM) พัฒนาสู่การสร้างแบรนด์และนวัตกรรมด้วยตนเอง ปัจจุบันอุตสาหกรรมได้แสดงแนวโน้มใหม่ 4 ประการหลัก ได้แก่ (1) อาหารสัตว์เลี้ยงก้าวสู่ความเป็นแบรนด์ (2) สินค้าสัตว์เลี้ยงมุ่งสู่ความอัจฉริยะ (3)การพัฒนาอุตสาหกรรมรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ แบรนด์ท้องถิ่นเร่งขยายสู่ตลาดสากล

อาหารสัตว์เลี้ยงก้าวสู่ความเป็นแบรนด์
ในฐานะแกนหลักของห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของจีนได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ช่วงเทศกาลช็อปปิ้งออนไลน์ "6.18" ปี 2568 ของแพลตฟอร์ม Tmall ยอดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงทะลุกว่า 7,500 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 เมื่อเทียบปีก่อนหน้า โดยยอดจำหน่ายของสินค้าใหม่เติบโตกว่าร้อยละ 40
ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงของจีนในช่วงที่เริ่มต้นพัฒนา ส่วนใหญ่เป็นโรงงานรับจ้างผลิตให้แบรนด์ต่างประเทศ ยังไม่มีแบรนด์ของตนเองและมีความสามารถด้านการแข่งขันในตลาด แต่ปัจจุบัน ด้วยธุรกิจสัตว์เลี้ยงของจีนได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ส่งเสริมให้บริษัทท้องถิ่นหลายแห่งเริ่มก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด นวัตกรรมสินค้า และพยายามบุกตลาดระดับกลางและบน ซึ่งกระตุ้นให้แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงของจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อปี 2567 10 แบรนด์ที่มียอดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงออนไลน์ มีแบรนด์จากจีนทั้งหมด 5 แบรนด์ ได้แก่ Myfoodie, Blues, NetEase Yanxuan, Xianlang, และ VETRESKA นอกจากนี้ ยังมีบริษัทท้องถิ่น 6 บริษัททยอยเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งสะท้อนแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงของจีนมีความสามารถด้านการแข่งขัน และมีความน่าเชื่อถือในตลาดมากขึ้น
บริษัทต่างๆ มุ่งเน้นนวัตกรรมและเพิ่มงบประมาณในการพัฒนาและวิจัยมากขึ้น เพื่อพัฒนาสินค้าพรีเมียม เช่น อาหารอบอุณหภูมิต่ำ อาหารเฉพาะโรค การสร้างจุดแข็งแบบครบวงจรตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบจนถึงการตรวจสอบย้อนกลับของคุณภาพ ส่งผลให้อุตสาหกรรมเปลี่ยนจาก OEM สู่นวัตกรรมต้นแบบ
สินค้าสัตว์เลี้ยงมุ่งสู่ความเป็นอัจฉริยะ

การพัฒนาเทคโนโลยีช่วยเปลี่ยนแปลงรูปแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์เลี้ยง และสร้างระบบการดูแลใหม่ที่มีความอัจฉริยะมากขึ้น เช่น เครื่องดูแลมีการเชี่อมโยงกับแอปพลิเคชันในเครื่องมือถือ ซึ่งสามารถทำให้ผู้ดูแลควบคุมได้อย่างสะดวก และมีการรายงานข้อมูลการกินและสารอาหารแบบเรียลไทม์ พร้อมให้คำแนะนำตามอายุ น้ำหนัก และปริมาณกิจกรรม
เมื่อวันที่ 20-24 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา งาน Pet Fair Asia ครั้งที่ 27 จัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างงานบริษัทต่างๆ นำเสนอสินค้าใหม่ทั้งอุปกรณ์ให้อาหารอัจฉริยะ ระบบตรวจสอบ AI อาหารเสริมฟังก์ชัน สะท้อนให้เห็นถึงพลังนวัตกรรมในวงการธุรกิจสัตว์เลี้ยง ยกตัวอย่างเช่น เครื่องกล่องทรายแมวอัจฉริยะได้ดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าชมงงานเป็นอย่างมาก เนื่องจากเครื่องดังกล่าวมีกล้องตรวจจับเมื่อแมวออกจากกระบะแล้วเริ่มทำความสะอาดอัตโนมัติ
ปี 2568 ตลาดของใช้อัจฉริยะสำหรับสัตว์เลี้ยงของจีนมีความเร็วการเติบโตมากกว่าร้อยละ 50 อุปกรณ์ให้อาหารระยะไกล แอปแอปพลิเคชันสุขภาพทำให้การเลี้ยงสัตว์แบบดิจิทัลเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเทคโนโลยีไม่เพียงแก้ปัญหาการดูแลจากระยะไกลหรือตรวจสุขภาพ แต่ยังยกระดับจากสินค้าใช้งานสู่การเป็นเพื่อนทางใจ สร้างจุดเติบโตใหม่มูลค่าสูงให้กับสินค้า

การพัฒนาอุตสาหกรรมรวมกลุ่มคลัสเตอร์
ปัจจุบันจีนมีนิคมอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงที่สำคัญจำนวน 22 แห่ง โดยเมืองหลินซีในมณฑลซานตง เมืองสิงไถในมณฑลเหอเป่ยและภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียงกลายเป็นเขตพื้นที่พัฒนาที่สำคัญ ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์แห่งประเทศจีน ระบุว่าปี 2567 มณฑลซานตงผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงมีปริมาณ 566,000 ตัน แซงหน้ามณฑลเหอเป่ย ส่งเสริมให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาธุรกิจสัตว์เลี้ยงของจีน
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนมีการส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ตามความได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้งและวัตถุดิบของท้องถิ่น ปัจจุบัน ธุรกิจการผลิตสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงอยู่ที่มณฑลซานตงและเหอเป่ย์มีสัดส่วนรวมเกือบร้อยละ 70 ของทั้งประเทศ สัดส่วนของภูมิภาคสามเหลี่ยมแม่น้ำแยงซีเกียงประมาณร้อยละ 21 อนึ่ง เขตหลัวหูของเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางต้งเร่งพัฒนาอุตสาหกรรม โดยสร้างนิคมเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงขนาดพื้นที่ 75,000 ตารางกิโลเมตร ได้ดึงดูดบริษัทสัตว์เลี้ยง 182 แห่งเข้าใช้บริการ พร้อมสนับสนุนนโยบายพิเศษจากรัฐบาลท้องถิ่น
ปัจจุบัน นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศครอบคลุมทุกขั้นตอน จากการวิจัย การผลิต การตรวจสอบ และการจำหน่าย ที่เป็นรูปแบบการบูรณาการ ซึ่งได้ยกระดับประสิทธิภาพอุตสาหกรรม
แบรนด์ท้องถิ่นเร่งขยายสู่สากล
เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา การค้านำเข้าและส่งออกสินค้าอาหารสุนัขและแมวของจีนเติบโตอย่างมั่นคง โดยเน้นการส่งออกเป็นหลัก โดยได้ผลประโยชน์จากจีนมีการบุกเบิกตลาดโลกที่ขยายตัวมากขึ้นและยกระดับความสามารถในการผลิตและยกระดับคุณภาพอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น ทำให้การส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นตลาดส่งออกสำคัญของจีน โดยมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 12 ของมูลค่าส่งออก แบรนด์จีนใช้จุดแข็งด้านราคาและความแตกต่างเจาะตลาดต่างประเทศ อาทิ บริษัท China Pet Foods ที่มีแบรนด์ "Wanpy" ได้รับคำสั่งซื้อพุ่งสูงต่อเนื่องในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา และแอฟริกา ส่งเสริมให้รายได้ในปี 2567 สูงถึง 4,465 ล้านหยวน สำหรับรายได้จากต่างประเทศมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 68.33
นายเว่ย เหว่ย (Mr. Wei Wei) CMO บริษัท Petkit ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจของใช้อัจฉริยะของจีนเปิดเผยว่า บริษัทเน้นผลิตสินค้าของใช้อัจฉริยะอย่างกล่องทรายแมว ปรับให้เหมาะกับความต้องการในแต่ละตลาดท้องถิ่นทั่วโลก พร้อมจดสิทธิบัตรกว่า 200 รายการทั่วโลก สำหรับสินค้า AI ได้รับผลตอบรับดีใน 180 ประเทศ ซึ่งได้ดึงดูดผู้ใช้มากกว่า 5 ล้านคน

ถึงแม้ว่าธุรกิจสัตว์เลี้ยงของจีนยังเผชิญกับความท้าทายในการเจาะตลาดพรีเมียม แต่ราคาความคุ้มค่าและนวัตกรรมเฉพาะตัวกำลังเป็นกุญแจสำคัญของแบรนด์จีน ปี 2568 ตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงจีนขับเคลื่อนด้วย 4 แนวโน้มหลักที่กล่าวข้างต้น โดยนวัตกรรมภายใต้กรอบมาตรฐานและการยกระดับด้วยการบูรณาการ ด้วยความต้องการผู้บริโภคเฉพาะทาง การจัดวางอุตสาหกรรมมีความร่วมมือ และการแข่งขันระหว่างแบรนด์สู่ระดับโลกมากขึ้น เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงไม่เพียงเป็นพลังขับเคลื่อนอุปสงค์ภายใน แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันของภาคเกษตร อุตสาหกรรม และเทคโนโลยีพร้อมกัน ในอนาคตนวัตกรรมทางเทคนิคและมาตรฐานที่สมบูรณ์จะขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างยั่งยืน
ความคิดเห็นของสคต. ณ เมืองหนานหนิง ตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงจีนเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง และมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็เผชิญกับความท้าทายมากมาย บริษัทบางส่วนเน้นผลิตภัณฑ์สินค้าระดับกลางถึงล่าง ขาดการลงทุนในการวิจัยเทคโนโลยีหลัก ต้องพึ่งพาการนำเข้า ขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทาง ผลิตภัณฑ์ไม่มีความแตกต่าง และข้อมูลโฆษณาออนไลน์ที่ไม่ดียังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาตลาดและยกระดับของธุรกิจ โดยมีผู้บริโภคบางส่วนสะท้อนว่า การเลือกอาหารสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมต้องศึกษารายการส่วนประกอบอย่างละเอียด ตรวจสอบรายงานการทดสอบ และเปรียบเทียบราคา เพื่อจัดซื้อสินค้าที่คุณภาพดี ดังนั้น ผู้บริโภคจีนจึงนิยมซื้อแบรนด์ที่มีมาตรฐานชัดเจน ได้รับการรับรองและมีระบบสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ระดับกลางถึงบน ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสของแบรนด์ต่างประเทศในตลาดจีน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่ประส่งค์ส่งออกสินค้าสัตว์เลี้ยงมายังตลาดจีน ควรให้ความสำคัญในด้านคุณภาพตามมาตรฐานของธุรกิจสัตว์เลี้ยงในตลาดจีน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสินค้า ให้ตรงกับความต้องการในตลาดจีนและสามรถแข่งขีนได้อย่างยั่งยืน
---------------------------------------------
แหล่งที่มา :
https://www.news.cn/20250930/561e264e9417443989b7a2c3459b74d7/c.html
https://www.pmshe.com/100105.html
https://mp.weixin.qq.com/s/9zjVoXAgjsY6V7041fQWIg
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง
วันที่ 22 มกราคม 2569